วิษณุไม่ปิดกั้นบ้านเลขที่111-109นั่งสภาขับเคลื่อนปฏิรูป

วันที่ 11 มิ.ย. 2558 เวลา 20:55 น.
วิษณุไม่ปิดกั้นบ้านเลขที่111-109นั่งสภาขับเคลื่อนปฏิรูป
"วิษณุ" ปัดรวบรัดพิจารณารธน.ชั่วคราว 3 วาระรวด ไม่ปิดกั้นบ้านเลขที่ 111 – 109 นั่งสภาขับเคลื่อนปฏิรูป ยัน ไม่มีใบสั่งคสช.คว่ำร่างรธน.ฉบับใหม่

เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. เวลา 13.00 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กำหนดประชุมเพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย(ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.... ในวันที่ 18 มิ.ย. 3 วาระรวด โดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้าร่วมประชุมด้วยว่า จะไปในฐานะตัวแทน ครม.เนื่องจากครม.และคสช.เป็นผู้เสนอร่าง เพื่อชี้แจงหลักการและเหตุผล และปล่อยให้สมาชิกสนช.อภิปราย จากนั้นสนช.จะมีการลงมติ แต่หากมีข้อเสนอให้แก้ไข ตามมาตรา 46 กำหนดว่า การพิจารณาของสนช.จะแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมนั้นมิได้ เว้นแต่ครม.และคสช.เห็นชอบด้วย แต่ถ้าไม่แน่ใจครม.และคสช.จะปรึกษากันอีกที และการพิจารณาแบบ 3 วาระรวด ไม่ได้เป็นรวบรัดในวันเดียว เพราะในอดีตวุฒิสภาเคยทำมาแล้วในอดีตเวลาพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี

ผู้สื่อข่าวถามว่า การแก้ไขให้ผู้ที่เคยถูกเพิกถอนสิทธิทางการเมืองสามารถเป็นสมาชิกสภาต่างๆ และรัฐมนตรีได้  จะมีโอกาสที่นักการเมืองบ้านเลขที่ 111 และบ้านเลขที่ 109 จะมาเป็นสมาชิกสภาขับเคลื่อนปฏิรูปได้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ตนตอบไม่ได้ เป็นเรื่องของคนที่มีอำนาจแต่งตั้ง แต่เมื่อเปิดทางไว้อย่างนี้ให้รู้ว่าทุกอย่างเป็นไปได้ ซึ่งเมื่อก่อนมันปิดทาง แต่มาคิดกันภายหลังว่าการปิดไว้อย่างนั้นจะเหมือนมีอคติ หากเปิดไว้แล้วจะตั้งหรือไม่ตั้งยังพอได้ เมื่อถามว่า หากนำเข้ามานั่งในสภาขับเคลื่อนปฏิรูปจะทำให้เกิดการปรองดองหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า มีส่วน แต่บางคนอาจไม่ได้ยินดียินร้ายอะไร ตั้งให้เป็นเขาอาจจะไม่เป็นก็ได้ แต่เมื่อเปิดทางไว้แล้วเป็นการส่งสัญญาณให้เห็นว่าไม่มีอคติ ไม่ได้มีความรู้สึกต่อต้าน ไม่เหมือน 6 – 8 เดือนก่อนที่ยังรู้สึกว่ามองหน้ากันไม่สนิทอยู่ ที่ผ่านมาจะเห็นว่าหลายคนมีบทบาทสร้างสรรค์ หลายคนที่สื่อเกิดความรู้สึกว่าเป็นฝักเป็นฝ่ายเขาก็เคยส่งข้อเสนอแนะอะไรดีๆ มา 

เมื่อถามว่า หากมีการปรับครม. หลังจากมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเสร็จจะเป็นการเอื้อให้กันหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ทุกเรื่องมีสิทธิใช้ได้ทั้งนั้น เริ่มต้นที่ใช้ระดับแรกคือ การขยายเวลากมธ.ยกร่างฯ ส่วนอันอื่นยังไม่รู้ อาจจะเห็นในเวลาที่ตั้งสภาขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศ อาจจะเห็นคนหน้าแปลกๆเข้ามาก็ได้ ซึ่งเมื่อก่อนคนเหล่านี้เข้ามาไม่ได้

รองนายกฯ กล่าวว่า สำหรับเรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณตน สาเหตุที่ต้องเขียนเอาไว้ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวครั้งนี้ เพราะกมธ.ยกร่างฯ ได้เขียนในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ด้วย เราจึงมาเขียนฉบับแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวไว้ก่อน ไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นว่า กว่าจะมีผู้แทนพระองค์ไปรับการถวายสัตย์ปฏิญาณได้ต้องรอให้มีรัฐธรรมนูญใหม่ก่อน ซึ่งไม่รู้ว่าเดือนไหน แล้วในระหว่างนี้จะทำอย่างไรควรจะใช้ในหลักเดียวกัน

รองนายกฯ กล่าวอีกว่า สำหรับคำถามอื่นที่สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) จะเสนอให้ถามในการทำประชามติด้วยนั้น สามารถส่งมาคำถามได้ก่อนลงวันลงมติรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หรือหลังจากลงมติเสร็จแล้วก็ประชุมต่อเนื่องเพื่อพิจารณาเรื่องนี้กันในวันเดียวกันได้ ส่วนคำถามที่ให้รัฐบาลปฏิรูปประเทศก่อนเลือกตั้ง 2 ปีนั้นถามได้ แต่ต้องโหวตกันและเอาชนะกันให้ได้ในที่ประชุมสปช. ก่อน และต้องรอดูว่าครม.จะว่าอย่างไร เป็นการโยนเผือกร้อนมาหรือไม่ อย่างไรก็ตาม การเขียนให้สามารถทำประชามติด้านๆ ต่างได้ไม่ได้เป็นการเขียนไว้เพื่อใช้ทำประชามติสอบถามว่ารับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญในเดือนม.ค.59 เท่านั้น เพราะสมมุติว่าเกิดทำประชามติแล้วไม่ผ่าน  พอไปร่างใหม่ใช้เวลา 6 เดือน ต้องไปทำประชามติอีกหนตอนปลายปี จะได้สามารถจะเอาเรื่องตั้งคำถามเพิ่มเติมมาใช้ในวันนั้นอีกได้ เผื่อวันนั้นประชาชนชาวไทยนึกคำถามออก สังคมอาจจะเรียกร้องให้ช่วยถาม ดังนั้น เป็นการเผื่อเอาไว้ทั้งหมด ไม่เช่นนั้นจะไปถามอีกไม่ได้ อย่าไปคิดว่า จะเกิดเรื่องอะไรให้ถามอะไรได้ในตอนนี้

เมื่อถามถึงกรณี 2 พรรคการเมืองใหญ่ออกมาตั้งข้อสังเกตว่า สปช.จะโหวตคว่ำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ตนไม่ทราบ แต่ไปคาดคะเนอย่างนั้นไม่ได้ เพราะต้องรอดูว่ากมธ.ยกร่างฯปรับแก้อย่างไร หากออกมาดูดีไม่รู้จะไปคว่ำทำไม ให้ลองฟังก่อนว่าเขาปรับแก้อย่างไร และยืนยันว่าไม่มีใบสั่งจากครม.และคสช.ให้คว่ำร่าง มีแต่ไปสันนิษฐานกันเองหมด เรื่องนี้ไม่จริง ถ้าจะต้องคว่ำมีวิธีทำอย่างอื่นตั้งเยอะแยะ ไม่ต้องลงทุนถึงขนาดนี้