รัฐบาลคสช.ชูความสำเร็จปราบคอรัปชั่นปลุกคนไทยต้านโกง

วันที่ 08 ธ.ค. 2560 เวลา 20:55 น.
รัฐบาลคสช.ชูความสำเร็จปราบคอรัปชั่นปลุกคนไทยต้านโกง
นายกรัฐมนตรีชูความสำเร็จของรัฐบาลคสช.ในโยบายปราบปรามคอรัปชั่นปลุกคนไทยเฝ้าระวังการโกงต้องไม่ทนต่อการทุจริตและมีจิตสำนึกที่ถูกต้อง

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสุขแห่งชาติ(คสช.) กล่าวผ่านรายการศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนตอนหนึ่งถึงความสำเร็จในการดำเนินนโยบายปราบปรามทุจริตคอร์รัปชั่นว่า ถ้าหากยังจำกันได้เคยฝาก“สมการแห่งความสำเร็จ” ในยุค “ไทยแลนด์ 4.0” ไว้ว่า“ความสำเร็จ ประกอบไปด้วยความเพียร และความร่วมมือ” โดยสิ่งหนึ่งที่เป็นปัญหาระดับโลก เป็นอุปสรรคในการพัฒนาประเทศ และเป็น “สนิมเนื้อใน”ที่ต้องการความร่วมไม้ร่วมมือช่วยกันสอดส่องดูแลสังคมและบ้านเมืองของเราให้ปราศจาก“เชื้อโรคทุจริตคอร์รัปชั่น”ให้ได้

ทั้งนี้ วันที่ 9 ธันวาคมของทุกปีถือเป็น“วันต่อต้านคอร์รัปชั่นสากล”ซึ่งรัฐบาลและคสช.ให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาการทุจริตให้เป็นวาระเร่งด่วนและวาระแห่งชาติ โดยได้มีการดำเนินการที่สำคัญๆ อาทิ

1.ตั้งคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (คตช.) รวมทั้งมีศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) เพื่อสนับสนุนภารกิจการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ให้มีประสิทธิภาพประสิทธิผลมากขึ้น  2.ตั้งคณะกรรมการพิจารณางบประมาณบูรณาการด้านการป้องกันปราบปรามการทุจริต ทำให้หน่วยงานภาครัฐต้องขับเคลื่อนงานและใช้งบประมาณด้านนี้อย่างไม่ซ้ำซ้อน

3.การสร้างกลไกศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต ระดับกระทรวงและระดับจังหวัดทุกจังหวัด จะต้องปฏิบัติงานร่วมกับ ป.ป.ช. ในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค

4.ให้หน่วยงานภาครัฐ “ทุกหน่วย” ต้องเข้าร่วมการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส (ITA) เพื่อให้เกิดการสร้างวัฒนธรรมการทำงานอย่างมีคุณธรรมและความโปร่งใส

และ5.จัดสรรอัตรากำลังให้ ป.ป.ช. เพิ่มเติม โดยบรรจุเป็นผู้ช่วยพนักงานไต่สวน 462 อัตรา เจ้าพนักงานตรวจสอบทรัพย์สิน 119 อัตรา ซึ่งส่งผลดีต่องานปราบปรามของ ป.ป.ช คือ สามารถจะทำคดีได้รวดเร็วขึ้นและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อย่างเห็นได้ชัด ตามตัวเลขทางสถิติ ดังนี้ (1) คดีที่ ป.ป.ช. ดำเนินการแล้วเสร็จ ในปีงบประมาณ 2559 จำนวนเกือบ 3,000 คดี โดยเพิ่มเป็น 4,300 กว่าคดีในปี2560 นี้ และ (2) ทรัพย์สินที่ ป.ป.ช. ชี้มูล - ร้องต่อศาลให้ริบทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน ในปีงบประมาณ 2559 มูลค่ามากกว่า180 ล้านบาท โดยเพิ่มเป็น 853 ล้านบาทในปีงบประมาณนี้ ที่กล่าวมาก็เป็นเพียงตัวอย่างเท่านั้น ยังมีการดำเนินการอื่นๆ และคดีความต่างๆ อีกมาก ที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรมของประเทศ

ทั้งนี้ ข้อมูลจากผลการสำรวจของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เกี่ยวกับดัชนีสถานการณ์คอร์รัปชั่นของไทย (Corruption Situation Index :CSI) เดือนมิถุนายนปีนี้ สะท้อนให้เห็นผลจากความพยายามของรัฐบาล - คสช. - ป.ป.ช. และองค์กรอิสระต่างๆ ในการต่อสู้กับปัญหาการทุจริต ที่ให้ความสำคัญกับการปลูกจิตสำนึก “ไม่ยอมรับ – ไม่นิ่งเฉย” ต่อการฉ้อราษฎร์บังหลวง จนประชาชนมีความตื่นตัวในเรื่องนี้สูงขึ้น รวมทั้งอยากมีส่วนร่วม ในการป้องกันการทุจริตสูงขึ้น อีกด้วยนะครับ โดยพบว่าคนไทยร้อยละ 86 ต้องการและยินดีเข้ามามีส่วนในการป้องกันการทุจริต ซึ่งในปีนี้ การรณรงค์จัดงานวันต่อต้านคอร์รัปชั่นสากล ภายใต้แนวคิด Zero Tolerance

"คนไทยไม่ทนต่อการทุจริต ถึงเวลาแล้วที่คนไทยต้องลุกขึ้นทำหน้าที่ปกป้องสิทธิของตนเองและประเทศชาติ โดยไม่ทนต่อการทุจริต และมีจิตสำนึกที่ถูกต้องเคารพในกฎหมายต้องเข้าใจด้วยเรื่องของกฎหมาย ยึดมั่นในคุณธรรม จริยธรรม และความพอเพียง อย่าใช้ความรู้สึกในการตัดสิน พร้อมแสดงบทบาท พลเมืองดีในการตรวจสอบและเฝ้าระวังการทุจริต เพื่อให้ประเทศไทยโปร่งใสและเป็นที่ยอมรับในระดับสากลต้องช่วยกันนะครับ"พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว