"ไพบูลย์"สั่งดีเอสไอปรับเกณฑ์รับคดีพิเศษ

วันที่ 29 ต.ค. 2557 เวลา 14:33 น.
"ไพบูลย์"สั่งดีเอสไอปรับเกณฑ์รับคดีพิเศษ
"พล.อ.ไพบูลย์" มอบนโยบายให้อธิบดีดีเอสไอคนใหม่ พิจารณาปรับหลักเกณฑ์การรับคดีพิเศษ พร้อมขีดเส้นส่งรายงานภายใน 2 วัน ขณะที่อธิบดีเรียกประชุมด่วนผู้เกี่ยวข้องวัน30ตค.

เมื่อวันที่ 29 ต.ค. เวลา 12.00 น. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวภายหลังมอบนโยบายให้กับข้าราชการและเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ว่า ได้มอบหมายให้นางสุวณา สุวรรณจูฑะ อธิบดีดีเอสไอ ไปพิจารณาถึงแนวทางการรับคดีพิเศษพบว่าการรับคดีพิเศษจะทำอย่างไร เพราะช่วง 2-3 ปี ที่ผ่านมามีการใช้ดุลยพินิจของอธิบดีเป็นผู้พิจารณามากเกินไป และเป็นการใช้ดุลยพินิจของบุคคลใดคนหนึ่ง เห็นว่าอาจมีความบกพร่องมาก และทำให้ถูกแทรกแซงจากฝ่ายบริหารได้ง่าย รวมถึงการทำงานอาจซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่น ทำให้ภาพลักษณ์ของดีเอสไอไม่ได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชน และเกิดความเคลือบแคลงจากสังคม

พล.อ.ไพบูลย์  กล่าวต่อว่า จึงเสนอให้ใช้ระบบพิจารณารับคดีทุกคดี โดยใช้คณะกรรมการชุดใหญ่ จำนวน  21 คน ที่มีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน โดยให้นางสุวณา พิจารณาภายใน 2 วัน ก่อนนำผลมารายงานว่าจะคงรูปแบบเดิมหรือปรับเปลี่ยนใหม่  ส่วนหลักเกณฑ์การรับคดีในบัญชีแนบท้าย ตาม พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ 36 ประเภทคดี นั้นเห็นว่าเป็นนามธรรมเขียนกว้างเกินไป จึงอยากให้กฎหมายพิเศษที่มีอยู่เป็นรูปธรรมมากขึ้น แต่ไม่จำเป็นต้องแก้ไขกฎหมายที่มีอยู่

“ส่วนเรื่องการร้องเรียนของกระทรวงยุติธรรมมีศูนย์ร้องเรียนอยู่แล้ว จะไม่รับก็ไม่ได้ เพราะประชาชนใกล้ที่ไหนก็ไปที่นั่น อีกทั้งเป็นนโยบายของนายกรัฐมนตรีด้วย”  พล.อ.ไพบูลย์   กล่าว

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวด้วยว่า พร้อมกันนี้ขอให้ดีเอสไอนำข้อมูลคดีเก่าใหม่ที่รับไว้เป็นคดีพิเศษแล้ว ที่รายงานว่าทำเสร็จกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ มารายงานตนด้วย เพื่อดูลักษณะคดี และศึกษารูปแบบการทำคดีว่ามีปัญหาจุดใด และประเมินให้ถูเพื่อจำกัดกรอบการทำงานของ 13 หน่วยงานในสังกัดดีเอสไอให้มากขึ้นรวมถึงคดีการเมืองได้กำชับว่าการรายงานคดีไม่ต้องระบุว่าผู้ชุมนุมเป็นฝ่ายใด ให้ระบุเพียงสถานและวันเกิดเหตุเท่านั้น เพราะผู้ชุมนุมทุกคนคือคนไทยเหมือนกัน

ทั้งนี้ส่วนกรณีที่มีกลุ่มรักษ์ปากช่อง เข้ามายืนหนังสือขอให้ดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษนั้น พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ขณะนี้ได้สั่งให้ทางดีเอสไอเข้าไปดูรายละเอียดว่าเกี่ยวข้องกับกฎหมายใด และมีหน่วยงานไหนเกี่ยวเนื่องกับคดีดังกล่าว เพื่อใช้ในการพิจารณาการทำงาน

ด้าน นางสุวณา กล่าวภายหลังรับมอบนโยบายว่า ในส่วนภารกิจการทำงาน ไม่หนักใจ เพราะตนทำงานในกระทรวงยุติธรรมมานาน แต่กดดันและหนักใจในเรื่องภาพลักษณ์ที่จะต้องทำให้ดีขึ้นเพื่อสร้างความเป็นธรรม  ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ทั้งหมดและยังไม่มีการปรับเปลี่ยนบุคลากร แต่จะมีการพิจารณาก่อนว่าจะต้องพัฒนาจุดใดบ้าง เพื่อเรียกความเชื่อมั่นจากประชาชนกลับคืนมา พร้อมขอให้เจ้าหน้าที่ทำงานอย่างซื่อสัตย์สุจริต

ส่วนการพิจารณารับคดีพิเศษ ในวันพรุ่งนี้ 30 ตุลาคม จะเรียกประชุมหารือการทำงานร่วมกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อกำหนดหลักกฎเกณฑ์ตามนโยบายของรัฐมนตรี โดยจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการประชุม นางสุวณา ได้เข้าสักการะพระพุทธวิชัยอภัยมาร นิราศ ศาลพระภูมิ และศาลพระยาพิชัยดาบหัก สิ่งศักดิ์ประจำดีเอสไอ เพื่อความเป็นสิริมงคล