อินไซค์ครม.:โสภณซัดพวกต้านสร้างถนน

  • วันที่ 09 มิ.ย. 2553 เวลา 00:01 น.

“คนไม่อยากได้ถนนคือคนกรุงเทพฯที่ไปปลูกบ้านบนเขาใหญ่แต่คนที่อยากได้คือคนที่เขาอยู่ละแวกนั้น”โสภณ ซารัมย์ 

โดย...ทีมข่าวการเมือง

แหล่งข่าวจากที่ประชุมครม. เปิดเผยว่า ในที่ประชุมได้มีการพิจารณากรณีข้อพิพาทของ 2 รัฐมนตรีคือกระทรวงคมนาคมและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรณีการก่อสร้างการขยายถนนขึ้นอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ซึ่งได้ใช้เวลาในการพิจารณากรณีนี้นาน 40 นาที     โดย ก่อนที่จะประชุมครม. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้เรียกนายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม และนายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมาพูดคุยกันนอกห้องประชุมครม.ก่อน เพื่อตกลงและหาทางออกกันก่อนที่จะนำไปพูดในที่ประชุมครม.

ในที่ประชุมครม. นายสุวิทย์ ได้เสนอข้อเท็จจริงและแนวทางปฏิบัติโดยให้กรมทางหลวง ขยายผิวจราจร และฟื้นฟูระบบนิเวศช่วงแยกทางหลวงหมายเลข 2 ต่อเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ระหว่างกม.ที่ 2 ถึงกม.ที่ 10 (ถ.ธนะรัชต์) ที่มีการตัดต้นไม้ริมทางและเปิดหน้าดินไปแล้วโดยด่วน ด้วยการปลูกต้นไม้เพื่อฟื้นฟูพื้นที่ที่เสียหาย พร้อมทั้งเสนอให้กำหนดพื้นที่โดยรอบพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่และป่า อนุรักษ์ใกล้เคียง เป็นพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม

ภาพประกอบข่าว

นอกจากนี้ในพื้นที่ใด ๆ ที่กรมทางหลวงจะมีการก่อสร้างถนน ขอให้หลีกเลี่ยงการก่อสร้างในบริเวณที่มีต้นไม้หวงห้ามขึ้นอยู่ หรือมีระบบนิเวศที่ควรอนุรักษ์ แต่หากจำเป็นต้องก่อสร้างต้องศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและจัดให้มีการรับ ฟังความเห็นของประชาชนก่อน และต้องได้รับการอนุญาตจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติก่อน

ขณะที่นายโสภณ ได้ชี้แจงในที่ประชุมว่า จริง ๆ แล้ววันนี้มันต้องเอาข้อเท็จจริงมาพูดกัน เพราะในส่วนของกระทรวงคมนาคมก็ดำเนินการตามกฎ ระเบียบ และผ่านการพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในทั้ง 2 จังหวัด

"วันนี้ ต้องถามประชาชนในพื้นที่จริง ๆ ว่าเขาอยากได้หรือไม่  แต่ขณะนี้กลับกลายเป็นว่ามีคนที่ไม่ใช่คนในพื้นที่เขาใหญ่ เป็นคนจากพื้นที่อื่น ที่แค่อาศัยไปเที่ยวพักผ่อน แต่อยากได้ ก็มาร้องคัดค้าน คนไม่อยาก ได้ถนน คือคนกรุงเทพฯที่ไปปลูกบ้านบนเขาใหญ่ไปปีละครั้ง แต่คนที่อยากได้คือคนที่เขาอยู่ละแวกนั้น"นายโสภณ กล่าว

แหล่งข่าวระบุว่า เมื่อนายโสภณกล่าวจบ ปรากฏว่า รัฐมนตรีหลายรายถึงกับปรบมือสนับสนุนคำพูดนายโสภณ

นายโสภณ กล่าวอีกว่า โครงการดังกล่าวยังมีความคลาดเคลื่อน   มีสถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่ง รายงานข่าวว่า  จะ มีการตัดถนน 8 เลน  ซึ่งข้อเท็จจริงไม่ใช่อย่างนั้นเลย เพราะโครงการทำถนน เป็นแค่ 4 เลน รวมสองฝั่ง   แต่เมื่อจะสั่งยุติโครงการ ระวังจะกลายเป็นปัญหาในที่อื่น ๆ ด้วย เพราะมีหลายโครงการพัฒนาถนนที่อาจมีลักษณะคล้ายแบบนี้  เช่น โครงการถนนที่อ.แม่สอด จ.ตาก    หัวยยอด จ.กระบี่  โครงการถนนที่ พิษณุโลกและตาก  ตามแผนอีสเวสต์คอร์ริดอร์

“โครงการต่างๆได้รับการอนุมัติงบไปแล้วด้วย เหมือนกัน เกรงว่าถ้าตัดสินตรงนี้เราชี้แจงไม่ดี  มันจะกลาย เป็นบรรทัดฐานต่อไป ที่ทำให้เอ็นจีโอเอาไปเทียบเคียงกับที่อื่น   กรณีของถนนขึ้นเขาใหญ่  เป็น เรื่องที่กรมทางหลวงได้รับการร้องเรียนเยอะว่าการเดินทางมีความ ลำบาก โดยเฉพาะช่วงเทศกาลที่มักจะเกิดอุบัติเหตุบ่อย” แหล่งข่างอ้างคำพูดนายโสภณ

นอกจากนี้ได้มีรัฐมนตรีอีกหลายคนลุก ขึ้นพูดสนับสนุนให้มีการก่อสร้างถนน เช่น นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย ที่บอกว่า เรื่องนี้ต้องถามคนในพื้นที่จริง ๆ ว่าเขาต้องการหรือไม่ แต่สำหรับตนและคนโคราชมีความต้องการอยู่แล้ว 

ส่วน นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมว.อุตสาหกรรม กล่าวสนับสนุนว่า ความจริงไม่ว่าถนนสายไหนก็มักจะเห็นต้นไม้ที่ปลูกอยู่โหรงเหรงเพราะเป็นการ ปลูกของกรมทางหลวงเอง ไม่ใช่เกิดจากการปลูกของนักอนุรักษ์  ดัง นั้นการตัดถนนก็ไม่น่าจะมีปัญหา  เช่น เดียวกับนายกฯที่บอกว่า ปัจจุบันการก่อสร้างถนนส่วนใหญ่กรมทางหลวงก็มักจะตัดต้นไม้ที่ตนเองปลูกไว้

ขณะที่นายกอร์ปศักด์ สภาวสุ เลขาฯนายกฯ ก็แสดงความเห็นว่า ในทางสากลการปลูกต้นไม้ไว้ข้างทางจะทำให้เกิดความอึมครึมและเกิดอุบัติเหตุ ได้ ดังนั้นในทางสากลจึงนิยมตัดต้นไม้ข้างทางหรือถนนออกเพื่อป้องกันไม่ให้เกิด อุบัติเหตุ

ด้าน นายอภิสิทธิ์  เวชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมครม.  ว่า ครม.ได้พิจารณาประเด็นปัญหาการขยายถนนขึ้นสู่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่   จากที่ได้รับรายงานข้อเท็จจริง เบื้องต้นเป็นการขยายถนนนอกเขตอุทยาน จุดสิ้นสุดห่างจากอุทยานแห่งชาติ 13 กิโลเมตร

ภาพประกอบข่าว

สำหรับ ต้นไม้ได้รับผลกระทบในเขตทางนั้น จากการสอบถาม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงคมนาคม ได้ข้อเท็จจริงว่า การตัดต้นไม้น่าเกินความจำเป็นในการก่อสร้างถนน  และยังมีข้อมูลโต้ตอบไปมาระหว่างกรมป่าไม้และจังหวัดในช่วง สำรวจร่วมกันก่อน ทำโครงการ

“ปกติการสร้างถนนมีระเบียบอยู่ แต่ขั้นปฏิบัติมีปัญหาว่าทำถูกต้องหรือไม่ เช่น กรณีพื้นที่นอกเขตอุทยาน เป็นเขตกันชนหรือไม่  ซึ่ง ไม่ได้เป็นปัญหาในส่วนนี้  แต่เรื่องของการปฏิบัติต้องตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงโดยผม สั่งการใหนายกอร์ ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกฯ  ทาบทามบุคลากรในคณะ กรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติมาร่วมพิจารณาว่า เรื่องที่เกิดขึ้นใครเป็นผู้รับผิดชอบ” นายกฯ กล่าว

นายกฯ กล่าวว่า สำหรับการดำเนินการต่อไป  มีมติให้กรมทางหลวง กระทรวงทรัพยากรฯ  ร่วมกันทำโครงการฟื้นฟู  กำหนดรูป แบบให้เหมาะสมจากการตัดถนน และตัดต้นไม้ไปแล้ว    ส่วนโครงการขยายถนนจาก กิโลเมตรที่ 10 ขึ้นไปอีกให้ยกเลิก โดยมอบหมายให้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อม ได้พิจารณาเพิ่อนำไปสู่การประกาศเขตพื้นที่รอบอุทยานเพิ่มเติม เพราะยังมีพื่นที่นอกเขตอุทยานที่ยังเป็นเขตกันชนอีก

สำหรับปัญหาทั่วไป  เช่น การสร้างถนน ที่เป็นปัญหาขยายถนน หรือถนนที่มีการขยายหลายเส้นทางปรากฎว่ากรมทางหลวงได้ปลูกต้นไม้ไว้ในเขตทาง แต่พอมาขยายอีกต้องตัดต้นไม้เดิมทิ้ง  ในส่วนนี้จะต้องมีการรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม  เช่น  กรณีพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 1 เอ  เมื่อมีการตัดถนนแล้วเจอต้นไม้ใหญ่  โครงการที่เหลืออยู่ ก็ต้องให้กระทรวงคมนามคมสำรวจชัดเจน เรื่องการตัดต้นไม้ต้องให้รัดกุม ไม่ให้ผิดพลาด โดยให้กระทรวงทรัพยากรปรับแก้ระเบียบขยายทางตัดต้นไม้อย่างไร และให้รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรือไม่

ข่าวอื่นๆ