นายกฯลั่นยึดประโยชน์ชาติ

วันที่ 07 ส.ค. 2553 เวลา 14:33 น.
นายกรัฐมนตรี ขึ้นเวที สนามกีฬาเวสน์ 2 แจงปมเขาพระวิหาร ลั่นเอาตำแหน่งเป็นประกัน ยัน ยึดประโยชน์ชาติ พร้อมยกเลิก เอ็มโอยู ปี 2543 หากไทยได้ประโยชน์  เล็งเปิดเวทีหารือพรุ่งนี้ สั่งกระทรวงต่างประเทศ-กลาโหมเปิดเกมรุก

 13.30 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เดินทางจาก อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ มาถึงอาคารการกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์กีฬาเยาวชนกรุงเทพฯ ไทย-ญี่ปุ่น ดินแดงแล้ว โดยขณะนี้นายกรัฐมนตรีอยู่ภายในห้องรับรองที่ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปบันทึกภาพ

ทั้งนี้ เครือข่ายภาคีคนไทยหัวใจรักชาติ กว่า 2,000 คน ได้ปักหลักรวมตัวกันอยู่ภายในอาคารกีฬาเวสน์ 1 ท่ามกลางมาตรการการรักษาความปลอดภัยอย่างรัดกุม โดยรอบศูนย์เยาวชนกรุงเทพฯ ไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง นั้น มีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบจลาจล 4 กองร้อย ตำรวจในเครื่องแบบ 105 นาย และสารวัตรทหารอีก 1 กองร้อย กระจายกำลังดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด

ต่อมา 13.45 น. นายอภิสิทธิ์ ได้ขึ้นเวที พร้อมทีมติดตามขึ้นเวทีเพื่อตอบข้อซักถามของทางเครือข่ายภาคีคนไทยรักชาติ ทั้งนี้ ตัวแทนชาวบ้านจาก อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ ได้สอบถามนายกฯ ถึงการเซ็นเอ็มโอยูสมัยรัฐบาลนายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี หากจะให้มีการยกเลิกจะติดขัดหรือไม่ และรัฐบาลขณะนี้จะทำอะไรได้บ้าง รวมทั้งมีเรื่องไหนที่จะให้ประชาชนช่วยได้บ้าง

โดยนายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ก่อนที่จะตอบข้อซักถาม ขอทักทายพี่น้อง ซึ่งตนได้ติดตามการเคลื่อนไหวของพี่น้องประชาชนทุกคนที่ห่วงใย และแสดงออกเคลื่อนไหวต่อการรักษาอธิปไตยของไทย ซึ่งก่อนหน้านี้ตนได้คุยกับแกนนำที่ร่วมเคลื่อนไหวหลายครั้ง ทั้งนายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ร.ต.แซมดิน เลิศบุตร ที่ได้หารือกันเมื่อวานนี้ ซึ่งตนอยากเรียกให้พี่น้องประชาชนทราบว่าเราไม่ได้คิดต่างกัน รวมทั้งไม่ได้มีผลประโยชน์อื่นใดแอบแฝงนอกจากผลประโยชน์ของชาติ และขอยืนยันว่าไม่มีเหตุผลอะไรที่จะเอาแผ่นดินไทยไปแลกเปลี่ยนกับผลประโยชน์อื่น

"ถ้าผมทำเช่นนั้น ไม่เพียงไม่ควรเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ไม่ควรที่จะอยู่แผ่นดินนี้ด้วยซ้ำ และขอยืนยันว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ วันที่เป็นผู้นำฝ่ายค้านที่อภิปรายในสภาฯไว้อย่างไร จุดยืนวันนี้ในฐานะที่เป็นนายกรัฐมนตรี ยังเหมือนเดิมทุกประการ เมื่อเป็นเช่นนี้ สิ่งที่อยากจะขอร้องประชาชนทุกกลุ่มสิ่งสำคัญที่สุดคือ เราต้องสามัคคี เป็นเอกภาพร่วมกันตามเป้าหมายของเรา"นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนยืนยันมาตลอดว่าจุดยืนของไทยเหมือนเดิม ซึ่งรัฐบาลไทยก็ดำเนินการเช่นนั้นมาตลอด แม้ทางกัมพูชาจะพยายามใช้แผนที่ 1 ต่อ 200,000 ไปอ้างสิทธิ์ต่างๆ ซึ่งตนก็ได้มีการคัดค้านมาตลอด โดยรัฐบาลได้แจ้งกลับไปทางกัมพูชาแล้วว่า แผนที่ดังกล่าวเป็นโมฆะ ล่าสุด กัมพูชาได้พยายามอีกครั้ง ในการเอาแผนที่แนบท้ายยื่นขอเป็นมรดกโลก จนมีการเลื่อนมติพิจารณาออกไปเป็นปีหน้า ทำให้ขณะนี้กัมพูชาไม่อาจใช้แผนที่ดังกล่าวได้

นายกฯ กล่าวว่า ขอยืนยันว่าการมีเอ็มโอยูนั้น ส่งผลให้กัมพูชานำแผนที่มาอ้างไม่ได้ ดังนั้น เราไม่ได้เห็นต่างกัน เพียงแต่ต้องทำความเข้าใจให้ตรงกัน เรามีเจตนาเหมือนกันในการรักษาแผ่นดินไทย หากทางไหนที่คิดว่าดีกว่า ตนก็พร้อมยินดีทำ ถ้าเห็นว่ายกเลิกเอ็มโอยูดีกว่า ตนก็พร้อมจะเลิก แต่ถ้าคุยกันแล้ว ไม่ยกเลิกดีกว่า ก็ต้องว่ากันไปตามนั้น แต่ขอยืนยันว่าจะคำนึงถึงผลประโยชน์ประเทศเป็นหลัก เราจะใช้สันปันน้ำมาต่อสู้เรื่องนี้

นายกฯ กล่าวว่า ในวันพรุ่งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของรัฐบาล โดยหลังจากจบรายการเชื่อมั่นประเทศไทยฯ จะจัดรายการพิเศษ ตั้งแต่เวลา 10.00-13.00 น. ซึ่งจะเชิญผู้แทนเครือข่ายฯ ไม่เกิน 5 คน รวมทั้งฝั่งตน มาร่วมพูดคุยกัน ต่อจากพรุ่งนี้ การทำงานของรัฐบาลจะเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วม เพื่อให้ทุกฝ่ายมีความเข้าใจที่ตรงกัน

ส่วนกรณีมีชาวกัมพูชามาตั้งรกรากอยู่ในแผ่นดินไทย รัฐบาลจะดำเนินการอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า ปัญหานี้เกิดขึ้นมา 5-6 ปีแล้ว ต้องยอมรับว่ามีการละเมิดข้อตกลงเอ็มโอยูแน่นอน ดังนั้น สิ่งที่รัฐบาลต้องทำต่อไป คือ มีมาตรการทูตและการทหารควบคู่กันไป โดยในส่วนการทูต จะใช้เวทีระดับประเทศ ชี้แจงสถานการณ์ความเป็นจริงเรื่องนี้ เราจะต้องทำความเข้าใจ เพื่อสร้างความได้เปรียบ ซึ่งประเด็นนี้ตนได้บอก รมว.ต่างประเทศ ไปว่า ให้มีการประสานงานกับกระทรวงกลาโหมและกองทัพ ตนขอยืนยันว่าจะทำการประท้วงรักษาสิทธิ์และเดินหน้า เพื่อให้มีการเคารพข้อตกลงที่ว่า ตนจะพูดคุยปรึกษาให้การประสานงานเรื่องนี้สอดคล้องกัน เราจะไม่ยอมรับการกระทำที่เป็นการละเมิดข้อตกลงดังกล่าว

เมื่อถามย้ำนายกฯ ถึงการใช้วิธีการทางการทูตนั้น ไทยได้ดำเนินการไปหลายครั้ง แต่ทางกัมพูชากับเพิกเฉย จถึงเวลาหรือยังที่เราจะใช้วิธีที่จะรักษาศักดิ์ศรีในสิ่งที่คิดว่าเป็นของเรา เพราะแม้เราจะพยายามรักษาน้ำใจเพื่อน แต่เพื่อนกลับไม่รักษาน้ำใจเรา นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ยืนยันเราไม่มีการปล่อยปละละเลย แต่จังหวะเวลาวิธีการเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความร่วมมือทั้งกระทรวงต่างประเทศและกองทัพ ซึ่งยืนยันว่ากองทัพให้ความร่วมมือเรื่องนี้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้คำว่าเพื่อนบ้านยังไงก็เป็นเพื่อนบ้าน ในอนาคตต่อไปก็ยังเป็นเพื่อนกันอยู่ ซึ่งคนที่ปฏิบัติก็ต้องทำหน้าที่อย่างดีที่สุดในการที่จะรักษาอธิปไตยไทยและรักษาสัมพันธ์ที่ดีร่วมกัน และในฐานะเพื่อนบ้านเราก็ไม่ต้องการให้มีการรบกัน เพื่อให้ประเทศที่สามเข้ามาแทรกแซง

นายกฯ กล่าวว่า ถามว่าอยากทวงเขาพระวิหารคืนไหม ตนก็อยากไม่ต่างกัน แต่ต้องเข้าใจว่าศาลโลกได้ตัดสินเรื่องนี้ไปเมื่อปี 2505 ซึ่งเราก็สงวนสิทธิ์ในการที่จะต่อสู้ในการทวงคืน แต่เราก็ต้องมาช่วยกันในการหาหลักฐานเพื่อมาโตแย้ง ที่ผ่านมาเราได้ส่งนักวิชาการลงไปทำงานเพื่อหาข้อมูลในการต่อสู้ นอกจากนี้ที่เราทำได้อีกอย่างคือการรุกคืบเข้าไป โดยใช้เทคโนโลยีเข้าไปดูว่าแนวสันปันน้ำอยู่ตรงไหน ซึ่งเราก็กำลังดำเนินการอยู่ อย่างไรก็ตาม ตนยินดีที่จะให้นักวิชาการที่มีความรู้เข้าใจมาร่วมกันทำงานในเรื่องนี้