"วีรชัย"ย้ำศาลไร้อำนาจตีความคำร้องเขมร

วันที่ 19 เม.ย. 2556 เวลา 23:20 น.
"วีรชัย"ย้ำศาลไร้อำนาจตีความคำร้องเขมร
"วีรชัย"แจงศาลชี้เขมรไม่คงเส้นคงวาพยายามหาข้ออ้างใหม่ ย้ำเรื่องเขตแดนอยู่นอกอำนาจศาลโลก เป็นเรื่องที่คู่ความต้องตกลงกันเอง

เมื่อวันที่ 19 เม.ย. นายวีรชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ กล่าวสรุปในการให้การด้วยวาจาในคดีตีความคำพิพากษาคดีปราสาทพระวิหาร ต่อ ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศว่า ไทยยืนยันว่าปัญหาเขตแดนอยู่นอกเหนือเขตอำนาจศาล และการตัดสินของศาลในปี 2505 ก็ไม่ได้พิจารณาในเรื่องนี้ และให้เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องของคู่ความที่จะต้องไปตกลงกันเอง

ไทยยืนยันว่าการขอตีความครั้งนี้ไม่ใช่วิถีที่ดีสุดในการเปลี่ยนแปลงสิ่งที่ได้ตัดสินไปแล้ว และไทยก็ไม่ร้องขอให้ศาลทำเช่นนั้น และไทยคงเส้นคงวาตั้งแต่วันที่ 10 ก.ค. 2505  ในแง่ขอบเขตทางภูมิศาสตร์พื้นที่พิพาท หรือ บริเวณปราสาทพระวิหาร ในแง่ความหมายคำพิพากษา

ขณะที่กัมพูชาชอบแย่งหลักฐานของไทยไปใช้ ตั้งแต่ปี 2502 และไม่มีความคงเส้นคงวา โดยขความไม่คงเส้นคงวาเรื่องที่ 1 คือ การพิจารณาครั้งแรกในปี 2502 กัมพูชาได้ขอพิจารณาเรื่องบูรณภาพเหนือปราสาท แต่ในเดือนมี.ค.2505 กลับขอให้พิพากษาเรื่องเขตแดนและสถานภาพทางกฎหมายของแผนที่ภาคผนวก1 ซึ่งไม่น่าแปลกใจที่ศาลปฏิเสธคำขอในครั้งนั้น

เรื่องไม่คงเส้นคงวาเรือที่ 2 คือ ในปี 2502 เป็นต้นมาถึงตอนนี้ ได้เห็นกัมพูชา 2 อย่าง กัมพูชาได้ยื่นแผนที่ให้ภาคผนวก1 ให้ศาลแต่วันนี้เป็นอีกฉบับและมีเส้นแบ่งที่แตกต่างกันไป แต่ยังไม่สามาถบอกได้ว่าเส้นใดกันแน่ที่อยากให้ศาลรับรอง

ในปี 2502 กัมพูชาอ้างข้อโต้แย้งมาจากผู้เชี่ยวชาญของฝ่ายตนเองในเรื่องเส้นเขตแดนสันปันน้ำเป็นไปตามแผนที่ภาคผนวก1 และเบี่ยงเบนจากวัตถุประสงค์เดิม คือ การปลอมแปลงจนจำไม่ได้  และกัมพูชาปฏิเสธในเรื่องนี้ โดยปฏิเสธตามอำเภอใจว่าจะใช้เส้นใดกันแน่

แต่ในปี2505-2506 กัมพูชากลับยอมรับตามเส้นมติครม.ของไทย ตลอดจนรั้วลวดหนามและป้าย แต่ทุกวันนี้กัมพูชาไม่ยอมรับว่ามีสิ่งนี้อยู่จริง

"ในปี2506 ผู้นำสูงสุดของกัมพูชากล่าวไว้ว่าความแตกต่างระหว่างเส้นในมติครม.กับสิ่งที่อ้างในคดีแรกห่างกัน 2-3 เมตรเป็นเพียงเล็กน้อย แต่วันนี้ไม่อ้างเรื่องนั้น แต่กลับอ้างพื้นที่ 4.6 ตร.กม."นายวีรชัยกล่าว

นายวีรชัยกล่าวอีกว่า ในปี2554 กัมพูชาเรียกร้องเรื่องเขตแดนตามแผนที่ภาคผนวก 1 แต่มาวันนี้มุ่งเน้นในพื้นที่พิพาท ซึ่งตามคำให้การลายลักษณ์อักษรระบุว่า ไม่เป็นเรื่องเกี่ยวเนื่องกันในแง่ข้อพิพาทและขอบเขต และความหมายคำพิพากษา ซึ่งไม่เกี่ยวกับคำพิพากษาปี 2505 รวมทั้งกัมพูชาพยายามอ้างว่าไทยขอให้ศาลแก้คำพิพากษาในอดีต แต่อย่าลืมว่ากัมพูชาเป็นฝ่ายนำคดีนี้ขึ้นศาลไม่ใช่ไทย

“ศาลในปี 2505 ต้องการยุติเรื่องนี้ในระยะยาว ส่วนการอ้างถึงเสถียรภาพ คือ อธิปไตยเหนือปราสาท ก็เป็นเหตุผลส่วนที่ศาลได้ตัดสิน ศาลได้ตัดสินในแง่ข้อพิพาทประการเดียว แต่ไม่พูดถึงเรื่องเส้นแขตแดน และศาลไม่บอกว่าแผนที่ภาคผนวก 1 เป็นแหล่งข้อมูลเดียวว่าเส้นแบ่งเขตแดนอยู่ที่ใด”นายวีรชัย กล่าว

นายวีรชัยกล่าวว่า ไทยไม่ได้ขออะไรมากกว่าสิ่งที่เป็นของเรา ที่ศาลปี 2505 บอกว่าเป็นไปตามสนธิสัญญาระหว่างสยาม-ฝรั่งเศส แต่ขณะนี้กัมพูชาขอในสิ่งที่ไม่ชอบด้วยเหตุผล ตีความเอาเอง อ้างข้ออ้างใหม่ ซึ่งไม่สามารถพิสูจน์ได้ ซึ่งศาลสามารถไม่รับตีความคำร้องของกัมพูชา ตามข้อบังคับ 60 ของธรรมนูญศาลโลกได้