"บวรศักดิ์"ชงวิสาหกิจเพื่อสังคมขจัดทุนสามานย์

วันที่ 22 พ.ย. 2557 เวลา 14:14 น.
"บวรศักดิ์"ชงวิสาหกิจเพื่อสังคมขจัดทุนสามานย์
"บวรศักดิ์"ชี้ผู้นำยุคใหม่ต้องมีจริยธรรม  เตรียมเสนอสปช.พิจารณากม.ส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม เป็นทางขจัดทุนสามานย์

นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า และประธานคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวในการเปิดงาน งานนำเสนอผลงานโครงการกลุ่มเชิงปฏิบัติต่อสาธารณะ หลักสูตร ผู้นำยุคใหม่ในระบอบประชาธิปไตย รุ่นที่ 4 สถาบันพระปกเกล้า  ว่า ผู้นำยุคใหม่เป็นบุคคลที่มีความสำคัญที่จะนำพาอนาคตของประเทศไปสู่ทิศทางที่ถูกต้องในระบอบประชาธิปไตยและในระบอบเสรีที่มีความเป็นธรรม สิ่งที่คนรุ่นใหม่ซึ่งเป็นความหวังของสังคมต้องมีเพิ่มเติมนอกจากความรู้แล้ว ต้องมีจริยธรรม คือ การเห็นประโยชน์ของผู้อื่นที่ต้องสำคัญเท่ากับประโยชน์ของตนเอง ดังนั้นจึงต้องตระหนักบทบาทของตัวเองเพื่อเป็นประโยชน์ต่ออนาคตอย่างยั่งยืน

นายบวรศักดิ์ กล่าวด้วยว่า โครงการลักษณะวิสาหกิจเพื่อสังคมของนักศึกษาหลักสูตรนี้ ที่มุ่งช่วยเหลือนักโทษที่พ้นโทษให้กลับคืนสู่สังคม และมีอาชีพอย่างยั่งยืน เป็นทางออกในการขจัดทุนสามานย์ ทั้งนี้ในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) จะนำเสนอโครงการนี้ต่อ สปช.ให้ยกร่างกฎหมายส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคมให้เป็นรูปธรรม พร้อมเชื่อมั่นว่าโครงการฯ จะไม่สูญเปล่าและจะนำมาปฏิบัติได้จริง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับโครงการของนักศึกษาหลักสูตรผู้นำยุคใหม่ในระบบประชาธิปไตยรุ่น 4 ได้จัดทำโครงการในลักษณะวิสาหกิจเพื่อสังคมในการช่วยเหลือนักโทษที่พ้นโทษแล้ว ให้กลับคืนสู่สังคมในฐานะพลเมืองดีที่สังคมยอมรับ มีอาชีพสุจริตที่ยั่งยืน ดำรงชีวิตอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข ปราศจากการเผชิญกับความระแวงจากคนในสังคม โดยก่อตั้งบริษัท พลเมืองดี จำกัด ซึ่งเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคม เพื่อรองรับผู้พ้นโทษเข้ามาเป็นพนักงาน ผู้บริหาร ให้มีอาชีพที่ยั่งยืน

ด้าน นายมีชัย วีระไวทยะ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ และสมาชิกสปช.ด้านปฏิรูปการศึกษา กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่นายบวรศักดิ์จะผลักดันกฎหมายส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคมให้ออกมา แต่เมื่อกฏหมายยังไม่ออกมาบังคับใช้ เราทุกคนสามารถส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคมได้ เช่น การเสียภาษีอย่างถูกต้อง ทั้งนี้ตัวเองมีความเชื่อว่า หากเราจะทำอะไรให้กับประเทศชาติ เราอย่าหวังว่ารัฐบาลจะเป็นฝ่ายทำให้หมด รัฐเป็นเพียงส่วนหนึ่ง แต่เอกชน และประชาชนทุกคนควรมีส่วนร่วมทั้งหมด

นายมีชัย กล่าวว่า ในอดีตผู้ที่ต้องการเข้ามาช่วยเหลือสังคมและขจัดความยากจน จะใช้วิธีการตั้งสมาคมหรือมูลนิธิต่างๆโดยอาศัยเงินบริจาคมาใช้ในกิจกรรมต่างๆ แต่ขณะนี้แหล่งทุนเหล่านี้ไม่เพียงพอสำหรับการดำเนินงานเพื่อสาธารณะประโยชน์ และทำให้องค์กรไม่สามารถปรับปรุงพัฒนาให้บรรลุวัตถุประสงค์ได้ หลายหน่วยงานจึงจำเป็นต้องลดปริมาณและคุณภาพของงาน ฉะนั้นเชื่อว่าทางออกทางหนึ่งคือการจัดตั้งธุรกิจเพื่อสังคมขึ้นมา เพื่อนำกำไรไปใช้เพื่อสาธารณประโยชน์ แต่จุดบอดของธุรกิจเพื่อสังคมคือ มัวแต่ดูแลตัวเองแต่ไม่ได้ช่วยองค์กรอื่นเลย ดังนั้นใครจะทำธุรกิจเพื่อสังคมต้องมองให้ได้ว่าเราจะโตไปได้อย่างไรด้วย ขอฝากไปถึงคนที่ต้องการทำเพื่อสังคมว่า เราไม่ส่งเสริมให้คนเป็นขอทาน อย่าให้เงินเฉยๆ แต่ต้องมีธุรกิจให้ด้วย ถึงจะช่วยได้อย่างยั่งยืน เช่น สนับสนุนทุนฝึกอบรม เพื่อเพิ่มทักษะทางธุรกิจควบคู่ โดยสิ่งเหล่านี้ไม่ต้องรอให้รัฐบาลเป็นผู้ดำเนินการอย่างเดียว

ภาพ @js100