ปชป.เตรียมยื่นศาลรธน.2ลล.ขัดกฎหมาย

วันที่ 21 ก.ย. 2556 เวลา 14:43 น.
ปชป.เตรียมยื่นศาลรธน.2ลล.ขัดกฎหมาย
ปชป.เตรียมยื่นศาลรธน.วินิจฉัยร่าง 2 ล้านล้าน พร้อมแถลงแผนไทยเข้มแข็งเปรียบเทียบ เชื่อตอบโจทย์ประเทศได้มากกว่า

นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า เตรียมยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ วงเงิน 2 ล้านล้านบาท เนื่องจากเห็นว่า ขัดต่อรัฐธรรมนูญ หมวด 8 ว่าด้วยวินัยทางการคลัง โดยขณะนี้คณะทำงานฝ่ายกฎหมายเศรษฐกิจกำลังร่างคำร้อง คาดว่าจะเสร็จสัปดาห์หน้า และจะยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญ หลังจากสิ้นสุดการพิจารณาของวุฒิสภา

นายกรณ์ กล่าวว่า และในวันที่ 23 ก.ย. นี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะแถลง "แผนการลงทุนเพื่อสร้างอนาคตไทยเข้มแข็ง 2020" เพื่อให้ประชาชนเปรียบเทียบกับแผนการกู้เงิน 2 ล้านล้านบาทของรัฐบาล ซึ่งเชื่อว่า โครงการไทยเข้มแข็งตอบโจทย์ประเทศไทยได้มากกว่า ขณะเดียวกัน จะให้ข้อมูลผ่านเวทีผ่าความจริงของพรรคทุกสัปดาห์ ส่วนเวทีโรดโชว์ของรัฐบาลนั้น คิดว่า คงจะให้ข้อมูลที่บิดเบือน ไม่สะท้อนข้อเท็จจริง

เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยถามหาความรับผิดชอบ หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ นายกรณ์ กล่าวว่า ฝ่ายค้านมีหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้อง ซึ่งที่ผ่านมาไม่ใช่เฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ แต่นายคณิต ณ นคร ประธานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย(คปก.) ได้แนะนำแล้วว่าร่างพ.ร.บ.นี้ขัดรัฐธรรมนูญ แต่รัฐบาลกลับดื้อดึง นำความเสี่ยงมาสู่ประเทศ

ด้านนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 169 ที่บัญญัติว่า การจ่ายเงินแผ่นดินจะกระทำได้เฉพาะที่อนุญาตไว้ในกฎหมายว่าด้วยงบประมาณรายจ่าย กฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ กฎหมายที่เกี่ยวด้วยการโอนงบประมาณ หรือกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลัง เว้นแต่กรณีจำเป็นเร่งด่วนรัฐบาลจะจ่ายไปก่อนก็ได้ แต่ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กฎหมายบัญญัติ หากเกิดผลเสียขึ้นมารัฐบาลจะต้องรับผิดชอบกับความเสี่ยงที่เกิดขึ้น

"ประเด็นการตีความเรื่องเงินแผ่นดิน เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเคยให้พระบรมราโชวาทแก่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ตอนหนึ่งว่า 'เงินแผ่นดินนั้นคือเงินของประชาชนทั้งชาติ' เชื่อว่าจะส่งผลต่อการพิจารณาอย่างแน่นอน" นายอรรถวิชช์ กล่าว

นอกจากนี้ การจัดงบประมาณเงินกู้จะทำให้เกิดโครงการเล็กๆ มากกว่าโครงการระดับใหญ่ และสามารถสับเปลี่ยนโครงการได้ตามใจชอบ ซึ่งจะนำสู่แนวคิดที่ว่า ถ้าไม่เลือกเพื่อไทย ก็จะไม่ได้งบประมาณ วันนี้รัฐบาลพาประเทศไปสู่ความเสี่ยง เพียงเพราะต้องการให้มีการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีพิเศษเท่านั้น