มาร์คเล็งใช้เอ็นบีทีให้ฝ่ายค้านแสดงความเห็น

วันที่ 09 ก.ค. 2553 เวลา 13:45 น.
มาร์คให้การบ้านปฏิรูปสื่อใช้เอ็นบีทีเปิดเวทีฝ่ายค้านแสดงความเห็น เล็งยกระดับองค์กรมหาชน

นายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมายังสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย หรือเอ็นบีที  เพื่อเป็นประธานเปิดตัวสถานีโทรทัศน์เพื่อการปฏิรูปประเทศไทย พร้อมบรรยายการปฏิรูปสื่อว่า ได้มอบการบ้านให้นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี ในการหาช่วงเวลาของสถานีวิทยุโทรทัศน์เอ็นบีที ให้กับผู้นำฝ่ายค้าน ได้มาร่วมจัดรายการแสดงความคิดเห็น แม้ตอนนี้จะไม่มีผู้นำฝ่ายค้าน แต่ก็สามารถจะให้นักการเมืองพรรคฝ่ายค้านได้มีโอกาสเข้าร่วมรายการได้

นายกฯ กล่าวว่า การบ้านที่ตนเองมอบให้รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ คือการให้สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งนี้เปิดพื้นที่ให้คนหลากหลายโดยเฉพาะบุคคลที่เห็นต่างกับรัฐบาล  เหมือนในยุคอดีตที่ตนเองเคยร่วมจัดรายการมองต่างมุม  หรือรายการสนทนาปัญหาบ้านเมือง  แล้วยังเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ตั้งคำถามถึงประเด็นปัญหาบ้านเมือง  

“ ผมมีรายการเชื่อมั่นประเทศไทยในสถานีแห่งนี้ แต่ผมได้ประกาศแต่ต้นขอเวลาครึ่งหนึ่งหรือใกล้เคียงก็ได้ให้กับผู้นำฝ่ายค้าน ยืนยันตรงนี้ เป็นสิ่งหนึ่งที่ลดความขัดแย้งคือกลับไปให้ความสำคัญกับระบบรัฐสภา ซึ่งผมอยากให้สภาเป็นสถาบันการเมืองที่สำคัญ ให้ระบบรัฐสภามีความโดดเด่นมากยิ่งขึ้น เมื่อไม่มีผู้นำฝ่ายค้านก็ให้รัฐมนตรีไปดูช่วงเวลากับพรรคฝ่ายค้าน  เราอยากเริ่มต้นให้สามารถไปสู่ยุคทองที่มีความเห็นแตกต่างมาใช้เวทีสื่อวิทยุโทรทัศน์มมากขึ้น” “ นายกฯ กล่าว

 นายกฯ กล่าวว่า ตอนนี้มีความละเอียดอ่อนมาก ต่อการเข้าไปตรวจสอบสื่อที่นำเสนอข้อมูลข่าวสารบิดเบือน  มีสื่อที่สะท้อนมุมเดียวเป็นเครื่องมือทางการเมืองมากกว่าการนำเสนอข้อมูลข่าวสารสาธารณะ  แม้จะมีการแสดงออกที่เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย แต่การแสดงออกยุยงผิดกฎหมายก็ไม่เป็นประชาธิปไตย เมื่อให้ดูแลกันเอง ก็ไม่สามารถควบคุมเองได้   ตนเองและรัฐมนตรีเริ่มเดินสายไปพบสื่อต่างๆ เปิดกว้างรับฟังความคิดเห็น  หวังเป็นอย่างยิ่ง ไม่เฉพาะนักการเมือง วิชาชีพสื่อ แต่จะต้องช่วยกันหาทางออกสร้างการเรียนรู้ ให้โอกาส ยุติธรรมอย่างเสมอภาค

นายกฯ กล่าวว่า  สถานีโทรทัศน์ช่อง 11 หรือ เอ็นบีที ถูกหลายฝ่ายจับตาดูเป็นพิเศษ  องค์กรวิชาชีพต่างๆ ตั้งข้อสังเกตความจริงใจปฏิรูปแค่ไหน  ตนเองได้หารือกับนายองอาจ ซึ่งกำกับดูแลสื่อของรัฐ  ว่ามีเรื่องหลักต้องดำเนินการ เช่น  ในปัจจุบันมีข้อเสนอเกี่ยวกับโครงสร้างองค์กร ตั้งแต่เป็นรปแบบหน่วยบริการพิเศษ เป็นองค์กรมหาชนได้หรือไม่  เพื่อให้มีความคล่องตัวมากขึ่น  มิเช่นนั้นจะไม่สามารถแข่งขันได้กับสื่อที่มีการเปลี่ยนแปลง  ขณะเดียวกันให้มีความเป็นวิชาชีพ สร้างความสมดุลย์ อิสระการทำงาน และคงวัตถุประสงค์เสนอข้อมูลของรัฐที่มิอาจใช้ช่องทางอื่นได้