ยึดเปรมโมเดลฟื้นฟูชาติ

วันที่ 25 พ.ค. 2553 เวลา 23:36 น.
ไตรรงค์แนะตั้งคนกลางที่เป็นที่ยอมรับของสังคมเข้ามาคุมแผนฟื้นฟูเช่นเดียวกับยุคพล.อ.เปรม สกัดรั่วไหลนัดถกพรรคร่วมทบทวนเม็ดเงินไทยเข้มแข็งหลังเจียดเยียวยาพิษม็อบแดง

นายปณิธาน วัฒนายากร  รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีและปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ได้มีการหารือถึงภาระงบประมาณ ซึ่งอาจมีผลกระทบอยู่บ้างหลังจากต้องมีการจัดสรรงบประมาณ เข้าให้การช่วยเหลือ เยียวยา ผู้ประกอบการ ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดง รวมถึงการซ่อมแซม อาคารสถานที่ ระบบสาธารณูปโภค 

"วันนี้ครม.ได้หารือเพิ่มเติมว่าหลังจากที่รัฐบาลเดินหน้าโครงการไทยเข้มแข็งส่งผลให้ภาวะเศรษฐกิจดีขึ้นมากเมื่อตอนต้นปี แต่เมื่อมีกากการชุมนุมทางการเมือง  เศรษฐกิจได้รับผลกระทบ และเกิดความเสียหายต่อผู้ประกอบการ ประชาชน ต้องใช้งบประมาณเข้าไปฟื้นฟู  นายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จึงได้แจ้งนายกรณ์  จติกวณิช รมว.คลัง และผู้เกี่ยวข้องนัดพูดคุยกับพรรคร่วมรัฐบาลเตรียมปรับแนวทางการใช้งบประมาณในส่วนของโครงการไทยเข้มแข็ง"  นายปณิธาน กล่าว

นายปณิธาน กล่าวว่า นายกฯ ให้นโยบายว่า การปรับแนวทางใช้งบประมาณในโครงการสำคัญๆ ต้องยึดความต้องการของประชาชนมาก่อน และพิจารณาถึงขีดความสามารถ 

นายปณิธาน กล่าววา    ได้มีนักลงทุน  ผู้ประกอบการรายใหญ่ ติดต่อมายังรัฐบาลเพื่อขอบริจาคเงิน เยียวยาผู้ประกอบการรายย่อย ประชาชน ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดง  ซึ่งในส่วนนี้รัฐบาลต้องมาพิจารณาว่า จะจัดระบบให้กลุ่มเหล่านี้เข้ามาช่วยเหลือ หรือเข้าบัญชีรัฐบาลอย่างไร ซึ่งถ้าได้รับการช่วยเหลือ อาจทำให้ภาวะงบประมาณไม่ตรึงตัว 

“เขาเห็นว่ารัฐบาลมีข้อจำกัดในการเข้าไปช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย ประชาชน  แต่ถ้าผู้ประกอบการรายใหญ่เข้ามาสนับสนุน จะทำให้ การฟื้นตัวของผู้ประกอบการจะเกิดขึ้นเร็ว  ส่วนจะลงขันแบบไหนต้องดูความชัดเจนภาครัฐก่อน  เมื่อฟื้นตัวดี ภาคเอกชนทั้งหมดจะแสดงจุดยืนให้เห็นถึงการเอื้อซึ่งกันและกันระหว่างผู้ประกอบการรายใหญ่กับผู้ประกอบการรายย่อย  ผู้มีเงินทุนเยอะๆ ออกมาช่วยผู้มีเงินทุนน้อย และต้องการสะท้อนไปถึงผู้ชุมนุมทางการเมืองให้เห็นถึงความมั่นคงระยะยาวว่าเป็นการเรียกร้องไปถึงผู้ชุมนุม  หากจะชุมนุมต้องไม่กระทบต่อผู้ประกอบการ

ทั้งนี้ทราบว่า นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ  เลขาธิการนายกฯ จะรับผิดชอบในการประสานงานกับผู้ประกอบการรายใหญ่  ขณะที่นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.สำนักนายกฯ จะรับผิดชอบในส่วนผู้ประกอบการรายย่อย

สำหรับแนวทางขณะนี้ มี 2 แนวทาง ระหว่งการตั้งกองทุน กับการเปิดบัญชี ต้องพิจารณาว่าแบบใดให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมได้มาก  อย่างไรก็ตาม นายไตรรงค์ สุวรรณคิรี รองนายกฯ แสดงความเห็นในที่ประชุมครม. ว่า  การบริหารจัดการเม็ดเงินส่วนนี้ มีความสำคัญ  เพราะสังคมจะกังวลถ้ารัฐบาลจัดระบบไม่ดี  ดังนั้นต้องนำคนที่มีความไว้วางใจ เป็นที่ยอมรับทางสังคม เข้ามาจัดการ  โดยยกตัวอย่าง รูปแบบสมัย พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์  มีการจัดตั้งคนเข้ามาบริหาร โดยไม่มีปัญหา ซึ่งครม.แสดงความเห็นด้วย