สภาฯถกกระทู้สด ปมโยกย้ายขรก.มหาดไทย

วันที่ 02 ก.ย. 2553 เวลา 12:16 น.
'อภิสิทธิ์' รับสภาพเข้าไปยุ่งโยกย้ายมท.ไม่ได้ เป็นอำนาจของเจ้ากระทรวง 'บุญจง' ยันตั้ง มงคล ขึ้น ปลัดมท.เหมาสม ชี้ กฎก.พ.เปิดช่องไม่ต้องคำนึงหลักอาวุโส
             
ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีการพิจารณากระทู้ถามสดเรื่อง การแต่งตั้งข้าราชการที่ไม่เป็นธรรม  ของนพ.ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ส.ส.ชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ถามนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี โดยนพ.ประสิทธิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้กระทบกระเทือนใจข้าราชการเป็นอย่างมาก ในอดีตเราจะดูความอาวุโส ความสามารถ ความซื่อสัตย์สุจริต และผลงาน แต่ตอนนี้กลับใช้อภินิหารและยาดีในการแต่งตั้ง บางคนเป็นอธิบดี 11 เดือนขึ้นเป็นปลัดกระทรวงเลย เรื่องนี้นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย อธิบายว่า มียาดีทำให้โตได้ ซึ่งถือว่าเป็นปัญหามาก
   
"อยากถามว่าท่านนายกฯยังจำกฎเหล็ก 9 ข้อได้หรือไม่ ที่ต้องปฎิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต แต่ในทางปฎิบัติปรากฎว่ามีการแต่งตั้งมีปัญหามาก เช่น กรณีแต่งตั้งปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่มีอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ ผมไม่ได้ว่าปลัดคนนี้ไม่ดี แต่ระบบของการแต่งตั้งข้าราชการต้องมาจากการไต่เต้าไม่ใช่อภินิหาร เช่นเดียวกับ การโยกย้ายตำรวจที่มีปัญหาไม่แพ้กันโดยเฉพาะการใช้เงิน รวมทั้งการเข้าไปสอบสวนกรณีของพล.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา ปล่อยไว้เป็นแบบนี้นายกฯเหนื่อยแน่ " นพ.ประสิทธิ์ กล่าว
   
นพ.ประสิทธิ์ กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยถือว่ามีปัญหามากที่สุด โดยเฉพาะกรณีแต่งตั้งนายมงคล สุระสัจจะ มาเป็นปลัดกระทรวงมหาดไทย ทั้งๆที่เพิ่งเป็นอธิบดีกรมการปกครองขึ้นมาเพียงไม่กี่เดือน เป็นการแต่งตั้งข้ามหัวคนอื่นไม่คำนึงถึงความอาวุโส ซึ่งกรณีของกระทรวงหมาดไทยเพิ่งไม่ได้เกิดกรณีของนายมงคลเป็นครั้งแรกแต่เคยมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์มาแล้วหลายครั้งแต่ดูเหมือนยังไม่ได้มีการแก้ปัญหาอะไร จึงอยากถามว่านายกฯได้รับทราบถึงปัญหาเหล่านี้หรือไม่และยังคงปฎิบัติหน้าที่นายกฯอย่างเข้มแข็งอยู่หรือไม่ 
  
นายอภิสิทธิ์ ชี้แจงว่า การแต่งตั้งข้าราชการในแต่ละกระทรวงถือว่าเป็นดุลยพินิจของรัฐมนตรีเจ้ากระทรวงเป็นผู้ดำเนินการ โดยนายกฯจะมีหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้องเฉพาะกรณีการแต่งตั้งข้ามหน่วยงานหรือข้ามกระทรวงเท่านั้น เช่น การโอนโอนนายพรชัย รุจิประภา ปลัดกระทรวงพลังงาน มาดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หรือ การโยกย้ายให้นายอำพน กิตติอำพน จากเลขาธิการสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ มาเป็นเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เป็นต้น เพื่อเป็นประโยชน์ในทางราชการ ส่วนเรื่องการแต่งตั้งตำรวจปรากฎว่าได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนขึ้นมาดำเนินการและให้ข้อเสนอแนะแล้วโดยมีการเสนอให้มีการเพิ่มสัดส่วนการแต่งตั้งด้วยการใช้ความอาวุโสเข้าไปซึ่งต่อมาคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.)ก็ได้มีความเห็นชอบแล้ว
   
นายกฯ กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีของกระทรวงมหาดไทยได้มีการขอยกเว้นกฎของสำนักงานข้าราชการพลเรือน(ก.พ.)ในเรื่องการเสนอบัญชีรายชื่อผู้เหมาะสมจำนวน 2 เท่า ซึ่งในกรณีของการแต่งตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด 22 คนทางกระทรวงมหาดไทยได้ขอยกเว้นกฎก.พ.ดังกล่าวด้วยการขอให้สามารถเสนอชื่อได้ 200 คน เพราะเห็นว่ามีผู้เหมาะสมและมีคุณสมบัติจำนวนมาก แต่ทางก.พ.อนุญาติให้ขยายสัดส่วนการเสนอชื่อได้เพียง 4 เท่านั้น
   
"ยืนยันได้ว่าทุกปัญหาที่เกิดขึ้นได้ยินทั้งหมด และยึดเสมอว่าแม้จะเป็นการใช้ดุลยพินิจก็จริงแต่หากเป็นการใช้ดุลยพินิจที่ผิดก็ต้องมีการดำเนินการผมไม่ปล่อยเอาไว้แน่นอน ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่าผมได้ทำหน้าที่นายกฯอย่างเข้มแข็งมากกว่าการทำหน้าที่ของฝ่ายค้าน" นายอภิสิทธิ์ กล่าว
   
นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย กล่าวว่า ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดาทุกครั้งเมื่อมีการแต่งตั้งข้าราชการกระทรวงมหาดไทย เพราะมีทั้งผู้สมหวังและผู้ที่ผิดหวัง ซึ่งในส่วนผู้ผิดหวังก็ต้องออกมาใช้สิทธิ์ก็ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา สำหรับกรณีการแต่งตั้งนายมงคล เป็นปลัดกระทรวงคนใหม่ยืนยันว่าเป็นการพิจารณาตามความสามารถ และความเหมาะสมและเป็นไปตามระเบียบของก.พ.ทุกอย่าง คือ การแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงจากระดับ 10 เป็นระดับ 1 ผู้ถูกเสนอชื่อต้องเป็นเคยหรือเป็นอธิบดีหรือรองปลัดกระทรวง ซึ่งในกรณีของการแต่งตั้งปลัดกระทรวงมีผู้เหมาะสมตามคุณสมบัติ 12 คน โดยมีนายมงคลรวมอยู่ด้วย จึงไม่ใช่เป็นการแต่งตั้งที่มองข้ามเรื่องอาวุโส
   
นายบุญจง กล่าวว่า กระบวนการแต่งตั้งปลัดกระทรวงมหาดไทยครั้งนี้เป็นไปตามกฎหมายทุกประการตามแนวทางของก.พ.ตามความรู้ความสามารถ ซึ่งในส่วนของความอาวุโสกฎก.พ.ก็ได้กำหนดให้จะใช้ก็ได้ จึงคิดว่าว่าการแต่งตั้งนายมงคลเป็นปลัดกระทรวงมหาดไทยคนใหม่เหมาะสมแล้ว
   
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะ ประธานก.ตร.ชี้แจงกรณีแต่งตั้งตำรวจว่า การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจยึดหลัก 2 ประการสำคัญ คือ 1.หลักอาวุโส และ 2.ความรู้ความสามารถ ในเรื่องของความอาวุโสนั้นตามกฎก.ตร.กำหนดเอาไว้ให้ยึดหลักในการแต่งตั้งถึง 33% ส่วนที่เหลือให้เป็นการพิจารณาตามความรู้ความสามารถ ส่วนเรื่องการซื้อขายตำแหน่งหากใครมีหลักฐานก็ให้เสนอเข้ามาจะลงไปดำเนินการด้วยตัวเอง และยืนยันว่านักการเมืองไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับกรณีของพล.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา
   
นายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า สำหรับกรณีของนายโชติ ตราชู ที่ได้รับการแต่งตั้งปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมคนใหม่ ยืนยันว่าปลัดคนนี้เป็นคนมีความรู้ความสามารถแม้ว่าจะมีการวิจารณ์เรื่องอายุของนายโชติ โดยจากการทำงานร่วมกันที่ผ่านมาสามารถประสานงานร่วมกันได้เป็นอย่างดี ซึ่งการแต่งตั้งนายโชติก็จะเป็นการอุดช่องว่างในอนาคตด้วยในปีหน้าจะมีข้าราชการระดับรองปลัดกระทรวงเกษียณเป็นจำนวนมาก จึงมีความจำเป็นต้องแต่งตั้งนายโชติมารองรับเอาไว้