ออกจากวงล้อม

วันที่ 01 มิ.ย. 2553 เวลา 06:00 น.
พิธีกรรมทางการเมืองผ่านพ้นไปอีกวัน ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล

คำถามที่น่าคิด ประชาชนได้อะไรบ้าง

หรือเป็นเพียงแต่เวทีสำหรับนักการเมืองแสดงโวหาร พร้อมๆ กับการสร้างความแตกแยกในบ้านเมืองให้เกิดขึ้นอีก

ศึกแดงจบไปแล้ว แต่ทุกอย่างยังไม่จบ

นี่แหละ เคราะห์กรรม เวรกรรม

ความจริงการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลทำได้ และน่าจะทำก่อนเกิดศึกเสื้อแดง เพื่อให้การเมืองเข้าไปอยู่ในสภา

แต่ฝ่ายค้านก็ไม่ทำ เพราะใบสั่งมาด้วยความโกรธ จนต้องเข็นเสื้อแดงมาชุมนุมสร้างสงครามไพร่

และหลังจากเกิดการบาดเจ็บล้มตายค่อยเปิดสภา พร้อมๆ กับนำปมความขัดแย้ง การสลายการชุมนุม การบาดเจ็บล้มตาย บ้านเมืองฉิบหายมาขยายความต่อ

ถึงได้บอกบ้านเมืองเรามีเวรมีกรรม

เพราะถ้าฝ่ายค้านจะทำหน้าที่ของตัวเองควรตั้งประเด็นให้ชัด

อาทิ ฝ่ายค้านควรเสนอแนวทางการสร้างความสมานฉันท์ และเป็นแผนปฏิบัติที่ทำได้จริง โดยไม่ใช่แค่ความคิดการยุบสภา เลือกตั้งใหม่ เหมือนกับข้อเสนอของแดงที่มาจากแดงตัวพ่อ

นอกจากนั้น สิ่งที่ฝ่ายค้านควรจะเสนอด้วยก็คือแนวทางการฟื้นฟูประเทศทั้งด้านจิตใจและเศรษฐกิจ

อย่าลืมว่าการประท้วงของแดงไม่เพียงก่อให้เกิดการเผาบ้านเผาเมือง แต่ผลกระทบที่ตามมาคือเศรษฐกิจที่เคยคิดว่าจะขยายตัว 6-7% ก็ลดลงเหลือแค่ 3.5-4.5%

การทำหน้าที่ของฝ่ายค้านเชิงสร้างสรรค์ จำเป็นต้องเสนอแนวทางที่จะนำพาบ้านเมืองรอดพ้นวิกฤต และแนวคิดฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ฉลาดกว่ารัฐบาล

นี่แหละ จะทำให้ฝ่ายค้านได้รับความน่าเชื่อถือ และเป็นที่พึ่งของประชาชน

พรรคฝ่ายค้านต้องไม่ใช่พรรคการเมืองของคนเพียงคนเดียว หรือทำเพื่อคนเพียงคนเดียว

ไม่เช่นนั้นการเมืองไปไม่ถึงไหน ไม่ใช่ที่พึ่งของประชาชนและบ้านเมืองก็ไปไหนไม่รอด

ทุกอย่างยังจมอยู่ในวังวนเหลี่ยม น่าเศร้าใจเหมือนเดิม