ศอฉ.ยันจำเป็นต้องคงพรก.ฉุกเฉิน

วันที่ 04 มิ.ย. 2553 เวลา 19:37 น.
ศอฉ.ระบุ ยังคงพรก.ฉุกเฉินต่อ อ้างยังมีความจำเป็น เชื่อบางพื้นที่มีการเคลื่อนไหวอยู่

พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกตำรวจนครบาล แถลงผลการประชุมศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) โดยที่ประชุมมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุม พร้อมผบ.เหล่าทัพ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง ทั้งนี้ในที่ประชุมตำรวจได้รายงานการปฏิบัติการในพื้นที่ กทม. ในการปฏิบัติการสายตรวจร่วมกับตำรวจ ทหาร และ เทศกิจ โดยจากการปฏิบัติการงานที่ผ่านมาเหตุอาชญากรรมในพื้นที่ กทม.ลดลงจากเดิมมียอด 1,900 ครั้ง เหลือเพียง 800-900 ครั้งต่อวัน นอกจากนี้สถิติการออกหมายจับตาม พรก.ฉุกเฉิน จำนวน 84 ราย ในพื้นที่ กทม. 83 ราย และพื้นที่ต่างจังหวัดอีก 1 ราย โดยเบื้องต้นสามารถจับกุมได้ 27 ราย และยังจับไม่ได้อีก 57 ราย ส่วนการออกหมายจับวางเพลิงในคดีอาญา จำนวน 801 ราย ในพื้นที่ กทม.จับกุมได้แล้ว 31 ราย แต่ยังจับกุมไม่ได้ ส่วนในพื้นที่ต่างจังหวัด 770 ราย สามารถจับกุมได้ 174 ราย และยังจับไม่ได้ 596 หมาย แต่ระหว่างการประชุมทางตำรวจภูธรได้แจ้งมาว่าสามารถจับกุมได้เพิ่มอีก 35 ราย รวมสามารถจับกุมตามหมายจับในพื้นที่ต่างจังหวัดได้ 209 ราย

พล.ต.ต.ปิยะ ยังบอกด้วยว่า ที่ประชุมได้มีการหารือ พรก.ฉุกเฉิน โดยเบื้องต้นจะยังคง พรก.ฉุกเฉิน เนื่องจากมีความเป็นจำในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ และขณะนี้ยังมีการเคลื่อนไหวในบางพื้นที่ โดยเฉพาะวิทยุชุมนุมที่ยังคงมีการปลุกระดมบิดเบือนข้อมูลอยู่ ทั้งนี้ยืนยันว่า พรก.ฉุกเฉิน ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนโดยรวม และ กระทรวงการต่างประเทศก็ได้แจ้งว่าขณะนี้ประเทศที่มีการยกเลิกไม่ให้เข้าประเทศจำนวน 26 ประเทศ ขณะนี้ได้ยกเลิกหมดแล้ว ทั้งนี้การยกเลิก พรก.ฉุกเฉิน จะต้องมีการประเมินถึงตัวชี้วัดอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ในวันจันทร์ที่ 7 มิ.ย.นี้ ทางศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะแถลงรายละเอียดเกี่ยวกับการจับกุมตาม พรก.ฉุกเฉิน และ คดีอาญา โดยมี พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาราชการในตำแหน่ง ผบ.ตร. จะเป็นผู้แถลงรายละเอียด รวมถึงแกนนำที่ถูกควบคุมตัวไว้ทั้ง 6 แห่งด้วย