โพลเผยคนมั่นใจมีทุจริตจำนำข้าว

วันที่ 23 มิ.ย. 2556 เวลา 09:50 น.
โพลเผยคนมั่นใจมีทุจริตจำนำข้าว
เอแบคโพลล์เผยประชาชนมั่นใจมีทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว ค้านลดราคารับจำนำเหลือ1.2หมื่นบาท

น.ส.ปุณฑรีก์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยผลวิจัยเชิงสำรวจ เรื่อง โครงการรับจำนำข้าวต่อเสถียรภาพของรัฐบาล กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป ใน 17 จังหวัดของประเทศ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร สมุทรสาคร กาญจนบุรี สุพรรณบุรี สมุทรปราการ พะเยา เพชรบูรณ์ เชียงใหม่ นครพนม สกลนคร สุรินทร์ บุรีรัมย์ ขอนแก่น นครราชสีมา ชุมพร ตรัง และนครศรีธรรมราช จำนวนทั้งสิ้น 1,432 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 19 - 22 มิถุนายน 2556 ที่ผ่านมา โดยใช้การเลือกตัวอย่างแบบแบ่งกลุ่มเชิงชั้นภูมิหลายชั้น ที่สุ่มเลือกจังหวัด อำเภอ ตำบล ชุมชน ครัวเรือน ความคลาดเคลื่อนบวกลบร้อยละ 7 พบว่า

จากผลสำรวจเมื่อสอบถามความคิดเห็นของตัวอย่างกรณีการทุจริตคอรัปชั่นในโครงการรับจำนำข้าว นั้นพบว่า ตัวอย่างส่วนใหญ่หรือร้อยละ 81.2 คิดว่ามีการทุจริตคอรัปชั่นในโครงการรับจำนำข้าว ในขณะที่ร้อยละ 18.8 คิดว่าไม่มี นอกจากนี้เมื่อสอบถามต่อไปถึงความเหมาะสม ในการตัดสินใจของรัฐบาลกรณีที่มีการลดราคาจำนำข้าวจาก ตันละ 15,000 บาท เหลือตันละ 12,000 บาทนั้น พบว่า ประมาณ 2 ใน 3 หรือร้อยละ 65.1 เห็นว่าไม่เหมาะสม ในขณะที่ร้อยละ 34.9 เห็นว่าการลดราคาจำนำข้าวดังกล่าวมีความเหมาะสมแล้ว

อย่างไรก็ตาม ผลการสำรวจพบว่า ตัวอย่างส่วนมากหรือร้อยละ 63.5 ระบุ “รู้สึกผิดหวัง”ต่อรัฐบาลที่ไม่สามารถทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชนตามที่หาเสียงไว้ กรณีที่มีการปรับราคารับจำนำข้าวจาก ตันละ 15,000 บาท เหลือตันละ 12,000 บาท ในขณะที่ร้อยละ 36.5 ระบุไม่รู้สึกอะไรเลย

ประเด็นสำคัญที่น่าพิจารณาอย่างยิ่งคือ ตัวอย่างส่วนมากหรือร้อยละ 62.3 ระบุไม่พึงพอใจต่อการบริหารจัดการในโครงการรับจำนำข้าวโดยภาพรวม ในขณะที่ร้อยละ 37.7 ระบุพึงพอใจ และตัวอย่างมากกว่า 2 ใน 3 หรือร้อยละ 74.7 คิดว่าโครงการรับจำนำข้าวส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาล โดยมีเพียงร้อยละ 25.3 ที่ระบุว่าไม่ส่งผลกระทบ

สำหรับความคิดเห็นต่อทางออกที่ดีที่สุดสำหรับนายกรัฐมนตรี ในการแก้ไขปัญหาในโครงการรับจำนำข้าวนั้น พบว่า ร้อยละ 33.1 ระบุว่าให้ทำงานต่อไป โดยที่ไม่ต้องทำอะไร ในขณะที่ร้อยละ 34.8 ระบุให้มีการปรับคณะรัฐมนตรี รองลงมาคือ ร้อยละ 18.9 ระบุให้ลาออก และร้อยละ 13.2 ระบุให้มีการเลือกตั้งใหม่ ตามลำดับ

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต