นายกฯแจงตั้ง6คำถามให้ประชาชนตอบเพื่อนำมาใช้ปรับการทำงาน

วันที่ 21 พ.ย. 2560 เวลา 18:35 น.
นายกฯแจงตั้ง6คำถามให้ประชาชนตอบเพื่อนำมาใช้ปรับการทำงาน
"นายกฯ"แจง 6 คำถามใช้ต่อยอดคำถามล็อตแรกเพื่อนำมาปรับปรุงการทำงาน ขออย่าเอาไปโยงกับการเมือง

เมื่อวันที่ 21 พ.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงความคืบหน้ากรณี 4 คำถาม และ 6 คำถามที่มีต่อประชาชนว่า การรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในเรื่องนี้เพื่อนำมาใช้ในการบริหาราชการแผ่นดินของตนเองและไม่อยากให้มีผลกระทบกับคนอื่น เพราะมีหลายประเด็น เดี๋ยวจะกลายเป็นว่ามาสนับสนุนของตนอย่างเดียว จริงๆแล้วข้าราชการไม่ใช่คนที่เราจะไปบังคับได้ ซึ่งการตอบคำถาม ประชาชนนำบัตรประชาชนมาเอง หลายคนอาจมองว่าการให้ใช้บัตรประชาชน ประชาชนจะไม่กล้าพูดความจริง ถามว่าถ้าไม่กล้าแล้วเขาจะมาตอบหรือไม่ เป็นเรื่องของความสมัครใจ ขอให้ความเป็นธรรมกับตนหน่อย

ส่วน 4 คำถามแรกมีคนมาตอบประมาณล้านกว่าคน และวันนี้เราก็ให้เขามาตอบได้อีกร่วมกับ6คำถาม ซึ่งจะตอบกี่ครั้งก็ได้ แต่บันทึกให้ชัดเจนเป้นคนเก่าคนใหม่อย่างไร ตนได้สั่งการการกระทรวงมหาดไทยไปแล้ว เพื่อให้แยกอาชีพให้ชัดเจนจะได้จัดหมวดหมู่ไปด้วย แตกต่างจากการทำโพล เพราะทำโพลบางทีเป็นการสุ่มตัวอย่าง บางทีไม่ถามคนที่ไม่เกี่ยวข้อง เขาก็ตอบไม่ได้ เป็นการตั้งคำถามใช่ไม่ใช่ ชอบไม่ชอบ ถูกไม่ถูก อาจมีปัญหาในเชิงข้อเท็จจริง หากคิดให้หลักการเชิงวิชาการทำโพลมันใช่ แต่ตนไม่ได้ว่าใครผิดใครถูก

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า 4 คำถามแรกมีประเด็นที่ตอบมาว่าอยากให้ปฏิรูปประเทศ ตรงนี้ตนจะพูดได้หรือไม่ จะปฏิรูปก่อนหรือหลังเลือกตั้ง แต่ตนก็ไม่อยากพูด เดี๋ยวจะหาว่ามาเข้าข้างหรือไม่เข้าข้าง ซึ่งมีทั้งการปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง เลือกตั้งก่อนปฏิรูป และเลือกตั้ง

พร้อมปฏิรูป ขอให้รู้แค่นั้นแล้วกัน ส่วนคำถามอื่นๆ ประชาชนก็เห็นด้วยบ้างไม่เห็นด้วยบ้าง โดยเฉพาะที่ถามว่าจะมีรัฐบาลที่มีธรรมาภิบาลได้หรือไม่ สรุปแล้วคำตอบดูเหมือนไม่แน่ใจมากกว่าที่จะได้รัฐบาลที่มีธรรมาภิบาล แต่ตรงนั้นคือสิ่งที่ตนต้องนำมาขับเคลื่อน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะต้องทำตามนั้น ตนต้องทำให้ประชาชนเชื่อมั่นการเลือกตั้งครั้งต่อไป ที่จะต้องได้รัฐบาลที่มีธรรมาภิบาล ดังนั้น 6คำถามเป็นคำถามที่ต่อเนื่องจาก4ข้อแรก

ถ้าเขาไม่มั่นใจก็ต้องมาตอบตรงนี้ว่าจะทำอย่างไร จะมีพรรคการเมืองอย่างไร นโยบายควรเป็นอย่างไร ตนคิดและร้อยเรียงมาอย่างนี้ เพื่อทำความเข้าใจประชาชนในคำถามชุดแรก เมื่อไม่เข้าใจตนก็อธิบายเพิ่ม หากอยากให้ทำอะไรใหม่ ตนก็จะใส่เข้าไปในการบริหารราชการแผ่นดิน นั่นคือหลักการ คำถามของตน ซึ่งไม่มีในตำรา

“ถ้ามองการเมืองอย่างเดียวมันก็แย่ ผมไม่มีโอกาสที่จะฟังใครเลยหรือรัฐบาลนี้รับฟังความคิดเห็นประชาชน ฉะนั้นประชาชนอยากแสดงความคิดเห็นอย่างไรก็มาจะว่าผมจะไม่เห็นชอบกับผมก็มา ผมไม่ได้ลงโทษ ไม่ใช่ว่าสมีบัตรประชาชนแล้วผมจะไปตามลงโทษ แล้วจะไปจับความผิดเขาเรื่องอะไร เขาไม่ได้ผิดอะไร เป็นความเห็นที่บริสุทธิ์ใจ ผมก็รับฟัง” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ส่วนที่จะให้ตอบคำถามผ่านทางโซเชียลนั้น ตนคิดว่าส่วนใหญ่ไม่ใช่ข้อเท็จจริง มันมีบิดเบือนเยอะ แสดงเจตนาไม่บริสุทธิ์ ใช้คำพูดหยาบคายเยอะ ลองเปิดดูในยูทูปได้ เรื่องนี้ขอแค่นี้ ขออย่าสร้างความขัดแย้งเลย

นายกฯ กล่าวว่า ตนพยายามจะปรับรูปแบบการทำงานให้ได้ตามที่ประชาชนต้องการ แต่ตนไม่ได้เอามาเป็นประเด็นทางการเมืองว่าจะอยู่ไม่อยู่ จะเดินหน้าเป็นอะไรต่อไป ตนไม่เคยคิดตรงนั้น อนาคตเป็นเรื่องของอนาคตเป็นเรื่องของประชน เพราะประชาชนเป็นผู้เลือกตั้ง และตนเองก็ลงเลือกตั้งไม่ได้มันก็จบแล้ว แต่การจะไปจะมากฎหมายว่าอย่างไรจะได้หรือไม่ได้ก้ไม่รู้เหมือนกันเป็นเรื่องของประชาชน ตนกำหนดอะไรไม่ได้กับอนาคตที่ถามตนมา

อย่างไรก็ตามในเรื่องผลของ4คำถามออกมานานแล้ว เจ้าหน้าที่รายงานมาตลอด ตนบอกแล้วว่าถามพูดออกไปก็จะเป็นกระแสกลับมาที่ตนอีก ทุกคนก็จะมารุมหาว่าคำตอบเข้าข้างตน ถ้าตนบอกว่าเขาเห็นด้วยทุกอย่างให้ตนอยู่ต่อเอาหรือไม่ หรือจะให้ตนเผยแพร่ผลของ4คำถามเหมือนคนที่ไปทำโพลล์ด่าตนแล้วเอามาแพร่กระจาย

"อะไรดีผมยังไม่เอามาพูดไม่เอามาโม้เลย จะโม้ทำไม ชาวบ้านทั้งนั้น ประชาขนทั้งนั้น หลายคนบอกว่าแฟนคลับผมมีแต่อายุ 50 ขึ้น แต่คนเหล่านี้ก็เป็นผู้ที่เปลี่ยนแปลงประเทศกันทั้งนั้น ที่ผ่านมาเขาก็เป็นคนมาเลือกตั้งไม่ใช่หรือ วันนี้ต้องทำให้คนรุ่นเด็กเข้าใจ การที่น้องซีจีพูดว่าให้เป็นนายกฯไปนานๆ ผมมองว่าเขาคือเด็กจะพูดอะไรก็พูดได้ ใครสอนมาก็ไม่รู้"นายกฯ กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต