กรธ.ส่งกฎหมายลูกให้สนช.ครบ10ฉบับแล้ว

วันที่ 28 พ.ย. 2560 เวลา 19:56 น.
กรธ.ส่งกฎหมายลูกให้สนช.ครบ10ฉบับแล้ว
กรรมการร่างรัฐธรรมนูญส่งกฎหมายลูกให้สนช.พิจารณาครบ10ฉบับ ยันที่มาสส.-สว.เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ปัดทำเอื้อพรรคเล็ก

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงการส่งกฎหมายลูก 2 ฉบับสุดท้าย ให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณา ว่า รู้สึกโล่งอก กรธ.กังวลเหมือนกันว่าจะทำไม่ทัน เพราะกรอบเวลา 240 วัน ดูเหมือนยาว แต่ต้องทำกฎหมาย 10  ฉบับ แล้วมันสั้น ตกไม่ถึงเดือนต่อหนึ่งฉบับ จะเห็นได้ว่าการร่างกฎหมายลูก ด้วยคนชุดเดียวกับที่ร่างรัฐธรรมนูญมีความสำคัญ เพราะจะรู้จุดสำคัญของรัฐธรรมนูญ ต่างจากเดิมที่ให้องค์อิสระทำแล้วเสนอ ก็จะเป็นเรื่องอำนาจเป็นหลัก

ทั้งนี้ ไม่เหมือนการมีคนกลางมาจัดทำ จากนี้ก็จะส่งตัวแทนไปร่วมเป็นกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสส. และพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. แล้วก็รอดูการปรับแก้ของสนช. ซึ่งไม่มีสัญญาณความเห็นต่างอะไร เนื่องจากรับฟังความเห็นจากทาง สนช. และมีตัวแทนจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เข้าร่วมประชุมตลอด ส่วนกรธ.ก็จะนัดประชุมสัปดาห์ละ 1-2 วัน เพื่อพิจารณารายงานการประชุมที่ผ่านมา

ส่วนเนื้อหาในร่างกฎหมายลูก สส. ก็เป็นไปตามหลักการในรัฐธรรมนูญ ใช้บัตรใบเดียว ทุกคะแนนมีความหมาย ประชาชนมีทางเลือก ไม่เลือกใครก็ได้ คนที่จะชนะเป็นส.ส.ต้องชนะคะแนนที่ประชาชนไม่เลือกใคร ถ้าคะแนนไม่เลือกใครชนะในเขตไหน ต้องเลือกตั้งใหม่ และผู้สมัครฯคนเดิมจะลงอีกไม่ได้ แล้วเพื่อความสอดคล้องกัน ก็ให้กำหนดเบอร์ผู้สมัครฯตามเขต เพื่อให้ประชาชนดูทั้งคนและพรรคก่อนจะเลือก

สำหรับเรื่องเงินนั้น นายมีชัย กล่าวว่า ก็คล้ายของเดิม แต่ให้กกต.สามารถปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องตามสภาพของเศรษฐกิจได้ ทั้งนี้ จะต้องมีการหารือกับพรรคก่อน และเรื่องคุณสมบัติก็มีความเข้มข้นขึ้น ต้องแสดงบัญชีรายการเสียภาษีย้อนหลัง 3 ปี ส่วนวิธีการเลือกตั้งยังใช้บัตรเหมือนเดิม แต่เปิดช่องให้ใช้เครื่องได้ในอนาคต หากมีความปลอดภัย และป้องกันการซื้อเสียงได้

นอกจากนี้ เนื้อหาในร่างกฎหมายลูกว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. หลักการคือให้เลือกผู้สมัครฯ จากระดับอำเภอ จังหวัด และประเทศ ผู้ได้รับเลือก 10 คนแรก จะได้เป็นสว. ส่วนอีก 5 คนถัดมาให้เป็นสำรอง วิธีการจะป้องกันการฮั้วมากที่สุด โดยจะแบ่งเป็น 4-5 สาย แล้วให้จับสลาก เลือกข้ามกลุ่ม เพื่อให้แต่ละกลุ่มไม่รู้ว่า จะได้เลือกกลุ่มไหน

อย่างไรก็ตาม การเลือกแบบนี้ เป็นการเลือกกันเองสำหรับคนที่สนใจต่างจากเลือกตั้ง สส. เพราะพิธีรีตรองไม่มีมาก เวลาหาเสียงเงินทองไม่ต้องใช้ ค่าสมัคร 2,500 ได้รับเลือกก็คืนให้ ปิดช่องไม่ให้พรรคการเมืองยุ่ง มีอิสระ มาจากหลากหลายอาชีพ ไปถึงรากหญ้าที่อยากทำงานด้านนิติบัญญัติอย่างแท้จริง

เมื่อถามว่า ระบบเลือกตั้งแบบนี้เป็นการเอื้อประโยชน์ให้พรรคขนาดกลาง ลดฐานเสียงพรรคใหญ่ นายมีชัย กล่าวว่า ไม่จริง เป็นเรื่องเดากันทั้งนั้น กรธ.คิดถึงประชาชนที่ไปลงคะแนนให้มีความหมายมากที่สุด ส่วนผลก็จะเป็นไปตามตรรกะของมัน นี่เป็นของใหม่ที่ยังไม่เคยใช้ ซึ่งระบบนี้ จะทำให้ทุกคะแนนมีความหมาย สส.จะมีตามสัดส่วน

"โอกาสที่จะได้ สส. มากกว่าสัดส่วน สส. ที่พึงมี เป็นไปได้ยาก แต่เราก็เปิดช่องให้ ที่เกรงว่าจะได้เสียงข้างมากแล้วตั้งรัฐบาลไม่ได้ ก็ต้องดูด้วยว่าได้มากขนาดไหน เดิมคะแนนที่แพ้จะไม่ถูกนับเลย แต่ครั้งนี้คะแนนนั้นจะถูกไปนับให้คะแนนบัญชีรายชื่อ แม้แต่คะแนนไม่เลือกใคร ก็ยังมีฤทธิ์มีเดช"นายมีชัย กล่าว

บทความแนะนำ