สุรพงษ์ป้องแดงยันไม่มีแนวคิดแยกประเทศ

วันที่ 03 มี.ค. 2557 เวลา 11:21 น.
สุรพงษ์ป้องแดงยันไม่มีแนวคิดแยกประเทศ
สุรพงษ์ป้องเสื้อแดง ยืนยันไม่มีแนวคิดแบ่งแยกประเทศ วอนผบ.ทบ.ให้ความเป็นธรรม อ้างคนบางกลุ่มอึดอัดกับการเมืองสองมาตรฐาน

เมื่อวันที่ 3 มี.ค.เวลา 09.30 น.นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รักษาการรองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศ ในฐานะประธานที่ปรึกษาศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) เปิดเผยว่าอยากเรียกร้องให้ทางฝ่ายความมั่นคงโดยเฉพาะกองทัพบก พล.อ.ประยุทธ์ จันโอชา ผบ.ทบ. ที่ดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่ม สปป.ลานนา กระทำความผิด ตามประมวลกฏหมายอาญา 113 ทางกองทัพ ต้องวางตัวเป็นกลาง เห็นใจและเข้าใจประชาชนบางกลุ่มที่รู้สึกอึดอัดกับกระบวนการยุติธรรมและทางการเมืองที่สองมาตรฐาน ที่เกิดขึ้นในขณะนี้

ทั้งนี้ โดยเฉพาะพฤติกรรมนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ที่ออกมาสร้างความวุ่นวายทางการเมืองและไม่ได้เรียกร้องหรือต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ในขณะที่กลุ่มคนเสื้อแดงที่จังหวัดพะเยา หรือเชียงใหม่ เป็นกลุ่มคนที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยมาโดยตลอด จึงทำให้ประชาชนบางกลุ่มรู้สึกอึดอัดเพราะคนเสื้อแดงต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ในขณะที่กลุ่ม กปปส.พยายามเรียกร้องนอกระบอบประชาธิปไตยด้วยการจัดตั้งสภาประชาชน จึงทำให้เกิดความรู้สึกอึดอัด ดังนั้นทั้งกองทัพและเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

"ผมยืนยันว่าคนภาคเหนือไม่ได้ปลุกกระแสแย่งแยกดินแดน หรือสร้างความแตกแยกในสังคม แต่เกิดความรู้สึกว่ากระบวนการยุติธรรมสองมาตรฐานโดยเฉพาะคำสั่งศาลแพ่งเกี่ยวกับการออกข้อห้ามพระราชกำหนดประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินฯของรัฐบาล"นายสุรพงษ์กล่าว

นายสุรพงษ์ กล่าวยืนยันว่าในการเจรจาหาทางออกของความขัดแย้งเห็นว่าควรให้นายบัน คีมูน เลขาธิการสหประชาชาติ(ยูเอ็น) เข้ามาเป็นคนกลาง เพราะมีประสบการณ์ในต่างประเทศ ที่สำคัญต้องการยุติความขัดแย้งก่อนที่จะเป็นปัญหาบานปลายไปมากกว่านี้ และต้องการฟื้นความเชื่อมั่นประเทศไทยต่อสังคมโลกด้วย จึงพยายามจะจัดเวทีเพื่อรับฟังความคิดเห็นระหว่างกัน ซึ่งขณะนี้กำลังรอคำตอบจากเลขาฯยูเอ็นจะเดินทางมายังประเทศไทยได้เมื่อไรและอย่างไร  

ด้าน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะผอ.ศรส. กล่าวชื่นชมพล.อ.ประยุทธ์ ที่ยึดหลักกฎหมายในการแจ้งความดำเนินคดีต่อกลุ่ม สปป.ลานนา ถือเป็นการกระทำที่ยึดหลักนิติรัฐนิติธรรม ไม่ใช่วิธีการอื่นที่นอกระบบ อยู่ในกรอบกติกาบ้านเมือง ซึ่งหลังจากนี้ไปทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการสืบสวนสอบสวนตามกระบวนการยุติธรรม และเห็นว่าทาง ศรส.ไม่ได้มีส่วนหรืออำนาจเข้าไปเกี่ยวข้องเพราะนอกเขตประกาศ พรก.ฉุกเฉินฯ

ทั้งนี้อยากเรียกร้องให้นายวิชา มหาคุณ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ปปช.) ที่แสดงบทบาทเกินหน้าที่ในตำแหน่งต่อสาธารณะเนื่องจากทราบว่าพี่ชายนายวิชา สังกัดสส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ดังนั้นจึงทำให้คดีความต่างๆที่ทางพรรคเพื่อไทย ร้องเรียนเพื่อดำเนินการเอาผิดนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ปชป.ล่าช้าหรือไม่ดำเนินการใดๆเลย และเชื่อว่าการเคลื่อนไหวของ กลุ่ม กปปส.ยังคงรุนแรงอยู่เพราะ กปปส.มีเป้าหมายต้องการล้ม นส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ออกจากตำแหน่ง ส่วนจะยกเลิกหรือนำ พรบ.ความมั่นคงฯ กลับมาใช้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของนายกรัฐมนตรี