รมต.ใหม่แจงเป้าทำงาน-ต้านโกง

วันที่ 06 ก.ค. 2556 เวลา 10:30 น.
รมต.ใหม่แจงเป้าทำงาน-ต้านโกง
รายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์ จัดแนะนำ รัฐมนตรีใหม่ชูแนวโนบายการทำงาน-ต้านคอร์รัปชั่น "นิวัฒน์ธำรง"ไม่หนักใจดูจำนำข้าว

รัฐมนตรีใหม่ที่เข้ารับตำแหน่งในคณะรัฐบาลยิ่งลักษณ์ 5 ชี้แจงการทำงานผ่านรายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์ พบประชาชน ถึงเป้าหมายการทำงาน และการมีส่วนร่วมจากการที่รัฐบาลประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่น

โดยนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ในฐานะรมว.พาณิชย์ ตั้งใจสูงในการเข้าไปพัฒนาระบบงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โปร่งใส อุดช่องโหว่ที่จะเป็นช่องทางทุจริตคอรัปชั่น นอกจากนี้ จะตอบสนองความต้องการของเกษตรกร ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ ส่วนเรื่องทุจริตคอร์รัปชั่น เชื่อว่าสามารถนำไปใช้ในโครงการของกระทรวงพาณิชย์ได้อย่างดี

ในส่วนของโครงการรับจำนำข้าว นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่า ไม่หนักใจโครงการรับจำนำข้าว เพราะมีทีมงานที่แข็งแรง มีรมช. 2 คน คือนาย ยรรยง พวงราช และ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และมีข้าราชการที่วันที่ไปเยี่ยมก็เห็นว่ามีความคึกคักในการทำงานเป็นทีม และสานความก้าวหน้าไปสู่ความสำเร็จ

นายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และรมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า จะเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนได้เข้ามาร่วมในการสังเกตการณ์การจัดซื้อจัดจ้างให้มากที่สุด เพื่อให้เกิดความโปร่งใสในทุกขั้นตอนการทำงาน ส่วนแนวทางการแก้ไขปัญหาให้เกษตรกรจะเน้นเรื่องการแก้ปัญหาหนี้สินเกษตรกรและการเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรเป็นหลัก รวมทั้งการวางแนวทางการเพาะปลูกให้เหมาะสมกับพื้นที่ โดยการทำโซนนิ่ง ซึ่งจะมีการนำร่องในภาคเหนือ และภาคอีสานก่อนเป็นอันดับแรก

นายพ้อง ชีวานันท์ รมช.คมนาคม ยอมรับว่ากระทรวงคมนาคมเป็นหน่วยงานที่มักถูกจับตาในเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างมากเป็นพิเศษ เนื่องจากมีการดำเนินโครงการขนาดใหญ่ต่างๆ เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะโครงการก่อสร้างพื้นฐานของประเทศ วงเงิน 2 ล้านล้านบาท โดยยืนยันว่าจะดำเนินการตามเจตนารมย์ของรัฐบาลในการต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่นทุกรูปแบบ และเชื่อว่าการดำเนินการบนหลักการที่ถูกต้องโปร่งใส และสามารถอธิบายเหตุผลให้แก่สังคมได้ ก็เชื่อว่าโครงการจะเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมและได้รับการยอมรับจากสังคม

นายยรรยง พวงราช รมช.พาณิชย์ ระบุว่า การค้าระหว่างประเทศของไทยในแต่ละปี คิดเป็นมูลค่าการส่งออกถึง 7 ล้านล้านบาท ส่วนการนำเข้าอยู่ที่ราว 6 ล้านล้านบาท ขณะที่มูลค่าการค้าภายในประเทศอยู่ที่ปีละ 3-4 ล้านล้านบาท ซึ่งหากรัฐบาลเริ่มเอาจริงเอาจังกับการแก้ปัญหาทุจริตคอรัปชั่นก็จะเป็นผลดีต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ เพราะการขจัดการทุจริตคอรัปชั่นก็เปรียบเหมือนได้กำจัดไขมันในระบบเศรษฐกิจ เพื่อให้เศรษฐกิจเหลือไว้เฉพาะแต่กล้ามเนื้อที่แข็งแรง และสามารถนำพาความร่ำรวยมาสู่ประเทศได้ในการที่จะทำให้ประชาชนอยู่ดีกินดี และมีรายได้เพิ่มมากขึ้น

นางเบญจา หลุยเจริญ รมช.คลัง กล่าวว่า จากที่ได้เคยทำงานในกรมจัดเก็บรายได้ของกระทรวงการคลังมาก่อน ทำให้สามารถเห็นโอกาสในการจะบูรณาการทำงานในภาพรวมของกระทรวงการคลังได้เป็นอย่างดี และพร้อมที่จะอุดช่องโหว่และปรับปรุงการบริหารงานในด้านการจัดเก็บรายได้ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ด้านนางปวีณา หงสกุล รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ระบุว่า นโยบายการทำงานจะมีทั้งเชิงรุกและเชิงรับ โดยเชิงรับ คือการรับฟังปัญหาจากประชาชนในทุกเรื่อง เพื่อให้สามารถทราบถึงปัญหาของประชาชนในแต่ละกลุ่มได้อย่างแท้จริงและครบถ้วน ส่วนในเชิงรุกคือ จะต้องลงไปพบปะและเข้าถึงประชาชนในพื้นที่ ไม่ใช่การทำงานแต่อยู่ในกระทรวงเท่านั้น นอกจากนี้จะเดินหน้าในการรณรงค์ลดความรุนแรงต่อเด็กและสตรี และการพัฒนากองทุนพัฒนาบทบาทสตรีให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

นายสรวงศ์ เทียนทอง รมช.สาธารณสุข กล่าวว่า จะลดปัญหาความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงในการรักษาพยาบาล เพื่อให้ประชาชนในส่วนภูมิภาคสามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลได้สะดวกมากยิ่งขึ้น รวมทั้งการจัดสรรบุคลากรทางการแพทย์ และอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ให้มีความเหมาะสมมาก

นายชัยเกษม นิติศิริ รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า กระทรวงยุติธรรมถือว่ามีส่วนโดยตรงกับการดูแลแก้ปัญหาเรื่องการทุจริตคอรัปชั่น โดยเฉพาะการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ซี่งต้องรณรงค์ให้บุคลากรในภาครัฐเกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเดิมๆ โดยการลด ละ เลิกการทุจริตคอรัปชั่น เพื่อให้การทำงานของภาครัฐเป็นจุดเริ่มต้นของความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้จากสังคม