ป.ป.ช.ซัดรมต.สั่งกวป.กดดันองค์กรอิสระ

วันที่ 04 มี.ค. 2557 เวลา 11:50 น.
ป.ป.ช.ซัดรมต.สั่งกวป.กดดันองค์กรอิสระ
ป.ป.ช. แจง ยิ่งลักษณ์รับทราบข้อหาจำนำข้าวแล้ว ให้ชี้แจงภายใน 14 มีค. ซัด รมต.-คนในรัฐบาลสั่งการ กวป.กดดันองค์กรอิสระเตรียมดำเนินการตามกฎหมาย

เมื่อวันที่ 4 มี.ค. สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่เอกสารชี้แจงกรณี การแจ้งข้อกล่าวหา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ทุจริตดครงการรับจำนำข้าว และ การที่กลุ่มสื่อวิทยุประชาชนเพื่อประชาชน (กวป.) เคลื่อนขบวนมาปิดล้อม ป.ป.ช. โดยมีรายละเอียดดังนี้ 

สืบเนื่องจากตามที่ประธานวุฒิสภา ให้ส่งคำร้องขอให้วุฒิสภาถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี กล่าวหาว่า ผู้ถูกกล่าวหามีพฤติการณ์ส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายและกรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีเหตุควรสงสัยว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ปล่อยให้มีการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวและการระบายข้าว โดยเพิกเฉยไม่ระงับยับยั้งความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ทางราชการตามอำนาจหน้าที่นั้น

คณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะองค์คณะไต่สวนได้มีมติเป็นเอกฉันท์เมื่อวันที่ 18 ก.พ. ให้มีหนังสือเรียก น.ส.ยิ่งลักษณ์ มาพบและแจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบตามระเบียบไต่สวนการทุจริตเกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าว ในวันที่ 27 ก.พ. เวลา 14.00 น. ปรากฏว่า กลุ่มสื่อวิทยุประชาชนเพื่อประชาชน (กวป.) นำโดย นายชาญ ไชยยะ รองประธาน กวป. นายสมศักดิ์ ล้อเพชรรุ่งเรือง เลขาธิการ กวป. นายศรรักษ์ มาลัยทอง โฆษก กวป. พร้อมมวลชนประมาณ 200 คน รวมตัวกันปิดล้อมสำนักงาน ป.ป.ช. โดยใช้โซ่คล้องพร้อมล็อกกุญแจห้ามรถและเจ้าหน้าที่เข้า-ออกเด็ดขาด มีการเตรียมการเทปูนกีดขวางประตู และปีนรั้วเข้ามาภายในสำนักงาน ป.ป.ช. อันถือว่าเป็นความผิดฐานบุกรุก และปิดถนนการจราจรฝั่งด้านหน้าสำนักงาน ป.ป.ช. ช่องทางขาออกมุ่งหน้าถนนติวานนท์ พร้อมตั้งเวทีปราศรัยโดยมีการปักหลักค้างคืน ตั้งแต่วันที่ 26 ก.พ. ถึงวันที่ 1 มี.ค. เพื่อให้สำนักงาน ป.ป.ช. ยุติการไต่สวนคดีทุจริตการรับจำนำข้าวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และปราศรัยว่าการพิจารณาคดีของคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีสองมาตรฐานเมื่อเปรียบเทียบกับการไต่สวนโครงการระบายข้าวสมัยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี

ทั้งนี้ สำนักงาน ป.ป.ช. ขอชี้แจงข้อมูลจากเหตุการณ์ดังกล่าวใน 2 ประเด็นคือ

1. รักษาการนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ทนายความมารับทราบข้อกล่าวหาเกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าว

ตามที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ มอบหมายให้ทนายความมารับทราบข้อกล่าวหา และยินดีให้ความร่วมมือโดย สำนักงาน ป.ป.ช. ได้แจ้งข้อกล่าวหากับทางทนายความเรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 27 ก.พ. เวลา 14.00 น. ณ เทศบาลนครนนทบุรี และให้นำข้อกล่าวหาไปมอบให้รักษาการนายกรัฐมนตรี ต่อไป ซึ่งในคดีการถอดถอนและคดีอาญาดังกล่าวมีขั้นตอนชัดเจน และให้สิทธิขั้นพื้นฐานที่จะให้ผู้ถูกกล่าวหาที่มารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว สามารถชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาได้ภายใน 15 วัน ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 14 มี.ค. 

ในการชี้แจงข้อกล่าวหาดังกล่าวก็ทำได้ทั้งการเดินทางมาด้วยตัวเองก็จะเป็นประโยชน์ในการแถลงชี้แจงเพิ่มเติมได้อีก หรือจะส่งคำชี้แจงเป็นหนังสือลายลักษณ์อักษรก็สามารถทำได้ ตามขั้นตอนของกฎหมาย หลังจากยื่นพยานหลักฐานมาเรียบร้อยแล้ว สำนักงาน ป.ป.ช. จะพิจารณาว่าจะไต่สวนพยานเพิ่มเติมอะไรหรือไม่ เพื่อลงมติชี้มูลต่อไป ขอเรียนว่า สำนักงาน ป.ป.ช.ทำงานอย่างตรงไปตรงมา ไม่เคยมีอคติในการทำงาน และไม่มีธงในการทำงานแต่อย่างใด

2. กรณีผู้ชุมนุมกลุ่มสื่อวิทยุประชาชนเพื่อประชาชน (กวป.) ปิดล้อมสำนักงาน ป.ป.ช.

2.1 ตามที่แกนนำกลุ่มสื่อวิทยุประชาชนเพื่อประชาชน (กวป.) ที่นำมวลชนมาชุมนุมปิดล้อมสำนักงาน ป.ป.ช. และปักหลักชุมนุมค้างคืน พร้อมทั้งตั้งเวทีบนถนนบริเวณด้านหน้าสำนักงาน ป.ป.ช. ตั้งแต่วันที่ 26 ก.พ. – 1 มี.ค. และได้มีการกระทำที่เป็นการละเมิดต่อกฎหมายชัดเจน เช่น กรณีใช้โซ่ล่ามและล็อกกุญแจประตู เตรียมเทปูนกีดขวางประตู หรือปีนรั้วเข้ามาภายในสำนักงานถือว่าเป็นความผิดฐานบุกรุก ซึ่งเป็นเรื่องการข่มขู่ไม่ให้สำนักงาน ป.ป.ช.ทำงาน ถือเป็นความผิดตามกฎหมาย แต่ก็มีการเจรจากับทางผู้ชุมนุมอยู่ตลอดเวลา และทางสำนักงาน ป.ป.ช.กำลังเก็บรวบรวมหลักฐานเพื่อที่จะแจ้งความดำเนินคดีต่อไป

ทั้งนี้ สำนักงาน ป.ป.ช. ได้เคยแจ้งความไปแล้วจนเมื่อวันที่ 20 ก.พ. ศาลได้มีการออกหมายจับ 5 แกนนำ ที่บุกรุกเข้ามาในบริเวณสำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อให้ยุติการไต่สวนคดีทุจริตรับจำนำข้าวโดยการปีนรั้วด้านหน้าของสำนักงาน ป.ป.ช. และมีการใช้ค้อนทุบทำลายกุญแจและโซ่ที่ล็อกประตูรั้วด้านหน้าสำนักงาน ป.ป.ช. เมื่อวันที่ 17 ก.พ.ได้แก่

1. นายศรรักษ์ มาลัยทองหรือนายมาลัยรักษ์ ทองชัย2. นายผัน โพธิ์ทอง3. นายวรัญชัย โชคชนะ4. นายกองพล นาวา5. นายชาญ ไชยยะ

อย่างไรก็ตาม สำหรับการชุมนุมในครั้งนี้ก็ได้มีการละเมิดต่อกฎหมายชัดเจนอีกเช่นเดิม ขณะนี้สำนักงาน ป.ป.ช. กำลังเก็บรวบรวมหลักฐานเพื่อที่จะแจ้งความดำเนินคดีต่อไป

2.2 สำนักงาน ป.ป.ช. กำลังพิจารณาว่าการปิดล้อมสำนักงาน ป.ป.ช. เป็นการทำตามคำสั่งของรัฐมนตรีหรือผู้มีอำนาจในรัฐบาลหรือไม่ เพราะมีหลักฐานเป็นคลิปการปราศรัยที่จังหวัดนครราชสีมาเมื่อวันที่ 23 ก.พ.  ที่มีรัฐมนตรีและคนในรัฐบาลสั่งการในลักษณะให้มีการเคลื่อนไหวกดดันองค์กรอิสระ และศาล ซึ่งสำนักงาน ป.ป.ช. จะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้สั่งการ ข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญที่ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต มาตรา 123/1ดังนั้น หากมีพยานหลักฐานเกี่ยวข้องถึงผู้ใดก็จะสอบขยายผลต่อไป

2.3 วันที่ 28 ก.พ. ผู้ชุมนุมของกลุ่ม กวป. และ นปช. นนทบุรี ที่ปิดล้อมมาปิดล้อม สำนักงาน ป.ป.ช. ให้หญิงประมาณ 5 คน ปีนรั้วเข้าไปในเขตสำนักงาน ป.ป.ช. เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไว้ 2 คน คือ นางเอสีห์ เอี่ยมภัทรนนท์ และ นางเพ็ญศรี เจริญเณรรักษา พร้อมทั้งแจ้งความดำเนินคดีที่ สภ.ลาดโตนด จังหวัดนนทบุรี ซึ่งต่อมาแกนนำมาประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน

2.4 จากการประชุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เมื่อวันที่ 23 ก.พ. ณ เวทีที่อาคารลิปตพัลลภฮอลล์ สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จังหวัดนครราชสีมา ภายใต้ชื่อ นปช. ลั่นกลองรบ ซึ่งมีแกนนำคือ นายรัตน์ ภู่กลาง จากจังหวัดตรัง ขึ้นเวทีปราศรัย โดยกล่าวพาดพิงถึงการทำงานและข่มขู่คณะกรรมการ ป.ป.ช.

ทั้งนี้ สำนักงาน ป.ป.ช. ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช. เข้าไปดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษแก่บุคคลดังกล่าวกับกองบังคับการปราบปรามแล้วเมื่อวันที่ 3 ก.พ. เพื่อให้ดำเนินการตามกฎหมายกับแกนนำ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 139 ที่บัญญัติว่า ผู้ใดข่มขืนใจเจ้าพนักงานให้ปฏิบัติการอันไม่ชอบด้วยหน้าที่ หรือให้ละเว้นการปฏิบัติการตามหน้าที่ โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย ย่อมมีความผิดและถูกลงโทษจำคุกไม่เกินสี่ปี หรือปรับไม่เกินแปดพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ