บิ๊กตู่ยัน3เดือนมีผลงาน

วันที่ 22 ส.ค. 2557 เวลา 21:47 น.
บิ๊กตู่ยัน3เดือนมีผลงาน
จับตาพวกต่อต้านทำลายปรองดองเป็นคนกลุ่มเดิม ชี้แจงผลงานในรอบ3เดือนมีความก้าวหน้าระดับหนึ่ง

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความมั่นแห่งชาติ (คสช.) กล่าวใยรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ประจำคืนวันที่22ส.ค.57ว่า ขอร้องบรรดาผู้ที่ยังไม่ค่อยเข้าใจที่พยายามจะต่อว่าหรือต่อต้าน โดยเลือกที่จะพูดคำว่า ประชาธิปไตย โดยการคืนอำนาจและเลือกตั้ง หรือกล่าวคำตำหนิติเตียน ทำใบปลิว บัตรสนเท่ห์ ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์ค ให้ร้ายการกระทำอันเป็นเจตนาดีของพวกเรา ผมไม่ทราบว่าจะทำไปเพื่ออะไรยังคงมีการซุ่มซ่อน หลบเลี่ยง ดำเนินการในลักษณะที่มีการปกปิดซ่อนเร้นอยู่ตลอดมา และผมทราบมีการประชุมกันอยู่หลาย ๆ ที่ด้วยกัน โดยเป็นคนกลุ่มเดิม ๆ พูดจากันว่าอะไรบ้าง ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นสิ่งที่ไม่ดีเลย กับการที่จะขับเคลื่อนประเทศในวันข้างหน้า หรือการปฏิรูปของพวกเราผมพูดอยู่เสมอแล้วว่าเราก็อยากสร้างบรรยากาศการปรองดอง ในการที่จะปฏิรูปประเทศไทย ในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ ให้ได้

แต่หลายคนก็มีความพยายามที่จะนำพากลับไปสู่สถานการณ์ไม่ปกติอีกต่อไป โดยใช้คำว่าประชาธิปไตย การเลือกตั้ง โดยที่ไม่เห็นว่าประชาธิปไตยที่ไม่สมบูรณ์ เกิดความไม่ปลอดภัย ขาดความน่าเชื่อถือจากสังคมโลก การกระจายรายได้ที่ไม่เป็นธรรม การทุจริตผิดกฎหมาย มีการบุกรุกทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การเอารัดเอาเปรียบผู้คนโดยใช้ทุกวิธีการทั้งผิดและถูก เพื่อให้ประชาชนส่วนใหญ่นั้นเชื่อมั่นในการกระทำดังกล่าว ว่าเป็นสิ่งที่ดี ที่ถูก เกิดประโยชน์ต่อประชาชน ซึ่งก็คงเกิดได้เฉพาะบางพวก บางกลุ่ม บางพื้นที่เท่านั้น ไม่ทั่วถึงและไม่แก้ปัญหาพื้นฐานของประชาชนได้เลย ตลอดระยะเวลายาวนานในอดีตที่ผ่านมา

นอกจากนี้ในการทำงานอาจจะต้องก้าวล่วงในการทำงานของทุกฝ่าย ทั้งข้าราชการ ฝ่ายนโยบาย ฝ่ายการเมืองอยู่บ้าง เพราะท่านรู้ว่าปัญหาประเทศอยู่ที่ไหน เพียงแต่แก้ไขอะไรยังไม่ได้ ตราบใดที่ยังมีผู้บริหารข้าราชการบางคน บางส่วน บางพวก ยังมีผลประโยชน์ในการบริหารราชการ เพราะฉะนั้นประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับก็จะลดลงไปตาม ลำดับ ไม่ได้หมายถึงทุกหน่วย ทุกคน ก็มีบางคนบางส่วนเท่านั้นเอง แต่เป็นผลกระทบโดยรวม เป็นเหมือนลูกโซ่ พอตรงนี้พลาด ตรงนี้ไม่ดี ตรงนี้ผิด ก็ทำให้สิ่งที่ อาจจะดีอยู่แล้ว ถูกถ่วงดุลดึงลงไปด้วย อันนี้อยากจะเรียนให้ทราบ

จากผลดำเนินงานที่ผ่านมาของ คสช. ระยะที่ 1 ประมาณ 3 เดือน มีความก้าวหน้าในการแก้ไขปัญหามาในระดับหนึ่ง ไม่อยากให้ทุกอย่างเป็นในลักษณะไฟไหม้ฟาง คือทำแล้ว แก้ไปแล้ว ระหว่างที่เราเข้มงวดอยู่ก็ดูเหมือนจะดี แต่พอเราไปทำเรื่องอื่นที่มีปัญหามากมาย เรื่องเก่า อำนาจเก่า ผู้มีอิทธิพลเก่าก็จะเข้ามาอีก พยายามที่จะกลับเข้ามาแก้ไขอีก กลับไปเป็นแบบเดิมอีก โดยใช้กระแสสังคม โดยใช้กระแสของประชาชนผู้ยากไร้ ผู้มีรายได้น้อย ผมไม่เข้าใจว่าคนเหล่านี้ จิตใจทำด้วยอะไร พยายามจะทำให้คนไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้มีรายได้น้อยเข้าใจผิด และยกประโยชน์แต่เพียงส่วนน้อย ผิดกฎหมายหรือละเมิดความสงบเรียบร้อยของสังคมให้กับประชาชนเป็นจุดอ้าง และกอบโกยผลประโยชน์ส่วนใหญ่ไป และแบ่งปันส่วนน้อยให้กับผู้ที่ทำผิดกฎหมายดังกล่าว โดยมีประชาชนเหมือนกับเป็นตัวประกัน อันนี้ต้องขอร้องให้เลิกซะที เช่น การที่เราไปจัดระเบียบในสังคมเหล่านี้ ก็ยังมีคนพยายามที่จะกลับมาให้เป็นเหมือนเดิม การปรับปรุงทางเท้า การปรับปรุงการค้าขาย ปลีก ขายย่อยตามถนนหนทางก็ไปจัดระเบียบกันมาให้ได้ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องคงต้องไปหาแนวทางที่เหมาะสม ทำอย่างคนที่ยากจนจะไม่เดือดร้อน หาที่ขายให้ใหม่หรือกำหนดกติตาต่าง ๆ ให้ชัดเจนในบางพื้นที่ ก็ไปหาวิธีการทำให้ได้ คสช. กำหนดนโยบายไปแล้ว ฉะนั้นทุกคนต้องหามาตรการดำเนินการให้ดีที่สุด ทั้งระยะสั้น ระยะยาวไม่ให้เกิดขึ้นอีกต่อไปในการกระทำผิดกฎหมาย

การปรองดองและการปฏิรูป ในระยะที่ 2 ซึ่งเราเพิ่งจะเริ่มต้นตอนนี้อย่าเพิ่งตำหนิติเตียนกันมากนักเลย ในเรื่องของตัวบุคคล วันนี้ถ้าดูในโซเชียลมีเดีย ดูในสื่อ ก็แทบจะไม่มีคนดีเหลืออยู่แล้วในสายตาของสังคมวันนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันนี้ถ้าเราบอกว่าเราจะให้โอกาสของคนทุกคนไม่ว่าจะเป็นอย่างไรก็ตามเข้ามาแก้ไข ถ้าคนที่เขาเคยทำไม่ดีก็เป็นโอกาสให้เขามาแสดงให้เห็นว่า ถ้าทำดีจะทำได้อย่างไร เพราะเราจะมีการบริหารจัดการ และควบคุมด้วยระบบธรรมาภิบาล เพราะอย่างไรเราต้องอยู่ร่วมกันต่อไปให้ได้.

บทความแนะนำ