"วิษณุ"แย้มเลือกตั้งกพ. 59

วันที่ 29 พ.ย. 2557 เวลา 17:32 น.
"วิษณุ"แย้มเลือกตั้งกพ. 59
รองนายกฯ วิษณุ อ้างกฎหมายลูกเสร็จช้า คาดเลือกตั้ง กพ. 59

เวลา 12.30 น. วันที่ 29 พ.ย.  ที่โรงแรมเดอะรีเจ้นท์ ชะอำบีช รีสอร์ท จ.เพชรบุรี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง ระบุว่าอาจจะมีการเลือกตั้งกลางปี2559ว่า คาดการณ์มากเกินไป สอบถามนายสมหมายแล้ว ซึ่งนายสมหมายก็ให้ความเห็นนี้เพราะไม่รู้ว่าร่างรัฐธรรมนูญเสร็จเมื่อไหร่ อีกทั้งคำนวนเรื่องการทำประชามติอีก 3 เดือนด้วย ส่วนตัวคาดว่าเลือกตั้งประมาณเดือนก.พ.2559 เพราะรัฐธรรมนูญเสร็จประมาณต้นเดือนก.ย.2558 และเมื่อนำขึ้นทูลเกล้า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คงจะโปรดเกล้าเดือนก.ย.หรือต.ค. จากนั้นก็ใช้เวลาร่างกฎหมายลูกประมาณ 3 เดือนคือเดือนธ.ค.2558 และเข้าสู่โหมดเลือกตั้ง คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ก็ประกาศให้จัดตั้งพรรคการเมืองรวมทั้งให้หาเสียง โดยใช้เวลา 60-90 วัน ก็จะเกิดการเลือกตั้ง เมื่อคิดในทางที่เป็นไปได้และเร็วที่สุดคือเดือน ก.พ.หรือมี.ค.2559 ยืนยันว่าการจัดเลือกตั้งไม่ถึงกลางปี2559 ทั้งนี้หากถามตนในวันนี้ก็ยังตอบไม่ได้ว่าจะเลือกตั้งเมื่อไหร่ เพราะไม่รู้ว่ารัฐธรรมนุญเสร็จเมื่อไหร่ ไม่รู้ว่าจะมีการทำประชามติหรือไม่ และไม่รู้ว่าจะปล่อยให้หาเสียงเท่าไหร่

เมื่อถามว่ามีการประเมินว่ารัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) จะยืดเวลาออกไป นายวิษณุ กล่าวว่า คสช.ไม่เคยประเมินแบบนั้น ไม่ทราบว่าจะยืดโดยวิธีอะไร ทั้งหมดฝากไว้ที่กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญว่าจะเขียนยังไง ซึ่งรัฐธรรมนูญทุกฉบับจะเขียนไว้เสมอว่าต้องจัดให้มีการเลือกตั้งภายในกี่วันหลังจากวันที่รัฐธรรมนูญประกาศใช้ ส่วนกรณีที่มีการร่างงกฎหมายลูกพร้อมกับการร่างรัฐธรรมนูญนั้น เห็นว่าไม่สามารถร่างพร้อมกันได้ เพราะรัฐธรรมนูญถ้าตราบใดที่ยังไม่ได้ข้อยุติก็ต้องทิ้งไว้เป็นช่วงๆ หลายมาตรา ทำให้กระโดดเมื่อมีการรนำมาเติมจะเกิดการถกเถียงมาก ซึ่งหากกฎหมายแม่ไม่เสร็จเด็ดขาด กฎหมายลูกก็ทำได้ยาก อีกทั้งคนร่างกฎหมายทั้งกฎหมายแม่และกฎหมายลูกเป็นคนละคน จะทำพร้อมกันไม่ได้ ส่วนกรณีที่มีการเสนอแนวความคิดให้ใช้ระบบจัดเลือกตั้งแบบประเทศเยอรมันนั้น เห็นว่าไทยเคยใช้ระบบเลือกตั้งแบบเยอรมันแล้วคือระบบปาร์ตี้ลิสต์ ซึ่งการเลือกตั้งแบบเยอรมันเป็นเรื่องยาก และหากอะไรที่ยุ่งยากมีความซับซ้อนเมื่อเอามาใช้ในไทยก็จะเจ๊ง ส่วนการเลือกตั้งแบบไหนที่คนไทยจะเข้าใจง่ายนั้นก็ยังไม่รู้