ประเด็นร้อน:จับตาปรับครม.

วันที่ 02 มิ.ย. 2553 เวลา 06:12 น.
ประเด็นร้อนวันที่ 2 มิ.ย. การลงมติไม่ไว้วางใจ 6 รัฐมนตรี น่าจะไม่มีปัญหา แต่ที่กำลังจะเป็นปัญหา คือ การปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตามที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ส่งสัญญาณว่าจะมีขึ้นหลังจบเรื่องไม่ไว้วางใจ

1.หลังเสร็จสิ้นการอภิปรายไม่ไว้วางใจในวันที่ 2 มิ.ย. ประเด็นร้อนที่จะระอุขึ้นมา คือ การปรับปรุงคณะรัฐมนตรี ซึ่งนายกฯ อภิสิทธิ์ จะมีการหารือกับแกนนำพรรคร่วมเพื่อประเมินการทำงานของรัฐบาลและรัฐมนตรีรายกระทรวง มีปัญหาขัดข้องต่อการทำงานอย่างไรหรือไม่ เพื่อปรับปรุง ครม. ยิ่งสถานการณ์อายุขัยรัฐบาลอาจไม่แน่นอนเช่นนี้ การเปิดทางให้นักการเมืองไร้ตำแหน่งโหนรถไฟสาย ครม. ขบวนสุดท้าย ก็เป็นไปได้สูงก่อนเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ต้องติดตามแต่ละพรรคจะจัดวางบุคลากร เสนอชื่อชิงตำแหน่งกันอย่างไร

อย่างไรก็ตาม ดูจากโครงสร้างของพรรคร่วมแล้ว พรรคที่จะเกิดปัญหาหากมีการปรับ ครม. จริง คือ พรรคประชาธิปัตย์ ที่มีบุคลากรพรรษาถึงเบียดคิวแถวสองแถวสามกันครืด

2.ส่วนศึกซักฟอก 6 รัฐมนตรีเสร็จสิ้นลงเมื่อค่ำวันที่ 1 มิ.ย. เช้าวันที่ 2 มิ.ย. จะเป็นการลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีรายบุคคล หากฟ้าไม่ถล่มดินไม่ทลาย 6 รัฐมนตรีที่ถูกยื่นญัตติไม่ไว้วางใจย่อมได้รับเสียงสนับสนุนจาก สส. พรรคร่วมรัฐบาลผ่านฉลุย แต่ที่ต้องจับตา เห็นจะเป็นประเด็น 6 รัฐมนตรี จะได้รับคะแนนเสียงไว้วางใจในทิศทางเดียวกันหรือไม่ เพราะมีความเคลื่อนไหวพรรคร่วมรัฐบาลตั้งแต่ค่ำวานนี้ เกี่ยวกับการหารือก่อนตัดสินใจลงมติเช้าวันที่ 2 มิ.ย.

สดับกระแสเสียงจากคนในพรรคเพื่อแผ่นดิน ได้ความว่า การลงมติ 6 รัฐมนตรีอาจเสียงแตกได้ หลังจากพรรคเพื่อแผ่นดินไม่พอใจนายกฯ อภิสิทธิ์ ที่จัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2554 ให้กับกระทรวงในสังกัดพรรคเพื่อแผ่นดินน้อยเกินไป รวมทั้งปัญหาทับซ้อนพื้นที่หาเสียง จ.นครราชสีมา ซึ่งมีความไม่ลงตัวระหว่างพรรคเพื่อแผ่นดินกับพรรคภูมิใจไทย อาจส่งผลต่อรองไปถึงการลงคะแนนเสียงไว้วางใจนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย และนายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม 2 รัฐมนตรีของพรรคภูมิไทย

3.การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 2 มิ.ย. ขยับมาเป็นเวลาบ่ายสองโมง ที่ทำเนียบรัฐบาล แน่นอนว่าควันหลงการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะเป็นประเด็นที่นายกฯ  จะหยิบยกมาพูดคุยอีกครั้ง โดยเฉพาะประเด็นการตั้งกรรมการอิสระตรวจสอบ|เหตุการณ์การกระชับพื้นที่การชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดง ขณะที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง จะได้รายงานถึงผลการปฏิบัติงานของศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) หลังยกเลิกประกาศเคอร์ฟิว ซึ่งจะได้ประเมินต่อไปว่า สมควรที่จะยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินในจังหวะใดที่เหมาะสม

4.ส่วนวาระ ครม. น่าสนใจ กระทรวงการคลังเสนอให้ธนาคารออมสินดำเนินการโครงการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบการใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แทนธนาคารแห่งประเทศ (ธปท.) |วงเงิน 2.5 หมื่นล้านบาท
อีกทั้งธนาคารออมสินคิดอัตราดอกเบี้ยจากสถาบันการเงินในอัตรา 0.01% ต่อปี และสถาบันการเงินคิดดอกเบี้ยจากผู้ประกอบการตามจำนวนเงินในตั๋วสัญญาใช้เงินในอัตรา 1.5% ต่อปี โดยมีระยะเวลาการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประกอบการแต่ละรายถึงสิ้นปี 2556 โดยขอยื่นได้จนกว่าวงเงินที่กำหนดไว้จะถูกจัดสรรหมดตั้งแต่เดือน ม.ค. 2554 เป็นต้นไป

กระทรวงวัฒนธรรมเสนอแนวนโยบายการฟื้นฟูวิถีชาวเลใน 5 จังหวัดฝั่งทะเลและเกาะต่างๆ ในภาคใต้ เช่น ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล เพื่อแก้ไขปัญหาของชาวเลสำคัญ ดังนี้ คือ ปัญหาความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยเหตุการณ์สึนามิ ปัญหาด้านการทำมาหากินและการเข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติ และปัญหาการไร้รัฐและปัญหาคุณภาพชีวิตของชาวมอแกนกว่า 700 คน

5.ขณะที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอรายงานผลการพิจารณาทบทวนคุณสมบัติโรงเรียนขนาดเล็ก (นักเรียนตั้งแต่ 300 คนลงมา) ที่สมควรจะได้รับสนับสนุนงบประมาณอุดหนุนรายหัวเพิ่มเติมเฉพาะนักเรียนมัธยมต้นหัวละ 1,000 บาทต่อคนต่อปี เพื่อให้ได้รับตั้งแต่ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553 เป็นต้นไป

6.ด้านการเยียวยาผู้ประกอบการและประชาชนที่ทรัพย์สินเสียหายจากการชุมนุมของกลุ่มนปช. เช้าวันที่ 2 มิ.ย. เวลา 10.00 น. ที่ทำเนียบฯ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกฯ จะเป็นประธานจ่ายเงินล็อตแรกในส่วนของรัฐบาลรายละ 5 หมื่นบาท โดยจะมีผู้มีสิทธิรับเงินจำนวน 769 คน ขณะเดียวกันจะมีการบริการของธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทยในการปรึกษาหารือเรื่องต่างๆ ด้วย