กลุ่มประชาธิปไตยใหม่บุกสน.ถามความชัดเจนคดีหลัง7สมาชิกถูกจับ

วันที่ 26 มิ.ย. 2559 เวลา 18:27 น.
กลุ่มประชาธิปไตยใหม่บุกสน.ถามความชัดเจนคดีหลัง7สมาชิกถูกจับ
กลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่บุกสน.เสาธงสอบถามความชัดเจนคดีที่สมาชิก 7 คน ถูกจับฐานผิดกฎหมายประชามติ        

เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. กลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ นำโดย นายปกรณ์ อารีกุล น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว นายจตุภัทร บุญภัทรรักษา แกนนำกลุ่มดาวดิน พร้อมด้วยกลุ่มนักศึกษาจากหลายสถาบันในเครือข่ายกลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ จำนวน 10 คนเดินทาง มาที่ สภ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ เพื่อสอบถามและขอความชัดเจนเกี่ยวกับข้อหา พ.ร.บ.ประชามติ ที่สมาชิกกลุ่ม 7 คน ถูกจับกุมหลังมาแจกเอกสารที่ ตลาดท้ายเคหะบางพลี อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.ที่ผ่านมา

นายปกรณ์ กล่าวว่า วันนี้ตนและเพื่อนกลุ่มประชาธิปไตยใหม่จากหลายสถาบันมาขอพบพนักงานสอบสวนเพื่อสอบถามและขอความชัดเจนในคดีที่เพื่อนทั้ง 7 คนถูกแจ้งข้อหาตามพ.ร.บ.ประชามติ มาตรา 61 เนื่องจาก พ.ร.บ.ดังกล่าวยังอยู่ในการตีความของศาลรัฐธรรมนูญว่าขัดกับรัฐธรรมชั่วคราวปี57 หรือไม่  และจะสอบถามว่าในเอกสารความเห็นแย้ง เกี่ยวกับร่างรัฐธรรมมนูญ ที่แจกอยู่นั้นผิดกฎหมายหรือ  ขัดกับข้อห้ามในการรณรงค์ ตามมาตรา 61 พ.ร.บ.ประชามติหรือไม่

จากนั้น ทางกลุ่มประชาธิปไตยใหม่ส่งตัวแทน 3 คนขึ้นไปพูดคุยกับพนักงานสอบสวน นำโดย พ.ต.อ.ปรีชา เอี่ยมนุ้ย พ.ต.อ.กัณห์ชวิศ โพธิ์ประสิทธิ์  พ.ต.อ.สรวิศ สุขแพทย์ พ.ต.ท.คม เหล่าบุตรสา สว.สอบสวน(เจ้าของคดี) เพื่อสอบถาม ทำความเข้าใจใช้เวลาประมาณ 20 นาที

นาย ปกรณ์ กล่าวว่า ภายหลังจากการพูดคุยก็มีความเข้าใจและการพูดคุยเป็นไปด้วยความเรียบร้อยเข้าใจกันทั้ง2ฝ่าย โดยวันนี้ที่มาไม่ได้ตั้งใจมาสร้างความวุ่นวายหรือสร้างความขัดแย้งแต่อย่างใด โดยในส่วนคดีของสมาชิกกลุ่มทั้ง 7 คนที่ถูกคุมขังในเรือนจำกลางพิเศษกรุงเทพมหานครในขณะที่ทางตำรวจระบุว่า ในวันที่ 29 มิ.ย.นี้หากศาลรัฐธรรมมูญ ตีความว่าขัดกับ กับรัฐธรรมชั่วคราวปี57 ศาลก็คงยกฟ้องในข้อหาดังกล่าว ส่วนตัวเอกสารความเห็นแย้งเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมมูญนั้น ว่าจะแจกต่อได้หรือไม่นั้น  ทางตำรวจระบุว่า เป็นอำนาจของ กกต.ที่จะเป็นผู้ระบุว่าผิดหรือไม่ จึงจะพูดคุยกับกลุ่มเพื่อนๆก่อนที่จะเข้าพบ กกต.เพื่อขอความเห็น

ทั้งนี้ ยืนยันว่าจะยังเคลื่อนไหวต่อไป แต่ต้องเคลื่อนไหวภายใต้กรอบของกฎหมาย เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า หากพบว่าการแจกเอกสารมีความผิดซึ่งหน้า เช่นพูดยุยง ส่งเสริมหรือเจ้าข่ายการเมือง ก็ต้องถูกจับมาดำเนินการตามกระบวนยุติธรรมเช่นเดิม

 

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต