ประเด็นร้อน16ส.ค.

วันที่ 16 ส.ค. 2553 เวลา 07:42 น.
เสถียรภาพรัฐบาล อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ถูกสั่นคลอนโดยพรรคร่วมทันทีที่โครงการ “รถเมล์เอ็นจีวี” ถูกตีกลับออกจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

ยังผลให้เกิดปรากฏการณ์ “สภาล่ม” ซ้ำซาก ตามที่กูรูทางการเมืองหลายรายคาดการณ์ไว้ ซึ่งในสัปดาห์นี้จะได้พิสูจน์ความเป็นเอกภาพกันอีกครั้ง เนื่องจากวันอังคารที่ 17 ส.ค. จะมีการประชุมร่วม 2 สภา เพื่อพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี 2554

1.เช้าวันนี้มีการเลื่อนการประชุม ครม.ขึ้นมา เพื่อหลีกทางให้การประชุมสภาร่วมในวันที่ 17 ส.ค. โดยนอกจากการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการในตำแหน่งสำคัญ อาทิ ปลัดกระทรวงต่างๆ ที่ประเด็นร้อนแล้ว ยังต้องจับตาเบื้องหลังการประชุมด้วยว่าจะมีการเจรจาต้าอ้วยแผนการผ่านงบประมาณในทางลับกันหรือไม่ เนื่องจากมีหลายกระทรวงที่จำเป็นต้องใช้งบ แต่กลับยังไม่ได้รับการจัดสรร จึงเป็นไปได้ว่าในที่ประชุมจะมีการเจรจาต่อรองกันอย่างถึงพริกถึงขิง

2.ปูพรมสร้างความนิยม หวังโกยหัวใจชาวรากหญ้า ล่าสุด 15.00 น. วันนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ฤกษ์แถลงนโยบายแก้ปัญหาหนี้สินทุกระบบอย่างครบวงจร ผ่าน 4 กระทรวงหลักในการดูแลของค่ายพระแม่ธรณี คือ กระทรวงการคลัง (กค.) กระทรวงแรงงาน (รง.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) การแก้ปัญหาหนี้สินครั้งนี้พุ่งไปที่กลุ่มเป้าหมาย ตั้งแต่กลุ่มเกษตรกร ผู้ใช้แรงงาน ครู และกลุ่มอาชีพอิสระ จะได้รับการปลดเปลื้องหนี้ด้วยเงื่อนไขพิเศษ นับเป็นแคมเปญที่ต้องจับตาในการโหนกระแสชิงหัวใจประชาชนท่ามกลางสถานการณ์การเมืองที่ไม่มีความแน่นอนว่าจะเลือกตั้งเมื่อไหร่

3.ความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดง นายคารม พลทะกลาง ทนายความกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) จะยื่นคำร้องให้ศาลไต่สวนมูลฟ้องอัยการ เนื่องจากเห็นว่ากรณีที่อัยการสูงสุดมีมติสั่งฟ้อง 19 นปช. ไม่เป็นไปตามหลักฐาน เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีการเมือง มีการเร่งรัดส่งฟ้องทั้งในชั้นอัยการและในชั้นสอบสวน โดยไม่มีการสอบพยานของจำเลยที่เสนอไปกว่า 100 ปาก
ในขณะที่ศาลปกครองสูงสุดได้นัดอ่านคำพิพากษาคดีที่ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ อุทธรณ์คำสั่งศาลปกครองกลาง หลังไม่รับคำฟ้องกรณีฟ้องนายกรัฐมนตรี มีคำสั่งแต่งตั้ง พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ จเรตำรวจแห่งชาติ เป็นรักษาราชการแทนในตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติด้วย

4.ที่สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร มีการจัดสัมมนาระดับชาติภายใต้หัวข้อ “เราจะส่งมอบประเทศไทยแบบไหนให้ลูกหลาน : ถอดบทเรียนแก้ปัญหาความขัดแย้งแอฟริกาใต้ โคลัมเบีย และที่อื่นๆ” โดยวิทยากรระดับโลก “อดัม คาเฮน” นักกระบวนการแก้ปัญหาความขัดแย้ง ที่มีส่วนช่วยหาทางออกในเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ทั่วโลก อาทิ ช่วงเปลี่ยนผ่านจากยุคแบ่งแยกสีผิวในแอฟริกาใต้ ช่วงสงครามการเมืองในโคลัมเบีย และช่วงวิกฤตเศรษฐกิจในอาร์เจนตินา โดยในวันที่ 17 ส.ค. จะมีการประชุมความร่วมมือการขับเคลื่อนการส่งมอบประเทศไทยให้ลูกหลาน ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยด้วย

5.ความพร้อมล่าสุดก่อนลงสู้ศึกอภิปราย “งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2554” ขณะนี้ซีกฝ่ายค้านอย่างพรรคเพื่อไทย เตรียม 26 ขุนพลหลัก พร้อมชำแหละการตั้งงบในหลายกระทรวง แต่ที่น่าจับตามองเป็นพิเศษ คือ กระทรวงกลาโหม (กห.) และกระทรวงมหาดไทย (มท.) ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของพรรคภูมิใจไทย งานนี้เข้าหลักการ “ตีวัวกระทบคราด” หวังล็อกเป้าโจมตีเพื่อตอบโต้กรณีกระแสข่าวค่ายน้ำเงินทุ่มงบดูด สส.จากค่ายสีแดง จนเกิดสภาพสมองไหล ทว่าหากพรรคเพื่อไทยเล็งผลเลิศถึงขั้นต้องการใช้เวทีนี้ “คว่ำงบ” อย่างเบ็ดเสร็จนั้น คงเป็นไปได้ยาก แต่หากต้องการเพียงตีรวนให้รัฐบาลซวนเซ เห็นทีจะมีผล

ส่วนซีกรัฐบาลมีการตั้งรับอย่างรัดกุม โดยในวันนี้มีการเรียกประชุมคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อแจกแจงข้อมูลและเตรียมความพร้อมรับการอภิปรายในครั้งนี้ 

6.นอกจากเรื่องงบประมาณ ยังมีประเด็นร้อนที่จำเป็นต้องติดตามจากการประชุมร่วมอีกหนึ่ง นั่นก็คือกรณีบันทึกความเข้าใจ “MOU ปี 2543” โดยรัฐบาลอาจเสนอให้ประชุมลับ เพื่อใช้เวทีนี้ชี้แจงคลายความข้องใจให้แก่ทุกฝ่าย ที่สำคัญคือสัญญาณจากซีกเพื่อไทยซึ่งได้รับการตอบรับแล้วด้วยถ้อยแถลงของนายจตุพร พรหมพันธุ์ สส. และผู้ต้องหาก่อการร้ายว่า เตรียมถกเรื่องข้อพิพาทปราสาทพระวิหาร เรื่องปมความขัดแย้ง และความผิดพลาดของฝ่ายไทยที่ไปตกลงกับกัมพูชา ในขณะที่ฟากของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ซึ่งมีตัวแทนที่ขับเคลื่อนเรื่องนี้อย่างนายคำนูณ สิทธิสมาน สว. สรรหา ก็จะร่วมถกในที่ประชุมแห่งนี้ด้วย.