อุทธรณ์ยืนยกฟ้อง"จิรายุ"หมิ่น"เกียรติ"

  • วันที่ 23 พ.ค. 2557 เวลา 13:25 น.

อุทธรณ์ยืนยกฟ้อง"จิรายุ"หมิ่น"เกียรติ"

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนยกฟ้อง “จิรายุ” อดีตรองโฆษกเพื่อไทย  ไม่หมิ่น“เกียรติ สิทธีอมร”

ที่ห้องพิจารณา 911 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 23 พ.ค.57 เวลา 09.30 น. ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีหมายเลขดำ อ.313/2555 ที่นายเกียรติ สิทธีอมร อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อคณะทำงานด้านเศรษฐกิจพรรคประชาธิปัตย์ และประธานผู้แทนการค้าไทย เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ อดีต ส.ส กทม. และอดีตรองโฆษกพรรคเพื่อไทยเป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ 328

ตามฟ้องโจทก์เมื่อวันที่ 8 ก.พ.55 บรรยายพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 22-23 ม.ค.55 จำเลยได้นำภาพถ่าย น.ส.จริญญา หาญณรงค์ เจ้าของบ้านที่มีการจับกุมยาเสพติด ซึ่งถ่ายคู่กับโจทก์ลงหน้าปกนิตยสาร WHO ฉบับเดือน ก.ย.54 มาแถลงข่าว ณ ที่ทำการพรรคเพื่อไทย ซึ่งทำให้ผู้อื่นเข้าใจว่าโจทก์เกี่ยวข้องกับยาเสพติดที่จะต้องถูกตรวจสอบ ทำให้โจทก์เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง เหตุเกิดที่แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กทม.และทั่วราชอาณาจักร ขอให้ลงโทษตามกฎหมายและให้จำเลยโฆษณาคำพิพากษาและขอโทษโจทก์ในหนังสือพิมพ์ 7 วัน

โดยศาลชั้นต้น มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 18 ก.ค.56ให้ยกฟ้องจำเลย เนื่องจากเห็นว่า การแถลงข่าวของจำเลย ไม่ได้เป็นการยืนยันว่าตัวโจทก์เกี่ยวข้องกับยาเสพติด แต่กล่าวให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) เข้ามาตรวจสอบเส้นทางการเงินเจ้าของบ้านเช่าเมื่อบ้านดังกล่าวถูกตรวจค้นและพบว่ามียาเสพติดซุกซ่อนอยู่ พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมายังไม่เพียงพอ

ต่อมาโจทก์ ยื่นอุทธรณ์คดี ศาลอุทธรณ์ประชุมตรวจสำนวนปรึกษาหารือกันแล้ว เห็นว่า แม้การแถลงข่าวจำเลยไม่ได้กล่าวถึงชื่อ-สกุลโจทก์ โดยระบุเพียงนักการเมืองซีกฝ่ายค้าน แล้วนำภาพที่โจทก์ถ่ายคู่กับน.ส.จริญญา ในนิตยสาร WHO มาแสดงประกอบ ย่อมทำให้ผู้สื่อข่าวและประชาชนเข้าใจว่าหมายถึงตัวโจทก์ แต่เมื่อพิเคราะห์ถึงข้อความแถลงส่วนอื่นประกอบแล้ว เห็นว่าจำเลยได้กล่าวตั้งข้องสังเกตแสดงความสงสัย แต่ไม่ได้ยืนยันข้อเท็จจริงว่าโจทก์เป็นเจ้าของบ้านเช่า หรือผู้ให้เช่าบ้านที่มียาเสพติด ซุกซ่อน โดยจำเลยแถลงขอให้มีการตรวจสอบเส้นทางการเงินของเจ้าของบ้าน ขณะที่ไม่ปรากฎว่า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวได้เรียกให้โจทก์ หรือ นางจริญญา เข้าไปตรวจสอบการกระทำของจำเลยจึงเป็นการแสดงความคิดเห็น ไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท ฯ ที่ศาลชั้นต้น พิพากษายกฟ้องมานั้น ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วย พิพากษายืน

ภายหลังฟังคำพิพากษานายจิรายุ จำเลย ซึ่งเดินทางมาศาลพร้อมทนายความ ก็ได้เดินทางกลับทันทีด้วยสีหน้าท่าทียิ้มแย้ม ขณะที่ทนายความของนายเกียรติ กล่าวว่า เมื่อศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องแล้ว ตามกฎหมายคดีที่กำหนดบทลงโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีนั้น ต้องห้ามฎีกาในประเด็นข้อเท็จจริง เว้นแต่จะต้องขออนุญาตฎีกา ดังนั้นไม่ทราบว่าโจทก์ ยังจะดำเนินการดังกล่าวหรือไม่

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ