บุญจง แจงสภา ยันตั้งผู้ว่าฯเหมาะสม

วันที่ 30 ก.ย. 2553 เวลา 12:17 น.
‘เพื่อไทย’ ตั้งกระทู้ถามปม โยกย้ายพ่อเมือง48 ตำแหน่ง ชี้ ดันเด็กเครือข่าย ‘ชิดชอบ’ จนผิดสังเกต ด้าน ‘บุญจง’ แจง แต่งตั้งตามความเหมาะสม อ้าง เป็นธรรมดาทื่ต้องมีการหารือกันเพื่อขอเก้าอี้    ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณากระทู้ถามสดเรื่อง การโยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัด ของว่าที่ร.ต.พงศ์พันธ์ สุนทรชัย ส.ส.หนองคาย พรรคเพื่อไทย ถามนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แต่นายกฯได้มอบหมายให้นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย ชี้แจงแทน โดยว่าร.ต.พงศ์พันธ์ กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยต้องประสบกับข้อกล่าวหาถึงการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการเป็นอย่างมาก ล่าสุดเมื่อวันที่ 27 ก.ย.ก็ปรากฎข่าวว่าได้มีการนัดประชุมบุคคลเกี่ยวข้องที่ตึกศิริภิญโญ ถัดมาอีกวันในวันที่ 28 ก.ย. คณะรัฐมนตรี (ครม.)ก็อนุมัติให้มีการโยกย้ายผู้ว่าฯ 48 ตำแหน่ง จึงอยากถามกระทรวงมหาดไทยมีวัฒนธรรม หลักเกณฑ์ในการแต่งตั้งโยกย้ายผู้ว่าฯ อย่างไร มีรองผู้ว่าฯ ที่ได้รับการแต่งตั้งใหญ่ผู้ว่าฯ ถึง 21 คนผ่านเกณฑ์มาตรฐานเป็นรองผู้ว่าฯ อย่างน้อย 3-4 ปี มีกี่คนที่ไม่ถึงเกณฑ์ เพราะมีการครหาว่ากระโดดข้ามหัวอาวุโส กระโดดข้ามขั้น และมีการครหาว่าสูตร 5-2-3 คืออะไร นอกจานี้ มีผู้ว่าฯ บางจังหวัดที่ได้รับการแต่งตั้งครั้งนี้ที่จ.ศรีสะเกษปีเดียวมีถึง 3 คน

ว่าที่ร.ต.พงศ์พันธ์ กล่าวอีกว่า กรณีที่ผู้ว่าฯ ชลบุรีถูกโยกย้ายไปทำหน้าที่จ.น่าน แล้วเอาผู้ที่ทำหน้าที่เป็นฝ่ายมั่นคงไปเป็นผู้ว่าฯ จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยว อยากถามว่าเพราะเหตุใด มีข้อครหาว่ามีการจ่ายเงินซื้อตำแหน่งทั้งจ่ายสด หรือผ่อนส่ง หัวละ 10 ล้านบาท นอกจากนี้ มีการครหาว่ามีการวิ่งเต้นใช้เส้นสาย ใครที่ไม่ได้เป็นพวกพ้อง คนใกล้ชิดตระกูลชิดชอบจะไม่ได้รับเลือกเช่น นายระพี ผ่องบุพกิจ ผู้ว่าฯ ศรีสะเกษไม่กี่เดือนย้ายไปจ.สุรินทร์ 4 เดือน แล้วก็ย้ายไปเป็นผู้ว่าฯ นครราชสีมา นายธานี สามารถกิจ เป็นหน้าห้องอยู่ในกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นคนใกล้ชิดนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ก็ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ว่าฯ ปทุมธานี อีกคนหนึ่งนายเสริม ชัยณรงค์ รองผู้ว่าฯ บุรีรัมย์ เป็นรองไม่ถึง 2 ปี ได้เป็นผู้ว่าฯ จ.สุรินทร์  แต่คนที่เป็นอาวุโสกลับไม่ได้รับการใส่ใจ อย่างนายเกษม วัฒนธรรม รองผู้ว่าฯ อันดับที่ 2 กลับไม่ได้รับเลือกให้เป็นผู้ว่าฯ

 นายบุญจง ชี้แจง ว่า ยืนยันว่าเป็นการโยกย้ายตามปกติ กระทรวงมหาดไทยมีการแต่งตั้งข้าราชการ 2 ครั้งคือ กลางปีและปลายปีงบประมาณ ครั้งนี้เป็นช่วงปลายปีงบ ประมาณซึ่งจะมีผู้ว่าฯ เกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย.นี้หลายจังหวัด เราจึงเลือกบุคคลที่มีความรู้ความสามารถไปทำหน้าที่ผู้ว่าฯ ซึ่งหลักเกณฑ์การแต่งตั้งโยกย้ายนั้นยึดกฎหมาย ระเบียบที่เป็นไปตามกฎของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.)ทุกอย่าง การที่บอกว่ามีเสียงครหา ต่อว่านั้นเป็นเรื่องปกติ เพราะมีคนที่มีความรู้ความสามารถเยอะ แต่ตำแหน่งมีจำนวนจำกัด คนที่ไม่ได้จึงอาจจะไม่พอใจได้ ส่วนสูตร 5-2-3 นั้นตนไม่ทราบ ส่วนที่ระบุว่าจ.ศรีสะเกษอยู่กันไม่กี่เดือนก็โยกย้ายนั้น ทางระเบียบกระทรวงมหาดไทยระบุว่าผู้ว่าฯ อยู่เกิน 4 ปีไม่ได้ ดังนั้น การโยกย้ายก็ต้องดูความรู้ความสามารถเพื่อให้เหมาะสมกับพื้นที่ เพราะอาจจะสามารถไปแก้ไขปัญหาในพื้นที่ได้

นายบุญจง กล่าวว่า ส่วนที่บอกว่ามีการวิ่งเต้น เข้าหาคนนั้นคนนี้นั้นก็เป็นธรรมชาติของมนุษย์ อยากมีตำแหน่งที่สูงขึ้น รู้จักใครก็ต้องเข้าหากัน แต่เมื่อมีการแต่งตั้งผู้ว่าฯ ก็ต้องเป็นไปตามกฎหมาย คำกล่าวที่ว่ามีการจ่ายเงินคนละ 10-20 ล้านบาทนั้น ข่าวแบบนี้มีมาตั้งแต่อดีต  แม้ ผู้ว่าฯ จะออกมายืนยันว่าไม่เคยเสียเงิน ซึ่งหากใครก็ตามเสียเงินแล้วได้เป็นผู้ว่าฯ คงจะไม่มีกำลังใจทำงาน แล้วเงินจำนวนมากมายถามว่าเอามาจากไหนกัน นอกจากนี้ องค์กรตรวจสอบเราก็มีทั้ง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ของสภาฯ สามารถให้ตรวจสอบเลยว่าการโยกย้ายครั้งนี้เป็นอย่างที่เขาว่าหรือไม่ การแต่งตั้งผู้ว่าฯ บางคนไปทะเลากับประชาชน มีเรื่องการชุมนุมเกิดเพลิงไหม้ศาลากลางมีปัญหาก็ต้องโยกย้าย ทั้งหมดมีเกณฑ์อยู่แล้ว ส่วนคนที่เป็นผู้ว่าฯ จะรู้จักใครสนิทสนมใครก็เป็นธรรมดาของมนุษย์