ผู้ตรวจการแผ่นดิน เหน็บถ้าเป็นนายกจะทำกฎเหล็กให้จริงจัง

วันที่ 09 ก.ค. 2553 เวลา 14:25 น.
ผู้ตรวจการแผ่นดิน เหน็บถ้าเป็นนายกฯ จะทำกฎเหล็กให้จริงจัง รมต.ผิดไล่ออก ไม่สนรัฐบาลล้ม ด้าน ธีระ ระบุ ทุนนิยมโจมตีสังคม  กำลังเข้าสู่ยุคล่มสลาย  เตือน ครม.ใหม่อย่าทำตัวเป็น ครม. เข้าเวร

ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการการศึกษา ตรวจสอบทุจริต และเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา ได้จัดสัมมนาเรื่อง “ระดมความ คิดเพื่อการจัดทำแผนพัฒนาความซื่อตรงแห่งชาติ” มีนายประโมทย์ โชติมงคล ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน และนายธีระ สลักเพชร อดีตรมว.วัฒนธรรม ร่วมอภิปรายในหัวข้อ “คุณธรรมความซื่อตรงของเจ้าหน้าที่รัฐและนักการเมือง”

โดยนายปราโมทย์ กล่าวว่า รู้สึกเศร้าใจกับผลสำรวจการทุจริตคอรัปชั่นของรัฐบาลไทยที่มีสถิติสูงขึ้น ทุกปีแซงหน้าประเทศเพื่อนบ้าน และเห็นข่าวเกี่ยวกับการทุจริตในสถานที่ต่างๆ ที่สื่อมวลชนรายงานจนกลายเป็นบรรทัดฐานปกติ แต่ความซื่อสัตย์ถูกเบียดตกขอบจอทีวีไป โดยเฉพาะโครงการไทยเข้มแข็งที่ถูกนำมาพูดล้อกันว่า เป็นโครงการใครเข้มแข็ง รวมถึงค่านิยมของสังคมที่ยอมรับได้หากรัฐบาลทุจริตเพียงเล็กน้อย แต่ทำให้ประชาชนได้ประโยชน์ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง และการยื่นเรื่องร้องเรียนก็เป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ดังนั้น จึงเรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมกันปลุกจิตสำนึกด้านความซื่อสัตย์สุจริต โดยคณะรัฐมนตรีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง รวมทั้งเจ้าหน้าที่รัฐต้องเป็นแบบอย่างที่ดีในการส่งเสริมและปลูกฝังด้าน คุณธรรมและจริยธรรม เพราะเพียงแค่จัดหลักสูตรในสถานศึกษา แต่ทุกคนยังปฏิบัติตนเหมือนเดิม เด็กก็จะไม่เชื่อฟังและซึมซับพฤติกรรมที่ผิดๆ

นายปราโมทย์ ยังแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกฎเหล็ก 9 ข้อของนายกรัฐมนตรีว่า หากไม่สามารถปฏิบัติให้เกิดผลได้จริง ก็ถือเป็นแค่กฎเฉยๆ  หาก ตนเป็นนายกรัฐมนตรีจะยึดมั่นกฎเหล็กของตนเอง โดยไม่ยอมให้รัฐมนตรีที่ทุจริตอยู่ร่วมรัฐบาล  แม้ ว่าจะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลก็ตาม

ด้านนาย ธีระ กล่าวว่า  ขณะนี้คุณภาพของสังคมไทยเสื่อมลงทุก เรื่อง หลังจากตนเข้าสู่การเมืองมาหลายปีพบว่าการเปลี่ยนแปลงของข้าราชการ นักการเมือง และสังคม ทำให้ประเทศไทยกำลังเดินทางมาถึงทางตัน และเข้าสู่ภาวะล่มสลาย เนื่องจากขาดภูมิคุ้มกันด้านทุนนิยมที่โหมทำร้ายสังคมไทยค่อนข้างรุนแรง ทำให้ประชาชนมุ่งเน้นความร่ำรวยเป็นหลัก  จนเกิดความ เห็นแก่ตัว และความซื่อสัตย์สุจริตเสื่อมทรามลง แตกต่างจากสังคมไทยในอดีตที่มีจิตนิยมช่วยเหลือเกื้อกูลกัน จึงแนะนำให้ทุกฝ่ายน้อมนำกระแสพระราชดำรัสเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางการ ดำเนินชีวิต เพื่อให้ความสุขของคนไทยกลับคืนมา 

นายธีระ กล่าวอีกว่า การก้าวเข้าสู่ตำแหน่งรมว.วัฒนธรรมของตนนั้น เพราะนายกรัฐมนตรีพิจารณาถึงคุณธรรมเป็นหลัก และเห็นว่าตนมีคุณธรรม จึงต้องการให้ตนเข้ามาดูแลเรื่องจริยธรรมของเยาวชน ทั้งนี้ ยอมรับว่าการตั้งคณะรัฐมนตรีครั้งแรกในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์มีความยาก มาก เนื่องจากบุคลากรของพรรคมีคนเก่งจำนวนมาก ทำให้นายกฯ ต้องจัดแบ่งเป็น  2  บัญชี  โดยบัญชีแรกจะได้เป็น รัฐมนตรีก่อน และเมื่อปรับครม.จะนำบัญชีที่ 2 มาพิจารณา  ทำให้คนที่ถูกจัดอยู่ใน บัญชีที่ 2 กังวลว่า การปรับครม.จะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ ซึ่งส่วนตัวไม่ได้ยึดติดกับตำแหน่ง หากมีการปรับเปลี่ยนก็พร้อมจะถอยให้คนอื่นเข้ามาทำหน้าที่ ดังนั้น อยากให้เข้าใจว่าการปรับคณะรัฐมนตรีในโควต้าของพรรคประชาธิปัตย์มีแนวคิดและ หลักการ  อย่าไปคิดว่าเป็น ครม.เข้าเวร เพราะเรามีคนเก่งจำนวนมาก