ฝ่ายค้านจี้รบ.ใส่รายละเอียดลงบัญชีแนบท้าย

วันที่ 29 มี.ค. 2556 เวลา 20:22 น.
ฝ่ายค้านจี้รบ.ใส่รายละเอียดลงบัญชีแนบท้าย
ฝ่ายค้านจี้รัฐบรรจุรายละเอียดโครงการลงในบัญชีแนบท้าย ด้าน “วราเทพ” ย้ำไม่ใส่เพื่อขรก.ทำงานได้ต่อเนื่อง

การประชุมสภาผู้แทนราษฎร (นัดพิเศษ) ที่มีนายเจริญ จรรย์โกมล ประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่1 ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. .. จำนวน 2 ล้านล้านบาท

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า ประเทศไทยเคยมีการออกพ.ร.บ.กู้เงินมาแล้ว 23 ฉบับ และพ.ร.ก.สมัยรัฐบาลนายชวน หลีกภัย และพ.ร.ก.ออกสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ล้วนมีปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ และเป็นไปตามเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญ

แต่ปี 2556 รัฐบาลนี้ไม่มีวิกฤตเศรษฐกิจ และได้ออกพ.ร.ก. 3.5 แสนล้านบาทไปแล้ว ผ่านไป 1 ปีใช้ไปเพียง 6 พันล้านบาท และรัฐบาลชุดนี้ทำสวนทางนโยบาย ใน 2 เรื่อง คือ 1.เลือกที่จะเป็นทุนนิยมโดยรัฐ ปัญหาที่ตามมาคือความโปร่งใส จนกลายเป็นทุนนิยมสามานย์

และ2. เมื่อย้อนกลับไปปี 2552-2553 คนในรัฐบาลทุกวันนี้ (29มี.ค.) เชียร์การกู้เงิน แต่ 2 ปี ก่อนรังเกียจประณามต่อว่าการกู้เงิน ทั้งที่ขณะนั้นพ.ร.ก.กู้เงินไม่เกิน 4 แสนล้านบาท มีการบอกว่า “ดีแต่กู้ กู้มาโกง” รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์กำลังแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ เพราะนำไปชดเชยการขาดดุลงบประมาณ ผลตอบรับทำให้เศรษฐกิจโตขึ้นตามเป้าหมาย

“วันนี้มากลืนน้ำลายหน้าตาเฉย มีการพูดว่าให้เอาคนนี้กลับบ้าน แล้วจะมาล้างหนี้ให้ ซึ่งคนที่พูดก็อยู่ในห้องประชุมนี้ บางคนพูดถึงขนาดว่าพรรคเพื่อไทยต้องเป็นรัฐบาลแล้วจะแก้หนี้ให้ รัฐมนตรีบางคนพูดว่า ต้องเอาพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กลับบ้านเพื่อมาแก้หนี้”นายสาทิตย์ กล่าว 

ส่วนที่นายกฯชี้แจงต่อสภาฯพร้อมยืนยันความโปร่งใส จะจัดซื้อจัดจ้างจะปฏิบัติตามระเบียบสำนักนายกฯ แต่กฎหมายนี้ไม่มีสิ่งที่นายกฯพูด โอกาสจะเหมือนเงินกู้ 3.5 แสนล้านบาท ซึ่งเงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ใน 7 ปี ถือว่าอนุมัติเงินแล้วจะต้องจ่ายเงินล่วงหน้า 3 แสนล้านบาท

ทั้งนี้ ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย พูดถึงตัวเลข 30% ถ้ามีการทุจริตรับเงินล่วงหน้า 15% ถ้ามีการโกงกินจะเป็นเงิน 9 หมื่นล้านบาท ดังนั้น อยากขอให้กลับไปทบทวนและให้ถอนกฎหมายนี้ หาวิธีการตรวจสอบทุจริต สร้างความโปร่งใส แต่ถ้านำไปสู่การทุจริตคอร์รัปชั่น จะเป็นการทุจริตโดยทุนนิยมรัฐโดยสามานย์

ขณะที่ นายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า การไม่เสนอรายละเอียดโครงการก่อสร้างลงในบัญชีแนบท้ายของพ.ร.บ.ดังกล่าว เพราะทางปฏิบัติการใส่รายละเอียดลงในบัญชีแนบท้ายไม่สามารถทำได้ เนื่องจากทุกรัฐบาลที่ผ่านมาไม่เคยทำ

อีกทั้ง หากใส่ลงไปแล้วนำไปให้ข้าราชการปฏิบัติ และเมื่อมีการแก้ไข ต้องนำกลับเข้าสู้สภากลับมาแก้ไขทุกตัวอักษร และยืนยันว่าการดำเนินการก่อสร้างจะเป็นไปตามกฎหมาย ป้องกันไม่ให้เกิดการทุจริต แม้ว่าร่างกฎหมายกู้เงินจะไม่ได้ระบุให้ปฏิบัติตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ

“ทุกรัฐบาลทราบดีว่าการประมูลการจัดซื้อจัดจ้างจะต้องปฏิบัติตามระเบียบสำนักนายกฯอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินการโครงการตามพ.ร.บ.ใดก็ตาม แต่ก็มีบางครั้งที่จะต้องยืดหยุ่นเพื่อให้การทำงานสามารถเดินได้ ซึ่งเป็นหลักปฏิบัติที่ทุกรัฐบาลดำเนินการมา” นายวราเทพ กล่าว 

ด้าน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวว่า ยังยืนจุดยืนเดิม คือ ต้องการให้รัฐบาลนำโครงการก่อสร้างทั้งหมดใส่ลงในบัญชีแนบท้ายกฎหมาย เพื่อยืนยันว่าในอนาคตจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงโครงการอย่างไม่มีเหตุผล รวมทั้งต้องระบุในร่างพ.ร.บ.กู้เงินให้ชัดเจนว่า การดำเนินงานจะต้องปฏิบัติตามระเบียบพัสดุเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการทุจริต