พิชิตวอนสนช.อย่ารับคดีถอดถอนยิ่งลักษณ์

วันที่ 29 ต.ค. 2557 เวลา 16:04 น.
พิชิตวอนสนช.อย่ารับคดีถอดถอนยิ่งลักษณ์
“พิชิต”วอนสนช.อย่ารับคดีถอดถอน “ยิ่งลักษณ์” จาก ป.ป.ช.ไว้พิจารณาอ้าง เหตุรัฐธรรมนูญสิ้นสุดแล้ว และพยานหลักฐานยังไม่ครบ

นายพิชิต ชื่นบาน ที่ปรึกษากฎหมาย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กรณีที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เตรียมพิจาณาสำนวนถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ฐานไม่ระงับยับยั้งการทุจริตโครงการรับจำนำข้าวนั้น หวังว่า สนช.จะพิจารณาโดยเทียบเคียงกรณีการถอดถอนของนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา กรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรื่องที่มา ส.ว. ขัดรัฐธรรมนูญปี 2550 ที่มี สนช.เห็นว่าไม่สามารถถอดถอนได้ เนื่องจากรัฐธรรมนูญได้ยกเลิกแล้ว ซึ่งกรณีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์นั้น นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธาน ป.ป.ช.เคยแถลงชัดว่าสำนวนถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์นั้น ไม่ได้ตัดฐานความผิดในรัฐธรรมนูญมาตรา 270 แต่ขณะนี้รัฐธรรมนูญสิ้นสุดแล้ว สนช.ก็ไม่ควรรับไว้พิจารณา แต่ ถ้า สนช.รับพิจารณา ตนเห็นว่าขณะนี้สำนวนคดีดังกล่าวก็ยังไม่มีข้อยุติในเชิงพยานหลักฐาน

นายพิชิต กล่าวอธิบายว่า เพราะคดีอาญาที่ ป.ป.ช.ยื่นให้อัยการสูงสุดพิจารณาเพื่อส่งเรื่องไปยังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนั้น อัยการสูงสุดและ ป.ป.ช.ต้องตั้งคณะกรรมการร่วมกันพิจารณาสำนวนใหม่ และยังไม่มีข้อยุติ แม้ ป.ป.ช.พยายามโต้แย้งคดีถอดถอนเป็นคนละเรื่องคดีอาญา แต่เรื่องนี้ ป.ป.ช.ได้รวมคดีถอดกับคดีอาญามาตั้งแต่ต้น แต่พอถึงเวลานี้กลับมาแยก ทั้งที่พยานหลักฐานและเอกสารเป็นชุดเดียวกัน

“เวลานี้อัยการสูงสุดชี้ข้อไม่สมบูรณ์มา ก็เท่ากับหลักฐานที่ ป.ป.ช.ส่งไปยัง สนช.ก็ไม่สมบูรณ์ หาก สนช.ถอดถอน ก็เท่ากับผลของการถอดถอนไม่สมบูรณ์ตามไปด้วย เรื่องนี้ทาง สนช.น่าอำนวยความยุติธรรมของผู้ถูกถอดถอน เพราะพยานหลักฐานเรื่องของการถอดถอนยังมีการโต้แย้งระหว่างอัยการสูงสุดกับ ป.ป.ช. ผมยืนยันว่าหลักฐานที่ สนช.ใช้ในการถอดถอนกับหลักฐานที่ดำเนินคดีอาญาเป็นหลักฐานชุดเดียวกัน อีกทั้ง ข้อบังคับว่าด้วยการถอดถอน สนช ระบุว่าให้ยึดสำนวน ป.ป.ช.เป็นหลัก เมื่อสำนวน ป.ป.ช. ถูกท้วงติงจากอัยการสูงสุด  สนช.ก็ต้องคำนึงถึงด้วยว่ารายงานและสำนวนถูกท้วงติง ดังนั้น ไม่ควรรีบเร่งหากจะมีการถอดถอนควรรอให้การโต้แย้งหลักฐานทางคดีอาญายุติก่อนดีกว่าหรือไม่” นายพิชิต กล่าว

นายพิชิต กล่าวอีกว่า ขอตั้งข้อสังเกตว่าถึงแม้ สนช.มีความเห็นเรื่องถอดถอนได้ก็ตาม แต่เจตนารมณ์ถอดถอนรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยแบบตัวแทน มีสมาชิกตัวแทนจากการเลือกตั้ง ส.ส. หาก สนช.มีวิถีทางที่มาไม่ได้มาตามรัฐสภา มาถอดถอนนายกฯ ที่มาจากรัฐสภา จะไม่ตอบสนองเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญหรือไม่ จึงขอให้สมาชิก สนช.ได้อำนวยความยุติธรรม ให้กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ด้วย แม้บางฝ่ายบอกว่าสามารถนำกฎหมาย ป.ป.ช.มาใช้ถอดถอนได้ก็ตาม แต่ที่มาของกฎหมาย ป.ป.ช.ซึ่งเป็นกฎหมายลูก เมื่อกฎหมายแม่คือรัฐธรรมนูญสิ้นสุดไปแล้วก็ไม่สามารถนำกฎหมายลูกมาใช้ถอดถอนได้ นอกจากนี้ ยังทราบมาว่าสิ่งที่ ป.ป.ช.ระบุในสำนวนถอดถอนที่ส่งมายัง สนช.เพิ่มเติมนั้นนั้น ระบุว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ทำผิด พ.ร.บ.บริหารราชการแผ่นดิน มาตรา 11 แต่มาตราดังกล่าวไม่มีบทบังคับโทษ เนื่องจากเป็นบทบัญญัติเรื่องอำนาจหน้าที่เท่านั้น จึงไม่ควรอ้างกฎหมายดังกล่าวนำมาสู่การถอดถอน