มาร์คเบรกเจรจาเอฟทีเอ‘ไทยสหรัฐ’หวั่นกระทบรัฐธรรมนูญม.190

วันที่ 24 ก.ย. 2552 เวลา 12:58 น.
โพสต์ทูเดย์ — “มาร์ค” ยันไม่มีการหารือกับ “พญาอินทรี” เพื่อลงนาม “เอฟทีเอ” ไทยสหรัฐ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ จากนครนิวยอร์ก สหรัฐ มายังศูนย์แถลงข่าวตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล โดยยืนยันว่าการเดินทางไปครั้งนี้ จะไม่มีการเจรจาเรื่องเขตการค้าเสรีระหว่างไทยกับสหรัฐ

นายกฯ กล่าวว่า จนถึงขณะนี้สหรัฐยังไม่มีท่าทีที่ชัดเจนในเรื่องของการเดินหน้าการเจรจาเขตการค้าเสรีแบบทวิภาคี นับตั้งแต่มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลมา

“ในส่วนของไทยก็เช่นเดียวกัน หากจะมีการหารือเรื่องดังกล่าวก็ต้องมาทบทวนดูว่า เป็นการเริ่มต้นใหม่หรือเป็นการต่อเนื่องจากการเจรจาจากครั้งที่แล้ว เพราะจะมีผลในเรื่องของมาตรา 190 ว่าขั้นตอนจะต้องอยู่ในขั้นตอนใด และจะต้องมีการผ่านสภาหรือไม่” นายกฯ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวด้วยว่า เรื่องของการค้าเสรีนั้น สิ่งที่คาดหวังและจะต้องมีส่วนร่วมในการผลักดันมากกว่าก็คือการเจรจาการค้ารอบโดฮา ซึ่งจะเป็นการเจรจาที่ได้ผลทั้งโลกและเป็นการเจรจาที่น่าจะส่งผลดีต่อสินค้าการเกษตรของไทย

จากนั้นนายกฯ ได้กล่าวถึงภารกิจเช้าวานนี้ว่า ได้เดินทางไปยังสถานีโทรทัศน์ฟอกส์นิวส์ ซึ่งผู้สื่อข่าวให้ความสนใจเรื่องภูมิหลังด้านการศึกษา การทำงานการเมือง และสถานการณ์การเมืองไทยในปัจจุบัน โดยนายกรัฐมนตรีได้ให้ความเชื่อมั่นในแนวนโยบายของรัฐบาลที่จะดำเนินนโยบายในการบริหารประเทศตามกรอบของกฎหมายและกรอบของรัฐธรรมนูญ

ทั้งนี้ ช่วงสายนายกฯ ได้เดินทางไปเข้าร่วมการประชุมระดับสูงในที่ประชุมใหญ่สหประชาชาติ ในการประชุมพิเศษหัวข้อเรื่องสภาวะการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ซึ่งผู้นำจากหลายประเทศเข้าร่วม ซึ่งผลจากการหารือถือว่ามีความคืบหน้าโดยหลายประเทศมีการยืนยันเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจก โดยเฉพาะการกำหนดกรอบเวลา

อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมมีความห่วงใยต่อประเทศหมู่เกาะต่างๆ ซึ่งอาจได้รับผลกระทบสภาวะโลกร้อนจากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นในอนาคต ทั้งนี้ ที่ประชุมจะได้เร่งการหารือเพื่อสรุปผลการประชุมก่อนที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพในสัปดาห์หน้า และส่งต่อผลการประชุมสู่ที่ประชุม ณ เมืองบาเซโลนา ประเทศสเปน และเมืองโคเปเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก

ขณะเดียวกันหลังจากนั้นนายกฯ ได้เดินทางไปเข้าร่วมกิจกรรมของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน โดยได้พบปะกับนักธุรกิจและนักลงทุน เพื่อหารือและชี้แจงแนวนโยบายในการขยายการลงทุนของรัฐบาลไทย และได้ปาฐกถา ณ มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ในประเด็นอนาคตของการเมืองไทยและประชาธิปไตยไทยหลังวิกฤต รวมทั้งการพบปะกับสภาธุรกิจอาเซียน 

 นายกฯ ได้เน้นย้ำถึงการสนับสนุนของรัฐบาลไทยต่อนักลงทุนจากต่างประเทศตามแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจไทยเข้มแข็ง ซึ่งจะอำนวยความสะดวกและช่วยลดต้นทุน อีกทั้งสนับสนุนการเพิ่มศักยภาพการลงทุนในสาขาธุรกิจและบริการ การอำนวยความสะดวกในเรื่องการลดต้นทุนทางภาษี และการจัดตั้งศูนย์บริการจุดเดียว

สำหรับภารกิจในวันนี้ นายกฯ จะเดินทางไปเข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ และพบปะผู้บริหารตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐ และให้สัมภาษณ์ทางสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นบีซี สื่อมวลชนท้องถิ่นของสหรัฐ และเข้าร่วมงานเลี้ยงรับรองอาหารกลางวัน ซึ่งเลขาธิการสหประชาชาติเป็นเจ้าภาพ และร่วมงานเลี้ยงรับรองอาหารเย็น ซึ่งประธานาธิบดี บารัก โอบามา เป็นเจ้าภาพ