กปปส.อัดเพื่อไทยอยู่เบื้องหลังแนวคิดแยกดินแดน

วันที่ 03 มี.ค. 2557 เวลา 15:57 น.
กปปส.อัดเพื่อไทยอยู่เบื้องหลังแนวคิดแยกดินแดน
กปปส.ชี้เพื่อไทยปัดไม่มีเอี่ยวแนวคิดแบ่งแยกดินแดนไม่ได้ ชี้ที่ผ่านมามีกระบวนการปลูกฝัง-ปราศรัยชัดเจน

เมื่อวันที่ 3 มี.ค. นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส. แถลงว่า กปปส.ขอต่อต้านขบวนการแบ่งแยกประเทศไทย และสนับสนุนการดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายของทหาร และขอให้กำลังใจพล.ท.ปรีชา จันทรโอชา แม่ทัพภาคที่3 ที่จะดำเนินการกับกลุ่ม สปป.ล้านนา ฐานกบฏ

ส่วนกรณีที่แกนนำพรรคเพื่อไทยออกมาปฏิเสธการแบ่งแยกดินแดนนั้น ถือว่าปฏิเสธไม่ได้ ว่าไม่เกี่ยวข้องเพราะที่ผ่านมาเห็นชัดเจนว่าขบวนการไม่ได้เกิดขึ้นอย่างปกติ แต่มีกระบวนการปลูกฝัง ทั้งที่รัฐบาลและหน่วยราชการได้รับรายงาน แต่กลับเพิกเฉิย ชี้ให้เห็นว่าคนของรัฐบาลอยู่เบื้องหลังกระบวนการแบ่งแยกดินแดน เช่น โรงเรียน นปช. สถาปนารัฐไทยใหม่ การเคลื่อนไหวภายใต้แก้ว3ประการ

นอกจากนี้ยังมีหลักฐานเรื่องการปราศรัยของแกนนำพรรคเพื่อไทยทั้ง นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่มนปช. รวมทั้งมีการติดป้ายข้ความแสดงท่าทีสนับสนุนการแบ่งแยกดินแดนที่ชัดเจน

"สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นความพยายามของรัฐบาล พวกของรัฐบาลที่ต้องการรวบอำนาจ วันนี้มีคนไทยหลายคนตื่นรู้ ทำให้รู้ว่าไม่มีทางสำเร็จ จึงเดินหน้าแบ่งแยกประเทศเพื่อรวบอำนาจอย่างเบ็ดแสร็จในส่วนหนุ่งของประเทศ ที่ชัดที่สุดกระบวนการแบ่งแยกไม่ได้เกิดโดยบังเอิญ แต่มีคนของรัฐบาลคอยอยู่เบื้องหลัง มีกระบวนการสนับสนุนการแบ่งแยกดินแดน โดยเอาประชาธิปไตยบังหน้า"นายเอกนัฏกล่าว

ทั้งนี้ขอเรียกร้อง เจ้าหน้าที่ตำรวจ พลเรือน และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ออกมาร่วมกันจัดการการแบ่งแยกดินแดน วันนี้ กปปส. จะพิสูจน์ให้คนไทยเห็นว่าแนวทางแก้ปัญหาที่ถูกต้อง คือ การปฏิรูปประเทศไทยให้เป็น ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ ไม่ใช่การแบ่งแยกประเทศไทย

ขณะที่ประเด็นการเจรจานั้น นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. ไม่ได้เสนอให้มีการเจรจาเป็นคนแรก แต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และรัฐบาล เป็นผู้เสนอและกดดันให้มีการเจรจา และ ท่าทีของนายสุเทพได้รับเสียงสนับสนุนจากประชาชน โดยเห็นจากสวนดุสิตโพล 92% คนเห็นด้วยและสนับสุนให้เจรจาอย่างเปิดเผย ชี้ให้เห็นว่าประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับแนวทางการเจรจาอย่างเปิดเผย

ทั้งนี้ยืนยันว่า กปปส.ไม่เห็นด้วยกับการที่รัฐบาลจะเชิญ เลขาธิการสหประชาชนมาเป็นคนกลางในการเจรจา และขอเรียกร้องให้องค์กรระหว่างประเทศเข้ามาจับตาการทำหน้าที่รัฐบาลเพื่อไมให้ละเมิดสิทธิมนุษยชน แต่ไม่ควรเข้ามาแทรกแซงการเมืองภายในประเทศ