อัศวินลุ้นชิงเบอร์1ปทุมวัน

วันที่ 21 มิ.ย. 2553 เวลา 14:51 น.
มาร์คประชุมก.ต.ช.ทำเนียบรัฐบาลกดปุ่มตั้งสบ.10ดันหลัง'อัศวิน'ขึ้นแท่นรองผบ.ตร.ลำดับ13ร่วมวงชิงเบอร์1ปทุมวัน  นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ  (ก.ต.ช.) ครั้งที่ 2/2553 ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยมีวาระสำคัญคือ การอนุมัติเปิดตำแหน่ง ที่ปรึกษา (สบ 10) ด้านการสืบสวน เทียบเท่ารอง ผบ.ตร. ตามที่คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) เสนอ โดยใช้เวลาราว 20 นาที  

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ที่ประชุม ก.ต.ช.อนุมัติการเปิดตำแหน่ง ที่ปรึกษา(สบ 10) ตามที่ก.ตร.เสนอขึ้นมา โดยแบ่งลักษณะงานสำนักงานตำรวจแห่งชาต (สตช.) เพิ่มในเรื่องของฝ่ายสืบสวน ส่วนเรื่องของตัวบุคคลทาง ก.ตร.เป็นผู้พิจารณาดำเนินการต่อไป และปฏิเสธกรณีผลักดันให้ พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ช่วย ผบ.ตร.ดำรงตำแหน่งนี้ เพื่อปูทางเป็น ผบ.ตร.ในอนาคต

ขณะนี้มีเพียงเรื่องตำแหน่งที่เพิ่มขึ้นมาใหม่ ยังไม่มีอะไรมากกว่านั้น ส่วนการแต่งตั้ง ผบ.ตร.ใหม่ยังไม่มีวาระจะประชุม เพราะยังติดขัดปัญหาเดิมที่เคยชี้แจงไปแล้ว อย่างไรก็ตาม แม้จะมีหรือไม่มี ผบ.ตร.การทำงานขณะนี้ก็ยังเรียบร้อยดี
 
ทั้งนี้ เมื่อเปิดตำแหน่ง ที่ปรึกษา (สบ 10) ด้านสืบสวน เทียบเท่า รอง ผบ.ตร.อีก 1 ตำแหน่ง ส่งผลให้ระดับ รอง ผบ.ตร.ที่ลุ้นเก้าอี้ ผบ.ตร.ในช่วงเดือน ก.ย.นี้ เพิ่มเป็น 13 ตำแหน่ง แยกเป็น รอง ผบ.ตร.ในงานบริหาร (บร) 3 นาย งานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม (ปป) 4 นาย งานความมั่นคงและกิจการพิเศษ (มก) 2 นาย งานกฎหมายและสอบสวน (กมส) 1 นาย งานจเรตำรวจแห่งชาติ (จตช) 1 นาย งานตำรวจราชสำนักประจำ (นรป) 1 นาย ที่มีหน้างานเดิมอยู่แล้ว 12 นาย 
 
โดยเมื่อตัดชื่อ รอง ผบ.ตร.ที่เกษียณอายุราชการในเดือน ก.ย.นี้ ประกอบด้วย พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ พล.ต.อ.วงกต มณีรินทร์ พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ ผู้ที่มีอาวุโสสูงสุดขณะนี้คือ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี รอง ผบ.ตร. (บร 1)

นายชวรัตน์ ชาญนุกูล รมว.มหาดไทย กล่าวว่า เมื่อ ก.ต.ช.เห็นว่าเหมาะสมแล้ว กระทรวงมหาดไทย ในฐานะที่เป็นกรรมการอยู่ด้วยก็ไม่มีปัญหาถ้าเสียงส่วนใหญ่เห็นด้วยที่จะผลักดัน พล.ต.ท.อัศวิน นั่งเก้าอี้นี้ก็ไม่ว่าอะไร

แหล่งข่าวที่ประชุม ก.ต.ช. กล่าวว่า กรรมการ ก.ต.ช.ส่วนใหญ่ไม่ได้คัดค้านการเปิดตำแหน่ง ที่ปรึกษา (สบ 10) และเห็นด้วยที่จะให้มีผู้เชี่ยวชาญด้านสืบสวน เพื่อเสริมการทำงานด้านสอบสวน ที่จำเป็นต้องแยกออกจากกันให้ชัดเจนในงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม จึงใช้เวลาไม่นานนักในการผ่านมติวาระดังกล่าว