ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.แสดงวิสัยทัศน์ปัญหาคอร์รัปชั่น

วันที่ 26 ก.พ. 2556 เวลา 12:12 น.
ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.แสดงวิสัยทัศน์ปัญหาคอร์รัปชั่น
"สุขุมพันธ์" เสนอ กม. อภิปรายไม่ไว้วางใจ ผู้ว่าฯ กทม.  ด้าน พงศพัศดึงภาคประชาชนร่วมตรวจสอบ

ในเวที “วิสัยทัศน์ กรุงเทพโปร่งใส ไร้คอร์รัปชั่น ” จัดโดยคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) และองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) เวลา 09.00 – 12.00 น. โรงแรมดุสิตธานี โดยมี 5 ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ประกอบด้วย นายโสภณ พรโชคชัย ผู้สมัครหมายเลข 4, พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้สมัครหมายเลข 9, นายโฆษิต สุวินิจจิต ผู้สมัครหมายเลข 10,  พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ผู้สมัคร  หมายเลข 11 และ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้สมัครหมายเลข 16 ได้มาร่วมแสดงวิสัยทัศน์

พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคเพื่อไทย(พท.) หมายเลข 9 กล่าวว่า การป้องกันปัญหาคอร์รัปชั่นนั้น ผู้ว่าฯ กทม.จำเป็นต้องมีหน่วยงานหรือตัวแทนภาคประชาชนที่สามารถตรวจสอบการทำงานได้โดยตรง รวมไปถึง ข้อกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องต้องเอื้อให้มีการตรวจสอบได้ ขณะเดียวกัน ผู้ว่าฯ กทม.ก็ต้องมีการตรวจสอบผู้ใต้บังคับบัญชา เป็นคนกลางที่ต้องตรวจสอบอย่างจริงจัง

ด้าน   ม.ร.ว. สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการ กทม. หมายเลข 16 พรรคประชาธิปัตย์ ได้ร่วมแสดงวิสัยทัศน์โดยระบุว่า ต่อคำถามเรื่องวิสัยทัศน์ในการทำให้กทม. ไร้คอรัปชั่น สิ่งสำคัญคือการสร้างระบบการทำงานที่โปร่งใส และตรวจสอบได้ ซึ่งตนในฐานะผู้ว่า กทม. สมัยที่ผ่านมาได้ทำมาตลอด และ กทม.เป็นองค์กรที่ถูกตรวจสอบมากที่สุด

“ กทม.มีกรอบการตรวจสอบอยู่แล้ว และผมให้ตั้งหน่วยงานที่ตรวจสอบของกทม.เองเพิ่มด้วย สิ่งที่สำคัญที่ควบคู่คือการวางตัวของผู้ว่าเอง ทำงานให้โปร่งใส ถ้าร้องเรียนก็ให้ตรวจสอบ ถ้าหัวไม่ส่าย หางก็กระดิกไม่ได้ ผมยึดหลักนี้” ม.ร.ว. สุขุมพันธ์ กล่าว

ม.ร.ว. สุขุมพันธ์ ระบุด้วยว่า ในส่วนของแผนในการทำให้กทม.ไร้คอรัปชั่น จะต้องสร้างระบบการทำงานโปร่งใส และระบบการตรวจสอบตัวเอง ซึ่งได้ทำแล้วตั้งแต่ปี 2552 และจะทำต่อไป ส่วนการดำเนินคดีกับบุคลากรกทม.ยอมรับว่าทำได้ยาก มีองค์กรรับเรื่องฟ้องร้องมาก ขั้นตอนใช้เวลานาน ต้องผลักดันระบบตรวจสอบตัวเอง และได้ตั้งคณะกรรมการไปแล้ว นอกจากนี้ ยังเห็นว่าระบบการศึกษาจะช่วยเปลี่ยนค่านิยมเรื่องคอรัปชั่นอย่างยั่งยืน แม้จะใช้เวลาแต่ต้องทำ และโดยส่วนตัวไม่ต้องการจะทำการเผด็จการในการปราบปรามเพราะประเทศไทยเป็นระบอบประชาธิปไตยครับ ต้องผ่านการตรวจสอบ แม้จะรู้ว่าผิดจริง แต่ต้องตรวจสอบตามลำดับ ทั้งนี้ ได้นำเสนอกฎหมายอภิปรายไม่ไว้วางใจในการตรวจสอบผู้ว่าฯ กทม.ด้วย เพื่อนำมาตรวจสอบการทำงานของผู้ว่าในเรื่องนโยบายที่สัญญาไว้ด้วย