สนช.รับหลักการเพิ่มโทษปรับคดีอาญา

วันที่ 24 พ.ย. 2559 เวลา 13:27 น.
สนช.รับหลักการเพิ่มโทษปรับคดีอาญา
มติสนช.รับหลักการวาระที่ 1 แก้ไขกฎหมายเพิ่มค่าปรับคดีอาญา พร้อมเสนอ รัฐบาล พิจารณาคดีการพนัน โทษปรับต่ำ แต่การจับกุมใช้กำลังเจ้าหน้าที่มาก

วันที่ 24 พ.ย. การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ทำหน้าที่ประธาน  โดยที่ประชุมได้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่....) พ.ศ. (แก้ไขอัตราโทษในภาค 2 ความผิด ) ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้เสนอ  โดยนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่าร่าง พ.ร.บ.เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญาเกี่ยวกับอัตราโทษปรับและการบังคับโทษปรับ 

โดย พ.ร.บ.แก้ไชเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 22) พ.ศ.2558 ซึ่งได้แก้ไขอัตราโทษปรับสำหรับความผิดลหุโทษในภาค 3 เพิ่มขึ้นเป็นสิบเท่า ทำให้อัตราโทษปรับสำหรับความผิดลหุโทษเพิ่มสูงขึ้น  ขณะที่อัตราโทษปรับสำหรับความผิดในภาค 2 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ไม่ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติม อีกทั้ง อัตราโทษปรับในความผิดภาค 2 ใช้บังคับมานานแล้ว ไม่สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลง

อย่างไรก็ตาม ทำให้การลงโทษไม่เกิดประสิทธิภาพ จึงสมควรปรับปรุงอัตราโทษปรับในภาค 2 ความผิดโดยเพิ่มอัตราโทษปรับในสัดส่วนอัตราโทษจำคุก 1 ปีต่ออัตราโทษปรับ 2 หมื่นบาท        

ทั้งนี้ หลักการของร่างพ.ร.บ.มี 3 เรื่อง คือ 1.แก้ไขเพิ่มเติมให้การอายัดสิทธิเรียกร้องแทนค่าปรับ มีกำหนดเวลาบังคับใช้  5 ปีนับแต่วันที่ได้มีคำพิพากษาถึงที่สุด 2.ความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บสาหัสทั้งทางร่างกายและจิตใจ จากเดิมที่ระวางโทษจำคุก ก็แก้ไขเป็นทั้งจำคุกและปรับ เพื่อให้ศาลได้ใช้ดุลพินิจกว้างขวางมากขึ้น

และ 3. แก้ไขอัตราโทษปรับในบทบัญญัติต่างๆ ในภาค 2 ความผิดแห่งประมวลอาญา โดยเพิ่มอัตราโทษปรับในสัดส่วนอัตราโทษจำคุก 1 ปีต่ออัตราโทษปรับ 2 หมื่นบาท  โดยขอให้มีการจัดทำรายละเอียดตัวร่างมาตราที่มีการ ปรับเปลี่ยนให้มาอยู่ในบัญชีเดียวกัน โดยไม่ต้องทำรายมาตราเพราะจะยากและใช้เวลานาน

จากนั้นที่ประชุมได้เปิดให้สมาชิกได้อภิปรายอย่างกว้างขวาง โดยนายพรเพชรได้ฝากข้อสังเกตไปยังรัฐบาลว่ามีคดีประเภทหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการพนัน โทษปรับยังต่ำมาก แต่การจับกุมใช้กำลังเจ้าหน้าที่จำนวนมากแต่ได้ค่าปรับกลับมาน้อยมาก จึงขอฝากให้รัฐบาลไปพิจารณา ก่อนที่ประชุมได้ลงมติรับหลักการวาระที่ 1 ด้วยคะแนน 195 เสียง พร้อมตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญจำนวน 15 คน เพื่อแปรญัตติภายใน 7 วัน และพิจารณาภายใน 30 วัน