อรรถวิชช์-เอกนัฏ เสนอทางแก้ปัญหาราคายางตกต่ำ

วันที่ 10 ธ.ค. 2557 เวลา 15:43 น.
อรรถวิชช์-เอกนัฏ เสนอทางแก้ปัญหาราคายางตกต่ำ
2อดีตสส.ปชป.อรรถวิชช์-เอกนัฏ เสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาราคายางตกต่ำ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี และนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ อดีตสส.พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาราคายางพารา หลังเกษตรกรสวนยางพารา ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาราคายางตกต่ำ โดยมีรายละเอียดของเนื้อหาที่น่าสนใจดังนี้

ทัศนะผู้นำที่ควรปรับเรื่องราคายาง เพราะหากผู้นำเชื่อตามนั้น ชาวสวนยางต้องก้มหน้ารับกรรม เราเสนอข้อมูลหักล้างทัศนะเดิม ดังนี้

1. "ปลูกเยอะ ซื้อน้อย ธรรมดาที่ราคาลง" คิดจบแค่นี้ก็แพ้! ที่ต้องทำคือ "เพิ่มกำลังซื้อ"โดยรัฐเป็นผู้ชี้นำเอายางพาราไปทำถนน สำนักงบประมาณใส่สเปกยางพาราผสมยางมะตอยเป็นราคากลางแล้วเมื่อ มี.ค.57 ราคา 380บาท/ตร.ม. แพงกว่ายางมะตอยธรรมดาแค่ 60บาท/ตรม.และทนกว่า ต่อมา "ลดการปลูกหรือขู่ลดการปลูก" ให้ผู้ซื้อกลัวว่ายางจะขาดตลาด รัฐต้องกล้าประกาศเพิ่มเงินสงเคราะห์ปลูกแทน เพื่อจูงใจให้โค่นยางแล้วปลูกใหม่ หากยางแก่ ปลูกที่ไม่เหมาะสม หรือปลูกไม่ได้มาตรฐาน

2. "นํ้ามันลง ยางถูก ธรรมดา" ไม่จริง! เพราะสัดส่วนยางสังเคราะห์ที่ได้จากนํ้ามันดิบกับยางธรรมชาติทดแทนกันไม่ได้ตัวต่อตัว เพราะผลิตภัณฑ์ เช่น ถุงยาง ถุงมือยาง เปลี่ยนมาใช้ยางปิโตรเลียมสังเคราะห์ไม่ได้ ยางล้อรถสัดส่วนยาง2ประเภทแทนกันไม่ได้เต็มร้อย

3. "ปลูกยางเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทั่วโลก ราคาจะลงอีก" ไม่จริง! ต้นยางขึ้นได้ในพื้นที่จำกัด ปัจจัยคืออุณหภูมิ ฝน โรค ดังนั้นต้องเป็นประเทศตามเส้นศูนย์สูตรที่มีฝนและไม่มีโรค แอฟริกาไม่มีฝน อเมริกาใต้มีโรคและเข้าปลูกอ้อยกันไปไกลแล้ว เหลือแค่โซนอาเซียนเท่านั้น มาเลเซียโค่นยางปลูกปาล์มแล้ว อินโดนีเซียนํ้ามากไป ลาวเขาชัน เวียดนามเน้นข้าว คงเหลือก็แต่กัมพูชากับพม่าเท่านั้น สรุปพื้นที่ปลูกจำกัดมาก แต่ความต้องการจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ใกล้ถึงขีดสูงสุด ถึงขนาดมีวิจัยพยายามเอาวัชพืชมาทำยางในยุโรปแต่ก็ไม่คุ้ม ผลผลิตน้อย แถมสกัดนํ้ายางลำบาก

4. "ยางไทยต้องตามราคายางโลก" ไม่จริง! เพราะไทยต้องชี้นำราคาต่างหาก ไทยส่งออกอันดับ1ของโลก มีสัดส่วน 37% ของยางส่งออกทั้งโลก แถมประเทศที่ส่งออกลำดับรองลงมาอย่างอินโดนีเซีย มาเลเซีย อยู่ในภูมิภาคเดียวกัน จับเข่าคุยกันง่าย

5."จีนผู้ซื้อเบอร์ 1 เศรษฐกิจตก ยางเลยตก" ไม่จริง! GDP จีน 2555 กับ 2556 โตต่อเนื่องในอัตราเท่ากัน 7.7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แต่ราคายางแผ่นดิบรมควันชั้น3ดันตก คือ 96 และ 80บาทตามลำดับ พอดูปี 2557 จีนคาด GDP โตเพิ่มจากปี 56 อีก 7.5% ทำไมยางยังลงมาที่ 52 บาท

วันนี้ต้องปรับทัศนะใหม่ อย่าคิดแบบคนขี้แพ้คือ "รับสภาพแล้วเยียวยา" แต่ต้องกล้า "ชี้นำ" ของดีมีอยู่ในมือ ถ้าไม่รู้จักใช้จะเสียของ