คตร.ประเดิมตรวจงบ8โครงการ-1หน่วยงาน

วันที่ 11 มิ.ย. 2557 เวลา 16:57 น.
คตร.ประเดิมตรวจงบ8โครงการ-1หน่วยงาน
คตร. ประชุมรับทราบข้อมูล และแนวทางการเข้าตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ ประเดิม 8 โครงการ และ 1 หน่วยงาน

เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. พล.ท.อนันตพร กาญจนรัตน์ ประธานคณะกรรมการติดตาม และตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) เชิญส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมบัญชีกลาง สำนักงบประมาณ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ และผู้แทนฝ่ายต่างๆ ประชุมหารือคณะกรรมการคตร. เพื่อหารือกำหนดนโยบายการตรวจสอบโครงการต่างๆ เพื่อให้เกิดความโปร่งใส คุ้มค่า เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมอย่างแท้จริง

ทั้งนี้ที่ประชุมได้ข้อสรุปถึงนโยบายการตรวจสอบโครงการที่คตร. จะดำเนินการ มี 3 ลักษณะ ได้แก่ หากโครงการใดที่คตร. เข้าตรวจสอบแล้วพบว่ามีความเหมาะสมจะให้ส่วนราชการสามารถดำเนินการตามขั้นตอนได้ต่อไป โครงการที่เข้าตรวจสอบแล้ว พบว่าต้องทบทวนเปลี่ยนแปลงจะให้ส่วนราชการได้แก้ไขให้เหมาะสมก่อนแล้วถึงจะดำเนินการ ส่วนโครงการที่ คตร. พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม จะให้ยกเลิกและหยุดดำเนินการ

สำหรับโครงการที่ คตร. จะเข้าดำเนินการตรวจสอบ ได้แก่ โครงการซึ่งเป็นแผนงานขนาดใหญ่ที่วงเงินเกิน 1,000 ล้านบาท ในขั้นต้นจะให้ฝ่ายต่างๆ พิจารณาตรวจสอบก่อนและแจ้งให้ คตร. ทราบเพื่อดำเนินการต่อไป

นอกจากนี้จะเข้าตรวจสอบในโครงการซึ่งคตร. ได้พิจารณาจากเอกสารผลการรายงานจากฝ่ายต่างๆ เพื่อจัดชุดตรวจไปติดตาม และตรวจสอบแล้วจัดทำเป็นข้อเสนอให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

อย่างไรก็ตาม ในขั้นต้นที่ประชุมมีมติจะเข้าตรวจสอบโครงการ 8 โครงการ  และ 1 หน่วยงาน

ด้าน พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก ในฐานะทีมโฆษก คสช. เปิดเผยด้วยว่า วันเดียวกัน เวลา 09.30 น. ได้มีการประชุม คณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) ที่บก.ทบ.โดยมี พล.ท.อนันตพร กาญจนรัตน์ ประธาน ได้เชิญส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมบัญชีกลาง สำนักงบประมาณ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และผู้แทนฝ่ายต่างๆ ประชุมหารือคณะกรรมการคตร.เพื่อหารือกำหนดนโยบายการตรวจสอบโครงการต่างๆ เพื่อให้เกิดความโปร่งใส คุ้มค่า เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมอย่างแท้จริง โดยได้ 3 ข้อสรุปตรวจสอบ คือ

1.หากโครงการใดที่คตร.เข้าตรวจสอบแล้วพบว่ามีความเหมาะสมจะให้ส่วนราชการสามารถดำเนินการตามขั้นตอนได้ต่อไป

2.โครงการที่เข้าตรวจสอบแล้ว พบว่าต้องทบทวนเปลี่ยนแปลงจะให้ส่วนราชการได้แก้ไขให้เหมาะสมก่อนแล้วถึงจะดำเนินการ

3.โครงการที่ คตร. พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม จะให้ยกเลิกและหยุดดำเนินการ

พ.อ.วินธัย กล่าวอีกว่า สำหรับโครงการที่ คตร.จะเข้าดำเนินการตรวจสอบ ได้แก่ โครงการซึ่งเป็นแผนงานขนาดใหญ่ที่วงเงินเกิน 1,000 ล้านบาท ในขั้นต้นจะให้ฝ่ายต่างๆ พิจารณาตรวจสอบก่อนและแจ้งให้ คตร. ทราบเพื่อดำเนินการต่อไป นอกจากนี้จะเข้าตรวจสอบในโครงการซึ่งคตร. ได้พิจารณาจากเอกสารผลการรายงานจากฝ่ายต่างๆ เพื่อจัดชุดตรวจไปติดตาม และตรวจสอบแล้วจัดทำเป็นข้อเสนอหัวหน้า คสช. อย่างไรก็ตาม ในขั้นต้นที่ประชุมมีมติจะเข้าตรวจสอบโครงการ 8 โครงการ และ 1 หน่วยงาน จากทั้ง 28 โครงการที่อยู่ในข่ายจะเข้าตรวจสอบ