"วิษณุ" เชื่อ"กม.4 ชั่วโคตร" ขจัด 'ระบบอุปถัมป์' ได้

วันที่ 23 ก.ย. 2559 เวลา 12:59 น.
"วิษณุ" เชื่อ"กม.4 ชั่วโคตร" ขจัด 'ระบบอุปถัมป์' ได้
รองนายกฯ วิษณุ  เชื่อ'กม.4 ชั่วโคตร' ขจัด 'ระบบอุปถัมป์' ได้ รอผลปปท.สอบวินัยขรก.เอี่ยวทุจริตข้าวจีทูจี 70 ราย คาดใช้เวลา1-2 เดือน

วันที่ 23 ก.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดอันเกิดจากผลประโยชน์ส่วนตนที่ขัดจากผลประโยชน์ส่วนรวม หรือ กฏหมาย 4 ชั่วโคตร ว่า รวมถึงนโยบายรัฐบาลด้วย ถึงแม้ไม่มีกฏหมายฉบับดังกล่าวก็ตาม หากมีการทุจริตเชิงนโยบายไม่ว่าจะสมัยไหนก็มีความผิด แต่กฏหมายจะเอาผิดไปถึงระดับกรม กอง ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ส่วนนโยบายประชานิยมเข้าข่ายในพ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังภาครัฐ ที่จะออกเป็นกฏหมายลูกตามรัฐธรรมนูญกำกับไว้ หากดำเนินการอย่างสุจริตก็จะเป็นเหมือนเกาะกำบัง ไม่ต้องกลัว ทั้งนี้เชื่อว่ากฎมายดังกล่าวจะสามารถสกัดกั้นระบบอุปถัมภ์ได้แม้จะไม่ทั้งหมดก็ตาม

"เหมือนกับเวลาขึ้นเครื่องบิน ที่ไม่ได้ตั้งด่านตรวจใครจะเอาอะไรขึ้นไปก็ได้ไม่มีใครรู้ แต่วันนี้มีด่านตรวจเอ็กซเรย์ แต่ก็ยอมรับว่ามีการเล็ดลอดเอาอะไรขึ้นไป เพราะฉะนั้นจะมาบอกว่าปิดประตูเสียทั้งหมดไม่ได้ อย่างน้อยก็มีเครื่องมือไว้ปราม พวกที่คิดกลัว ส่วนคนที่ไม่กลัว ก็เสี่ยงต่อการถูกจับได้ ถ้าหากจับไม่ได้เล็ดลอด วิ่งเต้น เส้นสาย บางคนวิ่งเต้น ไม่ผ่านเครื่องเอ็กซเรย์ ยังอุตส่าห์เอาปืนเล็กๆเหน็บกระเป๋าขึ้นเครื่องบินไปญี่ปุ่นไปได้ ซึ่งผมก็นึกไม่ออกว่าทำได้อย่างไร แล้วเราจะบอกว่าเครื่องบินนี้ล้มเหลวให้ยกเลิก พูดอย่างนั้นไม่ได้ ทุกอย่างยังต้องอยู่ ตรึงกันหน่อย เข้มกันหน่อย" นายวิษณุ กล่าว

นายวิษณุ กล่าวถึงการทุจริตระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ที่มีข้าราชการได้ผลประโยชน์ด้วยหรือไม่ ว่า ขณะนี้กำลังตรวจสอบกันอยู่ ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) รายงานว่ากำลังสอบวินัยและใช้เวลาประมาณ 1 - 2 เดือน คาดว่ามีข้าราชการเกี่ยวข้อง 50-70 ราย เข้าใจว่ามีไม่เช่นนั้นจะตรวจสอบทำไม โดยตนจะเชิญป.ป.ท.มาพบเพื่อหารือเรื่องนี้ต่อไป

นายวิษณุ กล่าวถึงความไม่สะดวกในการขอข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างภายในกองทัพ ของกรมบัญชีกลางว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับพ.ร.บ.การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการภาครัฐ พ.ศ.2558 เพราะพ.ร.บ.ดังกล่าวมีไว้สำหรับขออนุญาตดำเนินการ แต่การขอข้อมูลทางราชการจะเกี่ยวข้องกับพ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร ที่จะให้อำนาจในการขอข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวกับตัวเอง โดยจะไปขอข้อมูลของคนอื่นไม่ได้ ส่วนการขอข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งบของภาครัฐนั้น ตามหลักการสามารถทำได้ แต่บางเรื่องเป็นความลับ ซึ่งมีช่องทางให้อุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวได้อยู่ หลังจากนี้งบประมาณในการจัดซื้อจัดจ้างจะต้องเปิดเผยมากขึ้น เนื่องจากพ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฉบับใหม่ ที่อยู่ในการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีการปรับปรุงแก้ไขจำนวนมาก เช่น งบประมาณของหน่วยงานภาครัฐที่นำไปซื้อพื้นที่สื่อเพื่อโฆษณา ประชาสัมพันธ์ จากเดิมไม่ต้องเปิดเผย แต่ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่บัญญัติให้เปิดเผยรายละเอียดต่อสำนักงานการตรวจเงินแผ่น (สตง.) ทราบ