ขู่ยื่นศาล-ปปช.ฟันสภาหักดิบแก้รธน.

วันที่ 05 ก.ย. 2556 เวลา 20:39 น.
40สว.จ่อยื่นศาล-ป.ป.ช.เอาผิดสมาชิกสภาลงมติแก้รัฐธรรมนูญที่มา สว. ทั้งที่มีผู้ยังไม่ได้อภิปราย           

นายสมชาย แสวงการ สว.สรรหา กล่าวว่า การลงมติผ่านร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมที่มา สว.ในมาตรา 5 ว่าด้วยคุณสมบัติ สว.เมื่อวันที่ 4 ก.ย.ที่ผ่านมาไม่มีความชอบธรรม ขัดหลักรัฐธรรมนูญมาตรา 291 ว่าด้วยการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา 3 ที่บัญญัติว่า การปฏิบัติหน้าที่ของรัฐสภาต้องเป็นไปตามหลักนิติธรรม อีกทั้งยังขัดต่อข้อบังคับการประชุมรัฐสภาข้อ 59 และข้อ 99 ด้วย

นายสมชาย กล่าวต่อว่า นายนิคม ไวยรัชพานิช ปฏิบัติหน้าที่ประธานรัฐสภารวบรัดให้มีการลงมติทั้งที่มีสมาชิกผู้เสนอคำแปรญัตติ และกรรมาธิการสงวนความเห็นยังไม่ได้อภิปรายกว่า  170 คน ถือว่าขัดข้อบังคับการประชุมข้อ 99ที่ให้อำนาจสมาชิกรัฐสภาอภิปรายในถ้อยคำที่มีการสงวนคำแปรญัตติไว้ อย่างไรก็ตามหากจะอ้างญัตติที่นายพายัพ ปั้นเกตุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยเสนอให้ปิดการอภิปรายไม่ได้ เพราะญัตติของนายพายัพไม่ชอบตั้งแต่แรก เพราะข้อบังคับการประชุมข้อ 59 ระบุว่าญัตติดังกล่าวไม่สามารถใช้บังคับแก่ญัตติที่เป็นร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม

นายสมชาย กล่าวด้วยว่า ก่อนเหตุการณ์หักดิบลงมติจะเกิดขึ้น ทราบมาว่า สส.พรรคเพื่อไทย และสว.บางส่วนได้รับข้อความผ่านทางโทรศัพท์มือถือเรียกให้เข้าห้องประชุมเพื่อรอลงมติ เท่ากับเป็นการตั้งธงล่วงหน้าว่าจะมีการรวบรัดดลงมติในมาตรา 5 อีกทั้งระหว่างการลงมติพบว่า สส.เพื่อไทยและสว.ไปรวมกันอยู่หลังห้องประชุม เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่กล้องส่องไม่ถึง จึงคาดว่าน่าจะมีการเสียบบัตรแทนกันอย่างแน่นอน อีกทั้งเมื่อประเมินด้วยสายตาพบว่า ผู้ที่อยู่ในห้องประชุมไม่ถึง 300 คน แต่กลับมีผู้ลงมติเห็นชอบถึง 316 เสียง จึงเชื่อว่ามีการลงมติแทนกันแน่นอน

สำหรับการประชุมวันที่ 6 ก.ย.นี้จะไม่มีการร้องขอให้ทบทวนมติมาตรา 5 แต่จะรวบรวมข้อเท็จจริงการหักดิบลงมติที่เกิดขึ้นทั้งหมดรวมกับประเด็นการแก้รัฐธรรมนูญเอื้อประโยชน์ตัวเอง เพื่อยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาทางการเมือง และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ให้วินิจฉัยการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้หลังลงมติผ่านร่างในวาระ 3 โดยเฉพาะข้อหาการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต เพราะฉะนั้น สมาชิกที่ลงมติต้องรับผิดชอบในการกระทำ