เพื่อไทยค้านคำสั่งม.44ปมพรรคการเมือง ชี้ขัดรัฐธรรมนูญ

วันที่ 27 ธ.ค. 2560 เวลา 15:08 น.
เพื่อไทยค้านคำสั่งม.44ปมพรรคการเมือง ชี้ขัดรัฐธรรมนูญ
เพื่อไทยออกแถลงการณ์ค้านคำสั่งคสช.เรื่องพรรคการเมือง ชี้ขัดรัฐธรรมนูญ อัดจงใจทำลายพรรคการเมือง

เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมแกนนำพรรค อาทิ นายภูมิธรรม เวชยชัย, นายชูศักดิ์ ศิรินิล, นายจาตุรนต์ ฉายแสง, นายวัฒนา เมืองสุข, นายสามารถ แก้วมีชัย ร่วมแถลงคัดค้านการออกคำสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับที่ 53/2560 ว่าพรรคเพื่อไทยเห็นว่า

1.รัฐธรรมนูญผ่านประชามติแล้วการแก้ไขเพิ่มเติมต้องกระทำโดย สนช. การที่หัวหน้า คสช.ใช้อำนาจแก้ไขเพิ่มเติมไม่อาจทำได้

2.การออกคำสั่งดังกล่าว นอกจากไม่เป็นไปตามเงื่อนไขตามมาตรา 44 เพราะไม่ได้เป็นไปเพื่อปฏิรูปสร้างความสามัคคีปรองดอง หรือเพื่อป้องกันการกระทำ ที่บ่อนทำลายความสงบเรียบร้อย ยังถือเป็นการลบล้างกระบวนการตรากฎหมายตามรัฐธรรมนูญ

3.เป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพสมาชิกพรรคการเมือง ตั้งแต่การคงข้อห้ามดำเนินกิจกรรมทางการเมือง กำหนดให้รีเซตสมาชิกพรรค การดำเนินการต่างๆ ต้องได้รับอนุญาตจาก คสช.

4.เป็นการเปิดโอกาสให้กลุ่มการเมืองที่สนับสนุนให้ คสช.และหัวหน้า คสช.สืบทอดอำนาจทางการเมืองต่อไป โดยก่อนออกคำสั่งไม่กี่วัน มีบางกลุ่มออกมาเรียกร้องให้รีเซตสมาชิกใหม่ ดังนั้นจึงไม่ใช่เพื่อประโยชน์แก่พรรคการเมือง บนความเสมอภาคเท่าเทียมตามที่กล่าวอ้าง

5.เพิ่มอำนาจให้ คสช.แทรกแซงกระบวนการดำเนินกิจการของพรรคการเมืองและกระบวนการเลือกตั้ง แทรกแซงการดำเนินการของนายทะเบียนพรรคการเมืองและ กกต.

6.มีเจตนาซ่อนเร้นที่จะเลื่อนกำหนดวันเลือกตั้งออกไป เพราะเมื่อถึงเวลาพรรคการเมืองไม่อาจดำเนินการหรือส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งได้ทัน ก็จะเป็นข้ออ้างของ คสช.ให้เลื่อนการเลือกตั้งได

แถลงการณ์ระบุว่า พรรคเพื่อไทยจึงเห็นว่า การออกคำสั่งหัวหน้า คสช.ข้างต้นขัดต่อรัฐธรรมนูญ และไม่ชอบธรรมอย่างยิ่ง เป็นการใช้อำนาจตามอำเภอใจโดยมิได้เคารพและปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ทำลายระบบพรรคการเมืองและสิทธิเสรีภาพของสมาชิกพรรค เพิ่มภาระให้แก่สมาชิกพรรคเกินกว่ากรณีแห่งความจำเป็น เปิดช่องให้มีการตั้งพรรคการเมือง เพื่อสนับสนุนให้ คสช.และหัวหน้า คสช.ได้อยู่ในอำนาจต่อไป และเมื่อหัวหน้า คสช.ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองด้วย การออกคำสั่งดังกล่าวถือเป็นการใช้อำนาจเพื่อชิงความได้เปรียบทางการเมือง อันขัดต่อหลักธรรมาภิบาล จึงขอให้ คสช.ได้ยกเลิกคำสั่งดังกล่าว รวมถึงประกาศ คสช.ฉบับที่ 57/2557 และคำสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับที่ 3/2558 อันเป็นต้นเหตุแห่งข้ออ้างของ คสช.ในการออกคำสั่งฉบับนี้ด้วย ซึ่งพรรคเพื่อไทยจะได้ยื่นเรื่องนี้ให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยต่อไป

ขณะที่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า คำสั่งนี้ถือเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพอย่างแรง ทำลายรากฐานพรรคการเมืองเดิม เพื่อประโยชน์และพวกพ้องตนถือเป็นการกระทำที่ลุแก่อำนาจ หวังเลื่อนเลื่อนตั้ง และสร้างโอกาสเงื่อนไขให้พวกพ้องกลับคืนสู่อำนาจอีกครั้ง โดยหลังปีใหม่ทางพรรคจะใช้ช่องทางยื่นศาลรัฐธรรมอีกครั้ง วันนี้ คสช.ต้องกล้าหาญแสดงตนพูดออกมาตรงๆ ถ้าอยากเข้าสู่การเมือง ต้องให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน ไม่ใช่ใช้อำนาจออกคำสั่งเพื่อสร้างความได้เปรีย

ด้าน นายจาตุรนต์ กล่าวว่า คำสั่งนี้จงใจให้เกิดการทำลายพรรคการเมืองอย่างชัดเจนสอดคล้องกับที่รัฐบาลออกไปพบประชาชน สร้างความนิยม และการที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ลงพื้นที่และพบอดีต ส.ส.นั้น เหมือนมีความพยายามติดต่อนักการเมืองให้ไปร่วมมือ ซึ่งก็เป็นแผน คำสั่งนี้ทำลายระบบกฎหมายและขัดรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจน ถ้าทุกคนอยู่เฉยๆ ปล่อยให้ คสช.ทำอะไรก็ได้ เท่ากับจากนี้ไปเราจะเดินหน้าสู่การเลือกตั้งที่มี คสช.แทรกแซงอย่างไรก็ได้ การเลือกตั้งก็ไม่มีความหมาย

นายชูศักดิ์ กล่าวว่า การยื่นศาลรัฐธรรมนูญเป็นอำนาจหน้าที่ของประชาชนที่จะเยียวยาได้ ไม่เกี่ยวกับว่าเมื่อยื่นศาลแล้วจะยิ่งทำให้การเลือกตั้งเลื่อนออกไปเพราะเราไม่มีที่พึ่งทางอื่น ทั้งนี้ที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าคำสั่งดังกล่าวเปิดช่องให้ผู้สมัครและสมาชิกพรรคสามารถย้ายออกจากพรรคได้ โดยไม่ต้องลาออกจากพรรคการเมืองเดิมนั้นมีความเป็นไปได้ เป็นการสนับสนุนให้สมาชิกย้ายพรรคได้และหวังสลายพรรคการเมืองเดิม