แดงคุกคามสื่อล็อคคอแย่งสมุดจดข่าว

  • วันที่ 18 พ.ค. 2553 เวลา 19:10 น.

เสื้อแดงคลองเตยคุกคามนักข่าวโพสต์ทูเดย์ เข้าล็อคคอแย่งสมุดจดข่าว ขู่ไม่ให้ออกจากม็อบ    

เมื่อเวลาประมาณ 17.30 น. ณ พื้นที่ชุมนุมบริเวณปากซอยงามดูพลี ถนนพระราม 4 ขณะที่ผู้เข้าร่วมชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดงจำนวนกว่า 100 คน กำลังลำเลียงประทัดยักษ์ พลุตะไล และระเบิดเพลิง เพื่อนำมาขว้างปาใส่แนวตั้งรับของทหารที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 500 เมตรกันอย่างดุเดือดและต่อเนื่องมาตลอดทั้งวัน

ขณะเดียวกัน นายอินทรชัย พาณิชกุล ผู้สื่อข่าวภาคสนามของนสพ.โพสต์ทูเดย์ กำลังปฏิบัติหน้าที่รายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้นภายในพื้นที่ ระหว่างนั้นก็ได้มีผู้เข้าร่วมชุมนุมคนหนึ่งในกลุ่มคนเสื้อแดงเดินเข้ามาเลียบๆเคียงๆขอดูสมุดจดข่าวที่ผู้สื่อข่าวกำลังจดรายละเอียดข้อเท็จจริง ซึ่งนายอินทรชัยได้ตอบปฏิเสธไปอย่างสุภาพ แต่ชายคนนั้นกลับทำท่าไม่พอใจ พร้อมทั้งยังกล่าวหาผู้สื่อข่าวว่ากำลังเขียนข่าวที่ไม่เป็นความจริง ส่งผลทำให้ผู้ชุมนุมหลายสิบคนกรูเข้ามาล้อมกรอบด้วยสีหน้าท่าทางกราดเกรี้ยว พร้อมจะกระทำความรุนแรงได้ทุกเมื่อ

"ชายคนนั้นเอ่ยขอสมุดจดข่าวผมดู ผมก็ไม่รู้ว่าเขาเป็นใครมาจากไหน แถมยังแสดงน้ำเสียงข่มขู่คุกคาม ผมจึงตอบปฏิเสธไปว่าไม่ได้ นี่งานของผม และผมกำลังทำงานอยู่ ให้รอดูหนังสือพิมพ์ในวันรุ่งขึ้นแทนจะดีกว่า แต่เขากลับเอามือมาล็อคคอผมแล้วตะโกนเสียงดังว่าเฮ้ย พวกเรา มาดูน้องคนนี้หน่อยเร็ว มันจดอะไรไม่รู้ มันไม่ยอมให้พวกเราดู ผู้ชุมนุมหลายสิบคนที่ได้ยินต่างหยุดการกระทำทุกอย่าง แล้วพากันกรูเข้ามาล้อมผมด้วยท่าทีไม่พอใจ"

"ขณะนั้นเอง ก็มีชายฉกรรจ์คนหนึ่งใส่แจ็คเก็ตสีดำ กางเกงขายาวสีดำ ปรี่เข้ามาชี้หน้าผมพร้อมกับด่าว่าพวกมึงหัดเขียนความจริงกันบ้างได้ไหม วันก่อนพวกมึงเขียนข่าวว่าพวกกูช่วยกันเข็นรถน้ำมันจะเอามาเผากลางถนน มึงคิดว่ากูกล้าเหรอ ทหารมันดักรอยิงกูอยู่ มึงไม่เห็นเหรอ แล้วเขาก็ถามว่าแล้วมึงกล้าไหม พร้อมกระชากแขนผมอย่างแรง พยายามจะดึงผมไปกลางถนนตรงหลังแนวบังเกอร์ยางรถยนต์ เพื่อให้ผมเห็นทหารชัดๆแต่ผมขัดขืน

จากนั้นก็มีคนเข้ามาช่วยห้ามปราม แต่ก็นำสมุดจดข่าวผมไปอ่านดูทีละหน้าจนเป็นที่พอใจก็คืนสมุดให้ผม พร้อมกำชับว่าห้ามกลับออกไปไหน ให้ทำข่าวต่อ ไม่มีแม้แต่คำขอโทษและท่าทางสำนึกผิด แต่ก็มีผู้เข้าร่วมชุมนุมคนหนึ่งได้เจรจากับคนอื่นๆขออาสาพาผมออกนอกพื้นที่อย่างปลอดภัย"

นายอินทรชัย กล่าวต่อว่าช่วงเวลาที่เกิดเหตุขึ้นนั้น ไม่มีผู้สื่อข่าวชาวไทยอยู่เลยแม้แต่คนเดียว มีเพียงช่างภาพชาวต่างชาติสองสามคนซึ่งกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่อีกมุมหนึ่งของพื้นที่ โดยไม่สามารถมองเห็นเหตุการณ์ได้อย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่าตลอดเวลาที่กำลังปฏิบัติหน้าที่รายงานข่าวอยู่นั้น กลุ่มผู้ร่วมชุมนุมคนเสื้อแดงพยายามเรียกให้ผู้สื่อข่าวทุกคนที่อยู่ในบริเวณดังกล่าวเข้าไปถ่ายภาพและทำข่าวในบางแง่มุมที่พวกเขาต้องการ ด้วยท่าทีคุกคาม ถึงขั้นเข้ามาจูงมือผู้สื่อข่าวเข้าไปยังหลังบังเกอร์เขตที่อันตรายและมีความรุนแรงมาก ให้ไปถ่ายภาพแนวตั้งรับของทหาร สร้างความอึดอัดใจให้แก่บรรดาผู้สื่อข่าวที่อยู่ในเหตุการณ์นั้นเป็นอย่างมาก

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ