ประเด็นร้อน 22 ก.ย.

  • วันที่ 22 ก.ย. 2553 เวลา 06:20 น.

ต้องจับตาการลงมติชี้ขาดของกกต.ที่เตรียมลงมติชี้ขาด คุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรี ของนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล  รมว.มหาดไทย และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กรณีส่อว่ามีคุณสมบัติต้องห้ามขัดรัฐธรรมนูญตามที่ฝ่ายค้านยื่นเรื่องให้สอบ หากขาดคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรีก็จะเพิ่มแรงกดดันต่อพรรคภูมิใจไทยมากขึ้น

นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย

1.คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)เตรียมลงมติชี้ขาดคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรีของนายชวรัตน์ ชาญวีรกูลรมว.มหาดไทย และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กรณีส่อว่ามีคุณสมบัติต้องห้ามขัดรัฐธรรมนูญตามที่ฝ่ายค้านยื่นเรื่องให้สอบ เนื่องจากภริยาและบุตรถือหุ้นบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์คอนสตรัคชั่น ซึ่งเป็นบริษัทคู่สัมปทานรัฐส่อขัดมาตรา 267 และมาตรา 265 (2)(3) กรณีห้ามมิให้รัฐมนตรีเข้าไปเป็นคู่สัญญากับรัฐ หรือเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทที่เป็นคู่สัญญากับรัฐ ที่มีลักษณะเป็นการผูกขาดตัดตอนและไม่รับประโยชน์ใดๆในหน่วยงานของรัฐ ซึ่งได้ห้ามไปถึงคู่สมรสและบุตรของรัฐมนตรี
         
2.ที่ต้องติดตามอีกเรื่อง คือการประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันที่ 22 ก.ย. ซึ่งจะเริ่มเวลา 09.00 น. มีวาระสำคัญพิจารณาหลายเรื่อง อาทิ การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ พ.ศ. ... (กสทช.) หลังจากที่วุฒิสภาได้มีการแก้ไขมาแล้ว โดยขั้นตอนของการพิจารณาในวันนี้หากสภามีมติไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขของวุฒิสภา ก็จะต้องมีการตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ร่วมกันของทั้งสองสภา (สภาและวุฒิสภา) เพื่อให้มีการพิจารณากันในรายละเอียดอีกครั้ง เมื่อมีการพิจารณาเสร็จก็จะส่งให้แต่ละสภากลับไปพิจารณา ซึ่งถ้าทั้งสองสภาเห็นชอบกับร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ ก็ประกาศบังคับใช้เป็นกฎหมายได้ต่อไป แต่หากมีสภาหนึ่งสภาใดไม่เห็นด้วยให้ยึดมติสภาผู้แทนฯ เป็นหลัก ถ้าเห็นด้วยก็ประกาศใช้ได้ แต่ถ้าไม่เห็นชอบก็ตกไป
         
ดูจากที่ สว.แก้ไขแล้วมีถึง 23 มาตราทำให้มีความเป็นไปได้สูงที่จะต้องมีการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันของทั้งสองสภา โดยที่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ประเทศไทยจะมี กสทช. เข้ามาเพื่อจัดสรรทรัพยากรของชาติให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย
         
3.จับตาความเคลื่อนไหวเครือข่ายภาคประชาชน ที่ขีดเส้นรอคำตอบจากนายกรัฐมนตรีให้เพิ่มประเภทกิจการรุนแรงจากที่ประกาศไปแล้ว 11 กิจการเพิ่มเป็น 17 หรือ 18 กิจการ หากนายกฯไม่ยอมตอบ ก็จะมีการกำหนดท่าทีเพื่อนัดชุมนุมใหญ่ปิดล้อมนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดในวันที่ 30 ก.ย. ตามหมายกำหนดการเดิม
         
4.ประเด็นความสัมพันธ์ไทย-ซาอุดีอาระเบียขยายผลมากขึ้น หลังจากสมาคมผู้ประกอบการฮัจย์ภาคใต้ได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อพรรคเพื่อไทยว่า ขณะนี้ซาอุฯ ได้ตอบโต้รัฐบาลงดออกวีซ่าให้กับชาวไทยมุสลิมจำนวน 1.3 หมื่นคน ที่จะเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ โดยล่าสุดได้ออกวีซ่าให้เพียง 300 คน และเกรงว่าหากรัฐบาลไม่รีบแก้ปัญหา พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผู้ช่วย ผบ.ตร. ก็จะส่งผลกระทบต่อชาวมุสลิมในไทย ที่จ่ายเงินค่าเดินทางไปแล้วรวม 2,000 ล้านบาท
         
ขณะที่มุสลิมภาคใต้จะชุมนุมใหญ่โดยจัดเสวนาเรื่อง "ความสัมพันธ์ไทยซาอุฯ ที่ร้าวฉานกระทบต่อมุสลิมไทยอย่างไร" ที่สำนักงานกรรมการอิสลามประจำ จ.สงขลา ซึ่งจะมีการละหมาดฮายัด ขอพรจากพระเจ้าให้ชาวมุสลิมสามารถเดินทางไปประกอบฮัจญ์ที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย ในปีนี้ด้วยดี ต้องจับตามองท่าทีรัฐบาลนายกฯ อภิสิทธิ์ ว่าจะแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างไร
         
5.อีกเรื่องที่เหมือนจะจบแต่ไม่จบพรรคภูมิใจไทยประกาศเดินหน้ายื่นร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมต่อสภาแน่โดยได้พรรคชาติไทยพัฒนามาเป็นแนวร่วมอีกพรรค ขณะที่ปัญหาการแต่งตั้งปลัดกระทรวงมหาดไทยที่นายกฯชะลอการแต่งตั้งนายมงคล สุระสัจจะอธิบดีกรมการปกครอง นั่งเก้าอี้ตัวนี้ก็ยังไม่จบ แม้ว่านายกฯ และนายชวรัตน์ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย พรรคภูมิใจไทย จะเห็นชอบร่วมกันโดยให้กระทรวงมหาดไทยตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงภายในเวลา 1 เดือน
         
6.ช่วงเช้าวันที่ 22 ก.ย. นายจุติ  ไกรฤกษ์ รมว.ไอซีที กับผู้บริหารบริษัท กสท โทรคมนาคม จะหารือเกี่ยวกับความคืบหน้าการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ซีดีเอ็มเอ ที่ตอนนี้ยังไม่คืบหน้าเท่าไหร่ และการหารือครั้งนี้ว่ากันว่าจะมีเบอร์ 1 ของฮัทช์เข้าหารือด้วยที่รัฐสภาส่วนช่วงบ่ายนายจุติยังวุ่นเพราะต้องคุยกับนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เกี่ยวกับแนวทางการแปรสัญญาสัมปทานโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 2จี เป็น 3จี ว่าจะมีแนวทางใดเป็นไปได้บ้าง โดย รมต.ทั้งสองคนจะใช้ช่วงเวลาการประชุมของพรรคประชาธิปัตย์เป็นที่หารือกัน
        
ยังต้องจับตลาดตลอดทั้งวันนี้ เมื่อค่าเงินบาทที่นิ่งไป 2-3 วัน กลับมาคึกคักแข็งค่าอีกครั้ง หลังจากมีความชัดเจนจากรัฐบาลว่าจะไม่มีการออกมาตรการควบคุมเงินทุนไหลเข้า เพียงแค่ออกนโยบายส่งเสริมเอกชนไทยนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศ ทำให้มีทุนนอกก้อนใหญ่เข้าไปในตลาดหุ้นอีก 3,600 ล้านบาท ขณะที่การซื้อขายหุ้นรวมกระหึ่มไปถึง 3.2 หมื่นล้านบาท
         
ถือเป็นอีกปัจจัยที่รุนแรงกดดันให้เงินบาทแข็งค่าต่อเนื่อง โดยนักค้าเงินระบุว่าในวันที่ 22 ก.ย. กรอบการเคลื่อนไหวค่าเงินบาทจะอยู่ที่ 30.70-30.80 บาทต่อเหรียญสหรัฐ แข็งขึ้นกว่าวันที่ 21 ก.ย.ซึ่งอยู่ที่ 30.75 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

ข่าวอื่นๆ