บิ๊กตู่นำครม.ลงพื้นที่สุพรรณฯ สักการะหลวงพ่อโตวัดป่าเลไลยก์

วันที่ 18 ก.ย. 2560 เวลา 12:10 น.
บิ๊กตู่นำครม.ลงพื้นที่สุพรรณฯ สักการะหลวงพ่อโตวัดป่าเลไลยก์
นายกฯนำคณะรัฐมนตรีลงพื้นที่สุพรรณฯ เข้าสักการะหลวงพ่อโตวัดป่าเลไลยก์ ย้ำรัฐบาลเดินหน้าลดเหลื่อมล้ำ-ปฏิรูปภาคการเกษตรกร

เมื่อวันที่ 18 ก.ย. เวลา 08.00 น. พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เดินทางไปสักการะหลวงพ่อโต วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร และพบปะประชาชน ณ บริเวณลานหน้าวัดป่าเลไลยก์วรวิหาร จังหวัดสุพรรณบุรี โอกาสนี้นายกรัฐมนตรีได้กล่าวแก่ประชาชนที่มารอต้อนรับ โดยสรุปสาระสำคัญดังนี้

นายกรัฐมนตรีแสดงความขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บริหารส่วนราชการ ตัวแทนและประชาชนจากทุกอำเภอที่มารับฟังการชี้แจงของนายกรัฐมนตรี ยินดีที่ได้มาพบปะกับพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมทั้งได้มาสักการะหลวงพ่อโตวัดป่าเลไลยก์ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองชาวสุพรรณในวันนี้ ชื่นชมจังหวัดสุพรรณเป็นเมืองแห่งประวัติศาสตร์และวรรณคดี

ด้านการเกษตร นายกรัฐมนตรีย้ำว่าภาคกลางเป็นพื้นที่ซึ่งมีศักยภาพมากสุดในเรื่องทรัพยากรน้ำ แต่ยังคงมีปัญหาในเรื่องเกษตรกรรม ซึ่งรัฐบาลมีนโยบายแก้ไขปัญหาในทุกด้านให้แก่เกษตรกรเพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถประกอบอาชีพได้อย่างมีความสุข มีรายได้ที่เพียงพอ และเกิดความมั่นใจในการดำเนินชีวิตประจำวัน การแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้รัฐบาลได้วางนโยบายใน 3 ระดับ คือต้นทาง กลางทาง และปลายทาง ต้นทาง คือ การกำหนดพันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพ การส่งเสริมเกษตรกรให้ผลิตข้าวตรงกับความต้องการของตลาด กลางทาง คือ การทำ MOU ระหว่างโรงสีข้าว กลุ่มเกษตรกรนาแปลงใหญ่ เพื่อให้กลุ่มเกษตรกรมีช่องทางการจำหน่ายข้าวเพิ่มขึ้น ปลายทาง คือ การจัดหาสถานที่จำหน่ายให้กับเกษตรกร ตลอดทั้งจัดหาตลาดสำหรับกลุ่มเกษตรกรและผู้บริโภคได้พบปะซื้อขายกันโดยตรง รวมถึงการติดตามและกำกับดูแลการซื้อขายข้าวเปลือกให้เกิดความเป็นธรรมแก่เกษตรกร

รัฐบาลมีแนวทางการส่งเสริมระบบเกษตรแบบแปลงใหญ่ ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร โดยจัดหาเครื่องมือ เครื่องจักรกลมาช่วยในการผลิต สำหรับระบบบริหารจัดการน้ำ ต้องคิดทั้งระบบ ทุกภาคจะเชื่อมโยงกันอย่างไร ซึ่งขณะนี้รัฐบาลดำเนินการก่อสร้าง/ปรับปรุงแหล่งน้ำ เพิ่มพื้นที่ชลประทาน เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้ง

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าประชาชนทุกคนคือผู้กำหนดชะตากรรมของประเทศว่าจะให้ประเทศของเราเติบโตไปในทิศทางใด เราต้องร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหาและพัฒนาเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนให้ดียิ่งขึ้น รัฐบาลพยายามให้ข้อมูลข่าวสาร การใช้เทคโนโลยีขับเคลื่อนการทำงาน สิ่งนี้คือ Thailand 4.0 เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงและได้รับข้อมูลที่เท่าเทียม

รัฐบาลต้องรับฟังความคิดเห็นของประชาชน เพราะสิ่งสำคัญคือการที่ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนา และมีหลักคิดที่ถูกต้อง เพื่อสะท้อนความต้องการและสภาพปัญหาที่เจอในชีวิตจริง ซึ่งความเดือดร้อนและปัญหาของประชาชนจะต้องได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง

สำหรับการวางแผนการพัฒนาประเทศให้เป็นระบบ รัฐบาลได้จัดทำยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ตลอดจนการน้อมนำ “ศาสตร์พระราชา” ของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาสู่การปฏิบัติ ประชาชนไทยโชคดีที่มีพระมหากษัตริย์ มีแนวทางหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยตั้งเป้าหมายว่าเราจะต้องเป็นประเทศที่ มั่นคง มั่งคั่ง อย่างยั่งยืน การพัฒนาประเทศต้องเดินไปอย่างมีทิศทาง ต้องมีการกำหนดรูปแบบที่เหมาะสม