ประเด็นร้อน 5 ต.ค.

วันที่ 05 ต.ค. 2553 เวลา 06:33 น.
จับตาการประชุมคณะรัฐมนตรีที่ไม่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีนั่งหัวโต๊ะเป็นประธานการประชุม เพราะติดภารกิจไปร่วมการประชุมผู้นำเอเชียยุโรป ครั้งที่ 8 (อาเซม) ระหว่างวันที่3-8 ต.ค. ที่กรุงบรัสเซลส์ ราชอาณาจักรเบลเยียม จับตาว่าวาระครม.ที่ไม่มีนายกฯ ร่วมพิจารณาด้วยนั้นเป็นอย่างไร

 

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

1.ในการประชุม ครม. วันที่ 5 ต.ค.นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่รักษาการนายกรัฐมนตรี และที่ประชุม ครม.จะพิจารณาต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในพื้นที่ 4 จังหวัดได้แก่ กรุงเทพฯ นนทบุรี สมุทรปราการและปทุมธานี ที่จะครบกำหนดในวันที่6 ต.ค.

ทั้งนี้ วาระ ครม.ที่น่าสนใจ เช่นคาดว่ากระทรวงมหาดไทยและกระทรวงคมนาคม เสนอโครงการเมืองต้นแบบการพัฒนาอย่างยั่งยืน พื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันตกของอ่าวไทย ชะอำ-หัวหิน หรือโครงการคิงส์โคสต์ (King's Coast)เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา และมหามงคลบรมราชาภิเษกปีที่ 60 เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และแสดงถึงพระอัจฉริยภาพในด้านการบริหารจัดการแบบบูรณาการ เช่น ด้านการบริหารจัดการน้ำ ด้านการบริหารจัดการทรัพยากร รวมถึงหลักการหรือวิธีแห่งการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยน้อมนำพระราชดำริการปฏิบัติอย่างแท้จริง

สำหรับวาระเพื่อพิจารณาอื่นๆ ที่น่าสนใจ เช่น กระทรวงกลาโหมขออนุมัติลดจำนวนในการซ่อมปรับปรุงเฮลิคอปเตอร์โจมตีตามโครงการช่วยเหลือทางทหารแบบให้เปล่าจากสหรัฐอเมริกา กระทรวงคมนาคมเสนอขออนุมัติกู้เงินเพื่อนำไปชำระหนี้ค่าดอกเบี้ยที่ถึงกำหนดชำระในปีงบประมาณ 2554 ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.) และกระทรวงวัฒนธรรมขออนุมัติเปลี่ยนแปลงรายการก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณรายการก่อสร้างหอดูดาวภูมิภาคพร้อมอาคารประกอบ จ.นครราชสีมา และฉะเชิงเทรา

2.บริเวณโดยรอบหน้าทำเนียบรัฐบาลในวันที่ 5 ต.ค. เครือข่ายภาคประชาชนและเครือข่ายผู้ป่วยกว่า3,000 คน นัดชุมนุมใหญ่เพื่อขอให้รัฐบาลเร่งพิจารณาร่างกฎหมายคุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุขให้ทันสมัยการประชุมสภานี้

3.เรื่องการแก้ปัญหาหนี้สินนอกระบบและในระบบยังเป็นสิ่งที่ชาวบ้านยังสนใจอยู่ตลอดว่ารัฐบาลจะแก้ปัญหาได้หรือไม่ วันที่ 5 ต.ค. เวลา 10.00 น.นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) แถลงข่าว "ธ.ก.ส.จัดระเบียบโครงสร้างหนี้ทั้งระบบ" ณ ห้อง 300 ชั้น3 ธ.ก.ส. สำนักงานใหญ่

4.ต้องจับตาตลาดหุ้นไทยและค่าเงินบาทอย่างใกล้ชิดต่อเนื่องว่าเงินทุนต่างชาติจะไหลทะลักเข้าอีกเท่าไหร่ หลังจากเมื่อวันที่ 4 ต.ค. นักลงทุนต่างชาติเข้าซื้อหุ้นกว่า 3,500 ล้านบาท แม้ว่าดัชนีจะหัวทิ่มเนื่องจากมีข่าวลือว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะมีการออกมาตรการควบคุมเงินทุนเคลื่อนย้าย ทำให้ดัชนีติดลบ 14 จุดทันที ปิดตลาดที่ระดับ 964 จุด

ขณะที่ค่าเงินบาททำสถิติสูงสุดในรอบ 13 ปีครั้งใหม่ แตะ 30.14/16 บาทต่อเหรียญสหรัฐ โดยนักบริหารเงินธนาคารกรุงเทพ มองว่าค่าเงินบาทวันที่5 ต.ค. ยังคงมีแนวโน้มปรับตัวแข็งค่าต่อเนื่องได้อีก โดยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวไว้ระหว่าง 30.10-30.20 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

5.จับตาอธิบดีกรมบัญชีกลาง แถลงนโยบายสำคัญการบริหารงานของกรมบัญชีกลาง ซึ่งเกี่ยวข้องกับหน่วยงานราชการทุกหน่วย โปรดจับตาว่าจะมีอะไรเพิ่มเติม หลังจากที่กรมบัญชีกลางได้ปฏิรูประบบการรักษาพยาบาลของข้าราชการและครอบครัวไปแล้ว ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ ณ ห้องประชุม 302 กรมบัญชีกลาง