ศอ.รส.เตือนคนร่วมชุมนุมห้ามพกอาวุธ

  • วันที่ 16 ม.ค. 2557 เวลา 14:40 น.

ศอ.รส.เตือนคนร่วมชุมนุมห้ามพกอาวุธ

ศอ.รส. แถลงเตือนประชาชนร่วมชุมนุม หากพกพาอาวุธในเขต พ.ร.บ.ความมั่นคง รับโทษหนักขึ้น ด้านโรงพยาบาลตำรวจ ตั้งจุดให้บริการผู้ชุมนุม

เมื่อวันที่ 16 ม.ค. พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษก ศอ.รส. แถลงสรุปสถานการณ์การปราบรามการชุมนุมและการจราจรว่า มีการรายงานจำนวนผู้ชุมนุมที่มีจำนวนลดลงจากวันที่ 13 ม.ค. และมีการลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังมีการจับกุมผู้กระทำความผิดได้ตลอด ทั้งผู้ที่มีการพกอาวุธปืน มีการสร้างสถานการณ์การปาระเบิด ในการปรับแผนการดำเนินงาน ผอ.ศอ.รส. ได้มีการสั่งการให้เร่งพิสูจน์ทราบในประเด็น 1.การทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2.ปรับวิธีการหาข่าวต่างๆ

ในวันนี้ เวลา 15.00 น. ผบ.ตร.และรอง ผบ.ตร. จะมีการเรียกหัวหน้าชุดหรือสายตรวจในจุดที่มีการปฏิบัติงานร่วมฯ ในพื้นที่การชุมนุม เพื่อมอบขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่

พล.ต.ต.ปิยะกล่าวอีกว่า ในส่วนของการเร่งรัดดำเนินคดีให้พนักงานสอบสวนพิสูจน์ทราบเหตุในประเด็นเหตุการณ์ปาระเบิดบ้านอดีตนายกอภิสิทธิ์ฯ และประเด็นเหตุการณ์ปาระเบิดที่สะพานหัวช้าง โดยทางตำรวจขอยืนยันในการดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับทั้งผู้ชุมนุมเอง และประชาชนทั่วไป

ทาง ศอ.รส.ได้รับการประสานข้อมูลจากทางทหารที่ดูแลบริเวณโดยรอบทำเนียบรัฐบาลว่ามีเหตุก่อกวนเฉพาะในช่วงเวลา 22.00-05.00 น. โดยมีเมื่อคืนได้มีเสียงคล้ายระเบิดหรือประทัดยักษ์ดังขึ้นจำนวน 8 ครั้ง โดยเฉลี่ยชั่วโมงละ 1 ครั้ง สำหรับในวันนี้ฝ่ายยุทธการได้มีการรายงานในส่วนของการจับกุมในคดีต่างๆ ที่สำคัญ

1.จับกุมผู้ต้องสงสัยโดยให้การว่าการ์ด กปปส. พร้อมอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน บริเวณหน้าสำนักงานเครื่องจักร ถนนแจ้งวัฒนะ ท้องที่ สภ.ปากเกร็ด นนทบุรี เมื่อเวลาประมาณ 01.56 น. โดยจับกุมนายสุนทรรัตน์ฯ และนายธนาธิปฯ ซึ่งจับกุมได้ ณ จุดตรวจ ว 43 ทั้งสองได้ขับรถผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจค้นพบอาวุธปืน จำนวน 2 กระบอก 

2. บริเวณตึกไทย ถนนราชวิถี มีการตรวจค้นบุคคลดังกล่าวได้อ้างว่าชื่อ พ.ต.ณัฐพล ฯ โดยมีการพกพาอาวุธปืน ซึ่งขณะนี้กำลังรอพิสูจน์ทราบ

3. บริเวณหน้าอาคาร TOT ถนนกรุงเกษมตรงข้ามวัดโสมนัสฯ เขตป้อมปรามฯ ได้จับกุมชาย 3 คน พกพาอาวุธปืน วิทยุสื่อสาร และมีดพับ

4.การจับกุมยาเสพติดรายวัน ที่ท้องที่ สน.มีนบุรี ได้ตรวจพบนายนครินทร์ฯ และได้มีการตรวจยึดใบกระท่อมจำนวน 20 ใบ โดยรับว่าจะนำมาเสพก่อนเข้าพื้นที่การชุมนุม

5. เหตุเพลิงไหม้รถโดยสารที่นำผู้ชุมนุมฯมา โดยจากคำให้การของนายสมศักดิ์ฯ ซึ่งเป็นผู้ดูแลรถ ว่าเมื่อเช้าประมาณ 01.00 น. ได้มีเพลิงไหม้มาจากบริเวณล้อรถหลังด้านซ้าย

ส่วนเหตุคนร้ายลอบขว้างระเบิดปิงปอง ใส่บ้านพักย่านหลักสี่ของ นายอิสสระ สมชัย แกนนำกลุ่ม กปปส.เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา ตำรวจสน.ทุ่งสองห้อง และกองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบแล้ว เบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ โดยตำรวจอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆในที่เกิดเหตุ

นอกจากนี้ ศอ.รส.ยังได้รับรายงานว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา ด่านตรวจความมั่นคง สามารถจับกุมผู้ต้องหาพร้อมอาวุธปืน/เครื่องกระสุนได้อีกหลายคดี ในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร ซึ่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้แสดงความเป็นห่วงและแจ้งเตือนประชาชน เรื่องการพกพาอาวุธ จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย และหากเป็นการพกพาอาวุธเข้าไปในพื้นที่ประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคง อัตราโทษจะสูงขึ้นด้วย

สำหรับในการชุมนุมเมื่อวานนี้ก็จะมีในพื้นที่ กทม. และคู่ขนานทั่วประเทศ 18 จังหวัด ประกอบด้วยภาคเหนือ 5 จังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 4 จังหวัด และภาคใต้ 9 จังหวัด สำหรับในพื้นที่การชุมนุมใน กทม. ก็ยังคงมี 9 จุด เช่นเดิม

ขณะที่การดูแลเรื่องการแพทย์ ทางโรงพยาบาลตำรวจ ได้มีการให้บริการด้านการแพทย์ตามจุดการชุมนุมต่างๆ และได้รับความร่วมมือจากศูนย์เอราวัณ โดยจะมีการให้บริการตั้งแต่ เวลา 08.00-16.00 น. ซึ่งจากการรายงานจำนวนผู้มาใช้บริการของโรงพยาบาลตำรวจนั้นในช่วงการชุมนุมลดลงถึง 50 % หากผู้มารับบริการท่านใดประสงค์จะขอเลื่อนนัดฯ หรือมีเหตุอันใดก็ให้โทรศัพท์มาที่หมายเลข 0-2207-6000

ทั้งนี้โรงพยาบาลตำรวจได้เตรียมแผนฉุกเฉินสำหรับการรองรับผู้ป่วยจำนวน 150 เตียง ในจำนวนนี้เป็นเตียงผู้ป่วยหนักจำนวน 4 เตียง และในส่วนของเวชภัณฑ์ยามีการสำรองใช้ได้ถึง 2 เดือน และการสำรองระบบสาธารณูปโภคได้ถึง 2 สัปดาห์และขอประชาสัมพันธ์ให้ผู้ที่จะมารับยานั้น สามารถมารับได้เลย เพราะทางโรงพยาบาลมีการเตรียมยาไว้ให้อย่างเพียงพอ

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ