ผู้สมัครอิสระย้ำกทม.ต้องปลอดการเมือง

วันที่ 13 ก.พ. 2556 เวลา 19:19 น.
ผู้สมัครอิสระย้ำกทม.ต้องปลอดการเมือง
ดีเบตผู้สมัครผู้ว่าฯ ผู้สมัครอิสระประสานเสียงกทม.ต้องปลอดการเมือง "พงศพัศ"ยันเรื่องนอกอำนาจผู้ว่าฯต้องพึ่งรัฐ

เมื่อวันที่ 13 ก.พ. เวลา 13.00 น. ที่อาคารประชาธิปก-รำไพพรรณี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะรัฐศาสตร์ ร่วมกับศูนย์ติดตามประชาธิปไตยไทย จัดการประชันวิสัยทัศน์ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.โดยมีผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.เข้าร่วมได้แก่ นายวรัญชัย โชคชนะ ผู้สมัครหมายเลข 2, พล.ต.อ.พงศ พงษ์เจริญ ผู้สมัครหมายเลข 9, นายโฆสิต สุวินิจจิต ผู้สมัครหมายเลข 10 ,พล.ต.อ.เสรีพิสุทธ์ เตมียเวส ผู้สมัครหมายเลข 11,ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้สมัครหมายเลข 16,และ นายสุหฤท สยามวาลา ผู้สมัครหมายเลข 17 ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ โดยมีคณาจารย์และนิสิตนักศึกษาให้ความสนใจจำนวนมาก

นายโฆสิต กล่าวว่า การบริหารกทม.ต้องไม่ยึดโยงกับการเมือง เพราะรัฐธรรมนูญก็ไม่ได้กำหนดให้ผู้ว่าฯ กทม.มาจากการเมือง ซึ่งคิดว่าผู้ว่าฯ กทม.ควรจะมีความเป็นนักบริหารที่เชี่ยวชาญมากกว่านักการเมือง ที่ผ่านมาเราเสียโอกาสมากเพราะเอาเมืองหลวงไปยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ทำให้ไม่สามารถพัฒนาได้เท่าเทียมกับเมืองหลวงของประเทศเพื่อบ้าน

ทั้งนี้ตนก็มีแนวคิดผลักดันให้กทม.เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ตลอดจนส่งเสริมวัฒนธรรมไทยผ่านสื่อบันเทิง โดยผลักดันให้ประเทศไทยเป็นฮอลีวู้ดแห่งเอเชีย ส่วนการแก้ปัญหาการจราจรนั้นจะทำแผนงานไปปรึกษารัฐบาล โดยมีแนวคิดเชื่อมโยงการจราจรจากชุมชน ไปสู่ระบบขนส่งมวลชนมากขึ้น และขอความร่วมมือกับรัฐบาลในการสร้างที่จอดรถเพิ่มมากขึ้น

ส่วนเกาะกลางถนนก็สามารถสร้างโมโนเรลเพื่อเชื่อมโยงระบบขนส่งมวลชนได้ ซึ่งตนเชื่อว่าสามารถทำได้ทันที ส่วนการจัดการปัญหาเรื่องพื้นที่สาธารณะนั้น ตนมีแนวคิดให้สวนสาธารณะเป็นที่ให้คนทั่วไปมาแสดงความสามารถ ในทุกเขตทั่วกทม. เพื่อให้มีพื้นที่ให้สามารถแสดงออกได้ทุกด้าน

ด้าน นายสุหฤท กล่าวว่า มีนโยบายที่จะเปลี่ยนความรู้สึกของคนกทม.โดยชูนโยบาย 50 เขต 50 เอกลักษณ์ โดยให้นักพัฒนาไปหารือกับคนในพื้นที่เพื่อตกลงพัฒนาเอกลักษณ์ของตน แก้ปัญหาการจราจรโดยสร้างโครงข่ายการจราจร เพื่อแก้ปัญหารถติด และมีแนวคิดเชื่อมโยงระบบขนส่งมวลชนเพิ่มเติม เพราะเห็นว่าการที่ปัจจุบันรถยังติดอยู่เพราะเราไม่ใส่ใจเรื่องขนส่งมวลชน โดยควรปรับเส้นทางเดินรถสู่โครงข่ายขนส่งมวลชน

ทั้งนี้โครงการของฟรีนั้น คิดว่าอาจไม่ทำให้คนอยากนั่งรถเมล์ฟรีมากขึ้น เพราะสภาพรถยังคงเหมือนเดิม ส่วนการผลักดันกทม.ให้เข้ามหานครอาเซียนได้อย่างไรนั้น  คิดว่าต้องมีการปรับในทุกด้าน อย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่กทม.ควรทำในเรื่องพื้นฐานง่ายๆ อาทิ หลักสูตรการศึกษาที่ควรเลือกเรียนที่จำเป็น และมีแนวคิดโรงเรียนทางเลือกที่เน้นเฉพาะด้าน

"การลงสมัครในนามอิสระนั้น คิดว่าเมื่อไหร่ที่คิดว่ากทม.เป็นของพรรคการเมือง กทม.จะไม่เป็นอิสระและหลุดจากความขัดแย้ง"นายสุหฤทกล่าว

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า มีแนวคิดทำให้กทม.เป็นมหานครแห่งอาเซียน และต้องเป็นมหานครที่น่าอยู่อาศัย โดยต้องให้กทม.เป็นเมืองที่มีความปลอดภัย ปลอดผู้มีอิทธิพล จราจรได้สะดวก ซึ่งในเรื่องความปลอดภัยคงไม่มีผู้สมัครคนใดที่จะสู้ได้ เพราะทำเรื่องนี้มาตลอดชีวิต

ส่วนการแก้ไขปัญหาการค้าขายบนทางเท้านั้น ในพื้นที่ในเขตเมืองสามารถจัดการได้ภายใน 1 เดือน ส่วนพื้นที่รอบนอกสามารถจัดการได้ 7-8 เดือน โดยมีแนวทางแก้คือบังคับให้ขายในตลาด

ทั้งนี้ยืนยันว่าการที่มีนโยบายรถเมล์ฟรีนั้นก็เป็นการแก้ปัญหาการจราจรอีกทาง เชื่อว่าหากได้รับเลือกเป็นผู้ว่าฯกทม.จะสามารถหารายได้ให้กทม.ได้เพิ่มมากขึ้น การที่ตัดสินใจลงสมัครในนามอิสระนั้น เพราะเห็นว่าผู้ว่าฯกทม.ต้องปลอดจากการเมือง การเมืองมายุ่งแล้วชิบหายหมด

นายวรัญชัย กล่าวว่า ปัญหาใหญ่ของกทม.ก็คือ การจราจร ผู้ว่าฯกทม.ต้องเร่งแก้ไขโครงการขนส่งมวลชน และสนับสนุนให้รบ.ดำเนินโครงการขนส่งมวลชนขนาดใหญ่อย่างเต็มที่ การบริหารจัดการทางเท้าต้องมีการเปิดปิดเป็นเวลา มีบัตรประจำตัวผู้ขายชัดเจน ซึ่งต้องอยู่บนพื้นฐานของความมีระเบียบและสวยงาม และต้องมีการเพิ่มพื้นที่สวนสาธารณะให้มากขึ้น

ส่วนการผลักดันกทม.เข้าสู่ประชาคมอาเซียนนั้น ทุกวันนี้ก็เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวอยู่แล้ว ซึ่งมั่นใจว่ากทม.จะสามารถผลักดันไปเป็นหนึ่งในประชาคมอาเซียนได้แน่นอน

ขณะที่ พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า การบริหารงานของผู้ว่าฯกทม.มีข้อจำกัดในเรื่องอำนาจและงบประมาณ ตนจึงชูนโยบายเรื่องการประสานงานกับรัฐบาลแบบไร้รอยต่อ ซึ่งในการดำเนินการที่อยู่ภายใต้อำนาจผู้ว่าฯ ก็จะดำเนินการทันที แต่โครงการที่อยู่นอกเหนืออำนาจผู้ว่าฯ กทม. ตนก็จะประสานกับรัฐบาล องค์กรต่างๆ ตลอดจนภาคเอกชน เพื่อดำเนินการให้เกิดประโยชน์ กับคนกทม. ซึ่งมีแนวคิดแก้กฎหมายเพื่อให้อำนาจผู้ว่าฯ กทม.ในอนาคตสามารถบริหารจัดการได้เต็มรูปแบบ

ส่วนการแก้ปัญหาการจราจรนั้นตนมีแนวคิดลดจำนวนรถเมล์ในพื้นที่ใจกลางเมืองกทม.ลง 30% และนำไปเติมในพื้นที่ชายขอบกทม. และจะมีการปรับปรุงเส้นทางการเดินรถไม่ให้ทับซ้อนกันเกินไป ส่วนการขยายสิทธิในการเสนอกฎหมายของประชาชน เห็นว่าควรมีช่องทางให้คนกลุ่มน้อยที่ไม่เห็นด้วยกับผู้ว่าฯกทม.มีช่องทางในการเสนอความเห็น ส่วนการตรวจสอบนั้น ควรเป็นไปแบบสองทางที่ให้หน่วยงานของรัฐตรวจสอบรวมทั้งประชาชนก็สามารถตรวจสอบได้

ทั้งนี้การผลักดันกทม.เข้าสู่ประชาคมอาเซียนนั้น กทม.ต้องแก้ไขปัญหาพื้นฐานก่อน อาทิ การจราจร อาชญากรร แต่บางเรื่องก็ไม่สามารถทำได้ จึงมีความจำเป็นในเวลาที่สั้นก่อนเข้าสู่ประชาคมอาเซียน เพื่อขอความร่วมมือจากรัฐบาลแก้ปัญหาของ กทม.ที่ยังมีอยู่ ซึ่งเชื่อว่าเราจะไม่สามารถก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนได้หากไม่มีการแก้ปัญหาพื้นฐาน

ด้าน ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า คนที่จะเข้ามาทำหน้าที่ผู้ว่าฯ กทม.ไม่ใช่ทำแค่ 2-3 นโยบาย แต่ต้องมีนโยบายที่ครอบคลุมทุกด้าน ซึ่งได้วงแผนและดำเนินไว้ตลอด 4 ปีที่ผ่านมาแล้ว ภายใต้ชื่อ ทั้งชีวิตเราดูแล โดยมีการดูและตั้งแต่เด็กในเรื่องการให้การศึกษา อาหารกลางวัน วันทำงานอำนวยความสะดวกเรื่องการจราจร การประกอบธุรกิจทางเลือก และผู้สูงอายุก็มีการดูแลเช่นกัน ซึ่งคิดว่าผู้ว่าฯกทม.ต้องทำให้ครอบคลุมให้ได้ ถ้าทำไม่ได้ก็ไม่สมควรเป็นผู้ว่าฯ อีกทั้งประชาชนไม่ได้มีส่วนร่วมแค่ออกกฎหมายหรือยกเลิกกฎหมายเท่านั้น เพราะการมีส่วนร่วมมีได้หลายระดับ

ส่วนการตรวจสอบนั้นก็ยืนยันว่าการตรวจสอบกทม.นั้นมีอยู่แล้ว ทั้งในชั้นกรรมาธิการ และองค์กรอิสระ ส่วนเรื่องนโยบายของฟรีนั้นมี 2เรื่องคือ เรียนฟรี ซึ่งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญกำหนด ส่วนเรื่องอาหารเช้าฟรีก็ไม่ได้เสียงบประมาณมากเพราะจ่ายหัวละ 5-8 บาท ซึ่งนักเรียนในกทม.มี 3 แสนคน จึงถือเป็นเรื่องที่ได้ประโยชน์มาก ส่วนเรื่องการใช้งบนั้นกทม.จ่ายภาษี 70% ของทั้งหมด แต่ได้งบประมาณไม่สอดคล้องกับงบประมาณแผ่นดิน และต้องแบกรับคนต่างจังหวัดที่เข้ามาอยู่ในกทม.

ด้าน การเตรียมกทม.เข้าสู่อาเซียนนั้น เห็นว่าต้องมีการอำนวยความสะดวกให้ผู้ที่มาเยือนกทม.มากขึ้น โดยให้มีป้ายถนนเป็นภาษาอังกฤษ สอนภาษาอังกฤษ จีน มลายูในศูนย์ฝึกอาชีพ ตลอดจนสูนภาษาอังกฤษให้ผู้ขับรถบริการ อาทิ แท็กซี่ ตุ๊กตุ๊ก และรถมอเตอร์ไซค์ นอกจากนั้นก็เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวพิเศษโดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวมุสลิมที่ตนจะมีการแอพพลิเคชั่นบอกสถานที่ทางศาสนา และร้านอาหารฮาลาลเพื่อให้บริการนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มากขึ้น