นายกฯโชว์กึ๋นสร้างอนาคตไทยที่ขอนแก่น

วันที่ 26 ต.ค. 2556 เวลา 12:30 น.
นายกฯโชว์กึ๋นสร้างอนาคตไทยที่ขอนแก่น
นายฯโชว์วิสัยทัศน์สร้างอนาคตไทย 2020การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานใหญ่ของประเทศยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนวันนี้ (26 ตุลาคม 56) เวลา 11.00 น. ณ ศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานเปิดนิทรรศการ "สร้างอนาคตไทย 2020" จังหวัดขอนแก่น พร้อมแสดงวิสัยทัศน์ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25-27 ตุลาคม 2556 จัดโดยกระทรวงการคลังและกระทรวงคมนาคม โดยมีคณะรัฐมนตรี อาทิ นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยนายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น หัวหน้าส่วนราชการ ประชาชนและสื่อมวลชนจำนวนมากเข้าร่วมงานในครั้งนี้          โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้กล่าวว่า รัฐบาลได้จัดงานนิทรรศการ “สร้างอนาคตไทย 2020” โดยในครั้งนี้ได้จัดขึ้นที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานให้แก่ประชาชนในทุกๆ ภาคได้รับทราบ ตลอดจนแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นกับประชาชนในพื้นที่ และจังหวัดใกล้เคียงจะได้รับประโยชน์อะไร ทั้งในด้านเศรษฐกิจ การเดินทาง และชีวิตความเป็นอยู่ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมและขนส่งของประเทศ โดยกำหนดยุทธศาสตร์ของประเทศในการเพิ่มศักยภาพของประเทศไทยให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันที่สูงขึ้น ทั้งการเพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย ขยายโอกาส และลดความเหลื่อมล้ำของประชาชนด้วยการเชื่อมต่อโอกาสของประเทศเข้าด้วยกันกับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สู่ระดับโลก นอกจากนี้ ยังเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ที่จะให้นักลงทุนเข้ามาลงทุนในประเทศไทย ซึ่งจะส่งผลต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจต่อไปในอนาคต ทั้งด้านการท่องเที่ยว การกระจายความเจริญสู่ชุมชนและเมืองต่างๆ สร้างความเจริญเติบโตให้กับชุมชนหรือเมืองขนาดเล็กที่อยู่ห่างไกล รวมถึงการพัฒนาเมืองใหม่ที่จะทำให้เกิดการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจในระยะยาวได้อย่างมหาศาล          นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวยืนยันว่า รัฐบาลมีความตั้งใจในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ โดยการออกเป็น พ.ร.บ. เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท โดยจะสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนได้รับทราบถึงโครงการเหล่านี้ให้มีความชัดเจนและต่อเนื่อง ถึงแม้ในอนาคตจะมีการเปลี่ยนรัฐบาล โครงการเหล่านี้ต้องเดินหน้าตามแผนโครงการที่ได้วางไว้ต่อไป          รัฐบาลได้วางแนวทางการพัฒนายุทธศาสตร์ของกลุ่มจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลางให้เป็นศูนย์กลางกระจายสินค้า โลจิสติกส์ การค้าและการลงทุนในอนาคต ซึ่งจังหวัดขอนแก่นจะเป็นศูนย์กลางแปรรูปสินค้าเกษตรขนาดใหญ่ จังหวัดกาฬสินธุ์จะเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวยุคก่อนประวัติศาสตร์ จังหวัดมหาสารคามจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ รวมถึงเป็นศูนย์กลางทางการศึกษา และจังหวัดร้อยเอ็ดจะเป็นศูนย์กลางการผลิตข้าวหอมมะลิคุณภาพชั้นดี รวมถึงสินค้า OTOP ของแต่ละท้องถิ่นที่จะมีโอกาสไปวางขายในตลาดโลก อีกทั้ง โครงการดังกล่าวไม่เพียงแต่สร้างความเจริญด้านคมนาคม ยังสร้างความอบอุ่นให้แก่ครอบครัว เนื่องจากชาวขอนแก่นไม่ต้องเดินทางไปทำงานต่างจังหวัดหรือต่างถิ่นที่อยู่อาศัยอีกต่อไปอย่างที่ผ่านมา          “จุดประสงค์ที่สำคัญที่สุดของการจัดนิทรรศการในครั้งนี้ คือ การเปิดโอกาสให้ประชาชน ทุกคนได้มาช่วยกันคิดว่า ในอีก 7 ปีข้างหน้า เราต้องการเห็นประเทศไทยของเราเป็นอย่างไร และจะร่วมกันพัฒนาจังหวัดของเราเองให้ก้าวไปได้อย่างไร ซึ่งรัฐบาลพร้อมที่จะรับฟังข้อมูล ความต้องการ ความคาดหวัง และความคิดเห็นของประชาชนทุกคน พร้อมร่วมกันสร้างอนาคตที่สดใสให้ประเทศไทย สร้างอนาคตที่ดีให้คนรุ่นต่อไป ด้วยโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทยต่อไป” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกล่าว          จากนั้น นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เยี่ยมชมนิทรรศการส่วนที่ 1 โซน 4 นั่งรถไฟไฮสปีดจำลอง และส่วนที่ 2 โซนที่ 5 ภูมิภาค ชีวิต และอนาคต ต่อจากนั้น นายกรัฐมนตรีและคณะจะเดินทางไปสักการะหลวงพ่อพุทธวังมนต์ บ้านดอนบม หมู่ที่ 7 ต.เมืองเก่า จ.ขอนแก่น โดยนายกเทศมนตรีตำบลเมืองเก่า จะรายงานสถานการณ์การบริหารจัดการน้ำให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมรับทราบ พร้อมทั้งจะพบปะกับประชาชนและมอบถุงยังชีพให้กับผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพมหานคร          สำหรับในส่วนของการจัดงานฯ ประกอบด้วย 4 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 การจัดนิทรรศการ แยกเป็น 2 ส่วน คือ นิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับโครงการเงินกู้ 2 ล้านล้านบาทของรัฐบาล โครงการรถไฟความเร็วสูง โครงการรถไฟรางคู่ โครงการสร้างโครงข่ายถนน 4 เลน และนิทรรศการที่จังหวัดขอนแก่น และจังหวัดใกล้เคียง จะได้รับประโยชน์จากโครงการของรัฐบาล ส่วนที่ 2 เป็นการจัดเสวนาและรับฟังความคิดเห็นจากคนในพื้นที่ ส่วนที่ 3 เป็นกิจกรรมสาระและบันเทิงมีการแข่งขันประกวดอาหารภูมิภาค เพื่อหาผู้ชนะเลิศไปแข่งขันระดับประเทศ เป็นผู้ประกอบอาหารปิ่นโตบนรถไฟความเร็วสูง และการทดลองนั่งรถไฟความเร็วสูงจำลอง พบกับดารา นักแสดงจากหลายค่าย และรับมอบของแจกของที่ระลึกจำนวนมาก และ ส่วนที่ 4 เป็นการจำหน่ายสินค้าโอท็อป (OTOP) จากทั่วประเทศ และสินค้าธงฟ้าราคาประหยัดจากกระทรวงพาณิชย์