เอสซี แอสเสท

วันที่ 26 พ.ค. 2553 เวลา 06:01 น.
ธุรกิจของ ทักษิณ ชินวัตร ที่เป็นก้าวแรกเส้นทางมหาเศรษฐี คือ โทรคมนาคม ประกอบด้วยบริษัท แอดวานซ์ อินโฟเซอร์วิส (เอไอเอส) บริษัท ชินแซท และบริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น

แต่กิจการเหล่านี้ ขายผ่านมือไปให้เทมาเสกของสิงคโปร์แล้วและการขายครั้งนั้นก็กลายเป็นเหตุให้ทักษิณ เพลี่ยงพล้ำทางการเมืองครั้งใหญ่

ทว่าธุรกิจสำคัญของตระกูลชินวัตรยังมีอยู่ อาทิ บริษัท เอสซี แอสเสท อยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

การขยายเครือข่ายจากธุรกิจโทรคมนาคมไปยังอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากทักษิณมองว่า ธุรกิจโทรคมนาคม มีขึ้นมีลง และมีความเสี่ยง จึงขยายการลงทุนไปยังธุรกิจอื่นอันหลากหลาย

และหนึ่งในธุรกิจเหล่านั้นคือ อสังหาริมทรัพย์

ตระกูลชินวัตร ยังเลือกจะรักษา เอสซี แอสเสทไว้ เมื่อครั้งขายกิจการโทรคมนาคมให้สิงคโปร์ โดยเอสซี แอสเสท มีกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ก็คือ ลูกสาว ลูกชาย และเครือญาติของทักษิณ ขณะที่ผู้บริหารระดับสูงเป็นน้องสาวทักษิณ

เหตุผลที่ยังรักษาบริษัทดังกล่าวก็เพราะทรัพย์สินของเอสซี แอสเสท มีมหาศาล โดยเฉพาะที่ดิน ซึ่งสร้างกำไรอย่างสม่ำเสมอให้ตระกูลชินวัตร

เอสซี แอสเสท สร้างโครงการบ้านที่อยู่อาศัยหลายทำเล ขณะเดียวกันยังมีกิจการให้เช่าที่มีทรัพย์สินมหาศาลอยู่ด้วย

กิจการเหล่านี้ อาทิ ตึกชินวัตร รวมไปถึงที่ดินซึ่งใช้สำหรับตั้งเสาเครือข่ายโทรศัพท์มือถือของเอไอเอส และแม้กระทั่งที่ดินของบริษัท ชินแซท ก็เช่ามาจากเอสซี แอสเสท

ธุรกิจของเอสซี แอสเสท จึงมีทั้งน้ำซึมบ่อทราย และธุรกิจก่อสร้างบ้านทำกำไรเป็นกอบเป็นกำ

ปีที่แล้ว เอสซี แอสเสท กำไร 764 ล้านบาท จ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้นทั่วหน้า หุ้นละ 90 สตางค์ และเงินปันผลเข้าสู่ตระกูลชินวัตร หลักร้อยล้านบาท

นี่แหละ อีกหนึ่งธุรกิจในตระกูลชินวัตรที่ยังทำมาหากินอยู่ในแผ่นดินนี้อย่างเสรี

เห็นแล้ว น่าชื่นใจแทนจริงๆ