"บิ๊กตู่"ใช้ ม.44 ตั้งปลัดมท. คุมแก้ปัญหาพิสูจน์สัญชาติล่าช้า

  • วันที่ 03 พ.ย. 2560 เวลา 15:03 น.

"บิ๊กตู่"ใช้ ม.44 ตั้งปลัดมท. คุมแก้ปัญหาพิสูจน์สัญชาติล่าช้า

“นายกฯ ” ใช้ ม.44 ประกาศตั้งปลัดมท. เป็นประธานคณะกรรมการแก้ปัญหาพิสูจน์ตัวบุคคลแรงงานต่างด้าวล่าช้า ให้เสร็จสิ้นในวันที่ 31 มี.ค.61

เมื่อวันที่ 3 พ.ย. เว็บไซด์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 49/2560 เรื่อง การพิสูจน์ตัวบุคคลของแรงงานต่างด้าว ว่า โดยที่ระบบการตรวจสอบบุคคลบางประเภท ซึ่งเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทย ยังไม่สามารถตรวจสอบและยืนยันอัตลักษณ์ได้ถูกต้องตามหลักการอันเกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศ ดังเช่นที่มีคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาทำงานในราชอาณาจักรไทยเป็นจำนวนมากทั้งที่เข้ามาโดยชอบด้วยกฎหมายและไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่การจัดเก็บข้อมูลเพื่อพิสูจน์ตัวบุคคลของแรงงานต่างด้าวกระจัดกระจายอยู่ในความรับผิดชอบของหลายหน่วยงานตามหน้าที่และอำนาจที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งยังใช้ระบบหรือวิธีการ ที่แตกต่างกันทำให้เกิดความยุ่งยากและล่าช้าในการนำข้อมูลดังกล่าวมาใช้ประโยชน์ในทางราชการ จึงมีความจำเป็นจะต้องกำหนดให้มีคณะกรรมการพิจารณาการเก็บข้อมูลพิสูจน์ตัวบุคคลของแรงงานต่างด้าวเพื่อทำหน้าที่จัดทำทะเบียนประวัติและการจัดเก็บข้อมูลจากแรงงานต่างด้าวที่เดินทางเข้ามาทำงานในราชอาณาจักรไทยด้วยการใช้วิธีการหลายอย่างประกอบกันอย่างเป็นระบบ มีฐานทางกฎหมายรองรับถูกต้องชัดเจนเชื่อถือได้ และมีมาตรการปกป้องข้อมูลเหล่านี้มิให้มีการนำไปใช้ในทางที่ละเมิดสิทธิในความเป็นอยู่ส่วนตัวเกินกว่าความจำเป็นในการคุ้มครองประโยชน์สาธารณะตามมาตรฐานสากล ทั้งนี้ เพื่อเป็นการป้องกัน ระงับหรือปราบปรามการทำลายความสงบเรียบร้อย และเป็นการรักษาความมั่นคงของชาติด้านแรงงาน เศรษฐกิจ และสังคม

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 265 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประกอบกับมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ โดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ในคําสั่งนี้

“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการพิจารณาการเก็บข้อมูลพิสูจน์ตัวบุคคลของแรงงานต่างด้าว

“22 จังหวัดที่มีพื้นที่ติดทะเล” หมายความว่า จังหวัดกระบี่ จันทบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรีชุมพร ตราด ตรัง นครศรีธรรมราช นราธิวาส ประจวบคีรีขันธ์ ปัตตานี พังงา เพชรบุรี ภูเก็ตระนอง ระยอง สงขลา สตูล สมุทรปราการ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร และสุราษฎร์ธานี

ข้อ 2 ให้จัดตั้ง “คณะกรรมการพิจารณาการเก็บข้อมูลพิสูจน์ตัวบุคคลของแรงงานต่างด้าว”ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นประธานกรรมการ อธิบดีกรมการกงสุล อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย ผู้บัญชาการสํานักงานตรวจคนเข้าเมือง ผู้อํานวยการสํานักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์(องค์การมหาชน) เป็นกรรมการ อธิบดีกรมการปกครองเป็นกรรมการและเลขานุการ อธิบดีกรมการจัดหางานอธิบดีกรมเจ้าท่า และอธิบดีกรมประมง เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

ข้อ 3 ให้คณะกรรมการมีหน้าที่และอํานาจ ดังต่อไปนี้

(1) พิจารณาแนวทางการดําเนินการเพื่อให้มีระบบการพิสูจน์ตัวบุคคลของแรงงานต่างด้าวภาคประมงที่กรมเจ้าท่าและกรมการจัดหางานดําเนินการอยู่ โดยให้มีการจัดเก็บข้อมูลการระบุอัตลักษณ์บุคคลเพื่อประโยชน์ในการพิสูจน์ตัวบุคคลอย่างมีประสิทธิภาพ

(2) กําหนดหน่วยงานที่มีหน้าที่และอํานาจในการจัดเก็บข้อมูลการระบุอัตลักษณ์บุคคลรวมทั้งกําหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการจัดเก็บข้อมูลดังกล่าว ตลอดจนกําหนดให้มีการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดเก็บข้อมูล จัดทําทะเบียนประวัติ และพิสูจน์อัตลักษณ์ของแรงงานต่างด้าว เพื่อให้สามารถนํามาใช้งานได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

(3) กําหนดหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบและรักษาข้อมูลตาม (1) และ (2) ให้มีความปลอดภัยมีความน่าเชื่อถือในการพิสูจน์ตัวตนของแรงงานต่างด้าว และมีระบบป้องกันมิให้มีการนําข้อมูลดังกล่าวไปใช้โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

(4) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้หน่วยงานตาม (2) และ (3) มีหน้าที่และอํานาจดําเนินการให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการกําหนด

ข้อ 4 การจัดเก็บข้อมูลพิสูจน์ตัวบุคคลตามข้อ 3 (1) ให้เริ่มดําเนินการสําหรับแรงงานต่างด้าวในภาคประมงและโรงงานแปรรูปสัตว์น้ําใน ๒๒ จังหวัดที่มีพื้นที่ติดทะเล โดยให้ดําเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2561 คณะกรรมการอาจประกาศพื้นที่เพิ่มเติมนอกเหนือจาก 22 จังหวัดที่มีพื้นที่ติดทะเลได้โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี

ข้อ 5 การจัดเก็บข้อมูลพิสูจน์ตัวบุคคลของแรงงานต่างด้าวสําหรับแรงงานอื่นนอกจากแรงงานตามข้อ 4 วรรคหนึ่ง ในพื้นที่ใด ให้คณะกรรมการเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อกําหนดหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบและกําหนดระยะเวลาดําเนินการให้แล้วเสร็จ ในกรณีเช่นนี้ให้นําความในข้อ 3 วรรคสอง มาใช้บังคับด้วย

ข้อ 6 การจัดเก็บข้อมูลพิสูจน์ตัวบุคคลของแรงงานต่างด้าวที่กรมการจัดหางานได้ดําเนินการก่อนที่คําสั่งนี้มีผลใช้บังคับให้ดําเนินการต่อไป จนกว่าคณะกรรมการจะกําหนดหน่วยงานที่มีหน้าที่ดําเนินการแทนหรือกําหนดเป็นอย่างอื่น

ข้อ 7 ให้สํานักงบประมาณพิจารณาจัดสรรงบประมาณให้แก่คณะกรรมการ และหน่วยงานที่คณะกรรมการมอบหมายเพื่อให้ดําเนินการตามคําสั่งนี้

ข้อ 8 ในกรณีที่เห็นสมควรนายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีอาจเสนอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติแก้ไขเปลี่ยนแปลงคําสั่งนี้ได้

ข้อ 9 คําสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

สั่ง ณ วันที่ 2 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2560

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา

หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาต

ที่มา http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2560/E/269/20.PDF

เรื่องอื่นๆที่คุณอาจสนใจ

Nytive

ข่าวอื่นๆ