มาร์คอัดนิรโทษใช้ประชาชนบังหน้าล้างผิดทุจริต

วันที่ 01 พ.ย. 2556 เวลา 22:37 น.
มาร์คอัดนิรโทษใช้ประชาชนบังหน้าล้างผิดทุจริต
"อภิสิทธิ์"ปราศรัยเวทีสามเสน ซัดกฎหมายนิรโทษใช้ประชาชนบังหน้าล้างผิดคดี"ทักษิณ"หวังครองอำนาจ ย้ำขอเดินหน้าสู้ในสภาต่อไป

เมื่อช่วงค่ำวันที่ 1 พ.ย. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้ปราศรัยบนเวทีการชุมนุมต่อต้านพ.ร.บ.นิรโทษกรรมบริเวณสถานีรถไฟสามเสน โดยระบุว่า ขอเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมเป็นผู้ที่ต่อต้านกฎหมายนิรโทษกรรม และพร้อมที่จะต่อสู้เพื่อความถูกต้อง รวมถึงขอเป็นกำลังใจให้กับทุกกลุ่มที่ออกมาต่อสู้เพื่อความถูกต้อง อาทิ เครือข่ายต่อต้านคอรัปชั่นและนักธุรกิจ คปท. กปท. เครือข่ายอาชีวะ คณะแพทย์ และสื่อมวลชนที่เสนอความจริง รวมถึงประชาชนทุกคนที่กล้าแสดงออก

"ไม่มีประเทศใดที่ปล่อยให้การฆ่าคนเป็นเพียงการแสดงออกทางการเมือง เนื่องจากขัดกับหลักสิทธิมนุษยชน และกฎหมายนิรโทษกรรมในครั้งนี้ เป็นการเอาประชาชนมาบังหน้าและต้องการช่วยเหลือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จากคดีฉ้อโกงและยึดทรัพย์ จึงพยายามนำกฎหมายแบบเหมาเข่งเข้าสภาเพื่อยึดครองอำนาจ"นายอภิสิทธิ์กล่าว

นายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมามีคนบางกลุ่มมาคอยกดดันให้ยอมรับการนิรโทษกรรม แต่ก็ได้ปฏิเสธ เพราะวันนี้ส่วนตัวพร้อมพิสูจน์ความจริง พร้อมจะสู้ พร้อมถูกประหารและติดคุกหากศาลมีการตัดสินเพื่อรักษาบ้านเมือง ไม่ยอมหนีไปต่างประเทศ

"แม้จะมีการอ้างว่ากฎหมายฉบับนี้เป็นการช่วยเหลือผมและคุณสุเทพ (เทือกสุบรรณ) แต่ผมต้องการให้ไปสู้ในชั้นศาลและไม่ยอมที่จะลงคะแนนเห็นด้วยกับกฎหมายนิรโทษกรรม แต่ส.ส.พรรคเพื่อไทยกลับมีการลงคะแนนเห็นด้วยกับการนิรโทษกรรมแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลจะช่วยเหลือคนผิดที่ฆ่าประชาชน ทั้งที่ ควรเอาเวลามาแก้ปัญหาให้ประชาชน เพราะการนิรโทษกรรมให้คนผิดทำให้ประเทศล้าหลัง ทั้งที่ประเทศควรเดินหน้าได้แล้ว"นายอภิสิทธิ์กล่าว

นายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า ในชั้นกรรมาธิการได้มีความพยายามแปรญัตติกฎหมายนิรโทษกรรมโดยการเพิ่มเนื้อหาให้นิรโทษกรรมถึงผู้ที่ทุจริตได้ และความผิดทางอาญา ซึ่งเรื่องดังกล่าวถือเป็นการประกาศว่าประเทศไทยสามารถฆ่าคนได้ ทุจริตได้เพราะเมื่อได้อำนาจก็สามารถออกกฎหมายล้างผิดได้

ทั้งนี้ฝ่ายค้านมีความตั้งใจที่จะสู้ในเวทีสภา แต่ปรากฎว่า ส.ส.ที่มีสิทธิ์แปรญัตติหรือขอเสนอแก้ไขกฎหมายได้โดยที่ต้องไม่ขัดหลักการ ย่อมมีสิทธิอภิปรายในที่ประชุมสภา แต่ประธานรัฐสภากลับมีการนัดหมาย 24-25 พ.ย.ทั้งที่ไม่มีการประชุมสภา จึงมีผู้มาแปรญัตติได้เพียงส่วนหนึ่งและมีการขอลงมติรวมถึงรับรองรายงานดังกล่าวทันที พร้อมกับนำเข้าที่ประชุมสภาเพื่อลงมติในวาระ 2,3 โดยให้เป็นกรณีพิเศษ ในวันที่31 ต.ค.ที่ผ่านมา และในวันนี้ประธานรัฐสภาได้มีการยืนยันกฎหมายนิรโทษกรรมและส่งให้ประธานวุฒิสภาโดยไม่มีการพิจารณาว่าขัดหลักการหรือไม่ แสดงให้เห็นว่ามีการเร่งรัดและไม่สนใจความคิดเห็นของประชาชน

นายอภิสิทธิ์ กล่าวด้วยว่า ยืนยันจะต่อสู้ในเวทีสภาต่อไป และขอประชาชนอย่าท้อแท้ ยังมีหนทางที่จะชนะ พร้อมเชิญชวนทุกคนให้ออกมาแสดงพลังว่าไม่ต้องการกฎหมายนิรโทษกรรม และไปบอกต่อกับส.ว.ที่รู้จัก ให้ต่อต้านกฎหมายล้างผิด โดยการชุมนุมครั้งนี้้เป็นการชุมนุมที่ปราศจากอาวุธและเป็นการชุมนุมโดยสงบ