บิ๊กตู่ปัดการเมืองบีบ ตัดสินใจโผทหารเอง

วันที่ 16 ก.ย. 2556 เวลา 11:20 น.
บิ๊กตู่ปัดการเมืองบีบ ตัดสินใจโผทหารเอง
ผบ.ทบ.ยันตัดสินใจโผทหารเองปัดการเมืองบีบชี้วลิตพลาดเก้าอี้มทภ.1ไม่เกี่ยวสลายแดง

ที่ตลาดสดร้านสวัสดิการกลางกองทัพบก สามเสน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พล.ท.วลิต โรจนภักดี แม่ทัพน้อยที่ 1 พลาดตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 1 โดยมีการแต่งตั้ง พล.ท.ธีรชัย นาควานิช รองเสนาธิการทหารบก ขึ้นมาดำรงตำแหน่งแทนว่า พล.ท.ธีรชัยเป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่14 ส่วนพล.ท.วลิต นั้นเป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 15 ทั้งหมดตนเป็นผู้ตัดสินใจ และถามว่าผิดตรงไหน โดยตนจะต้องพิจารณาคนทั้งกองทัพ ประมาณ 260,000คน ไม่ได้ดูพล.ท.วลิต เพียงคนเดียว ทุกคนทำหน้าที่ในแต่ละหน้าที่มากบ้างน้อยบ้าง พล.ท.วลิตก็ทำหน้าที่ดีที่สุดในงานที่ได้รับมอบหมาย ส่วนคนอื่นก็ทำงานที่ได้รับมอบหมายไปอีกงานหนึ่งดีที่สุดเหมือนกัน เมื่อถึงเวลาก็ต้องอยู่ช่วงจังหวะต่างๆด้วย หากยังมีเตรียมทหารรุ่นที่ 14 อยู่ ก็ให้รุ่นที่ 14 ขึ้นก่อนได้หรือไม่ ส่วนเตรียมทหารรุ่นที่ 15 ค่อยขึ้นทีหลัง ทุกอย่างหมุนเวียนกันอยู่แบบนี้          เมื่อถามว่าหมายความว่าโอกาสที่พล.ท.วลิต จะขึ้นตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 1 โดยที่ไม่มีกลุ่มคนเสื้อแดงออกมาสกัด กั้นนั้นยังมีอยู่ใช่หรือไม่ เพราะพล.ท.วลิต เคยนำกำลังทหารเข้ากระชับพื้นที่ของกลุ่มคนเสื้อแดงที่สี่แยกคอกวัว เมื่อปี 2553พล.อ.ประยุทธ์ ย้อนถามว่า แล้วเสื้อแดงอยู่ในคณะกรรมการปรับย้ายนายทหารชั้นนายพลหรือไม่ การแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารต้องดูความอาวุโสเป็นหลัก

ส่วนที่มีการมองว่ามีการเมืองนอกกองทัพมาเข้ามากดดันนั้นจะกดดันได้อย่างไร เพราะการกดดันคือการบังคับโดยไม่ยินยอม แต่ที่ผ่านมาคณะกรรมการฯได้มีการหารือร่วมกัน ตนไม่ได้มีปัญหาอะไร และสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ โดยปรับผู้ใต้บังคับบัญชาทั้งหมดได้ 259 คน ขอให้ไปถามคนที่มีความสุขที่ได้ขึ้นตำแหน่ง แต่ทุกคนในกองทัพจะมีความสุขทุกคนไม่ได้ และทุกคนจะได้ในสิ่งที่ตนเองพอใจทั้งหมดไม่ได้          “ผมไม่เคยคิดว่าจะได้เป็นแม่ทัพภาคที่ 1 ไม่เคยคิดจะได้เป็นผบ.ทบ. และไม่เคยขอใครด้วย มันถึงได้เป็น ส่วนที่มองว่าจะมีความน้อยเนื้อต่ำใจจากแม่ทัพภาคอื่นหรือไม่ ที่ไม่ได้ขึ้นมาเป็น 5 เสือทบ.นั้น ผมถามว่ามันขึ้นได้ครั้งละกี่คน ตำแหน่งมี 5ตำแหน่ง สมมุติว่าง 2 ตำแหน่ง ถามว่าใครสมควรจะได้ขึ้น ทั้ง 4 กองทัพภาคจะได้ขึ้นหมดเลยหรือไม่ มันก็ไม่ได้ การจะปรับขึ้นไม่ใช่เรื่องอาวุโสอย่างเดียว แต่ต้องดูเรื่องความเหมาะสม และการหมุนเวียนในภาพใหญ่ ในแต่ละกองทัพผมมีสัดส่วนของผมว่ากองทัพนี้นายพลควรจะได้กี่คน รุ่นไหนควรจะได้เท่าไหร่ ผมก็นำตารางใหญ่ของผมมาดู ไม่ได้แค่นึกว่าจะเอาคนนี้หรือคนนั้นมาขึ้น เพราะคนนี้เป็นลูกน้อง คนนั้นอยู่กับผมมา ส่วนนั้นญาติหรือเหลน มันไม่ใช่ ถ้าตั้งแบบนั้นก็อย่ามาเป็นเลย บางคนในคำสั่งผมยังไม่รู้จัก เพราะทั้งหมดให้แม่ทัพภาคเสนอขึ้นมา ถ้าไม่ขัดข้อง ผมก็ให้ขึ้นตามที่เขาตั้ง แต่หากคนนี้อาวุโสกว่าคนนั้นก็สลับเพื่อความเหมาะสม ซึ่งเป็นสิทธิของผม” ผบ.ทบ. กล่าว          เมื่อถามถึงการทำงานร่วมกับพล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหมคนใหม่ พล.อ.ประยุทธ์ ย้อนถามว่า จะมีอะไร เพราะเรียนจบโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าเหมือนกัน โดยพล.อ.นิพัทธ์เป็นรุ่นน้อง บ้านเคยอยู่ใกล้กัน พ่อแม่รู้จักกัน แต่วันนี้พล.อ.นิพัทธ์ได้เป็นปลัดกระทรวงกลาโหม โดยอยู่ในหน่วยงานที่เหนือกว่าก็จบ เขาเคารพกันด้วยตำแหน่ง นอกนั้นก็เป็นเรื่องของความสามารถส่วนตัว มันรังเกียจกันได้ที่ไหน เพราะรังเกียจกันไม่ได้อยู่แล้ว เนื่องจากเป็นพี่น้องกัน ส่วนใครจะขึ้นหรือลง มันก็ไม่ได้ต่างกันมากมาย เพราะรุ่นเตรียมทหารก็ใกล้ๆกัน